ตบะ ในมงคลสูตร (บาลีวันละคำ 3,313)

ตบะ ในมงคลสูตร

มีความเพียรเผากิเลส

คำในพระสูตร: ตโป (ตะ-โป จะ) 

ตบะ” อ่านว่า ตะ-บะ

ตบะ” เขียนแบบบาลีเป็น “ตป” อ่านว่า ตะ-ปะ รากศัพท์มาจาก ตปฺ (ธาตุ = เผา, ทำให้ร้อน) + (อะ) ปัจจัย

: ตปฺ + = ตป แปลตามศัพท์ว่า (1) “การทำให้กายเดือดร้อน” (2) “ธรรมที่เผาบาป” (3) “ธรรมที่ยังกิเลสให้ร้อน” (4) “ข้อปฏิบัติที่ยังตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนในนรก” (ความหมายข้อนี้เป็นทัศนะของพระพุทธศาสนาที่มองการบำเพ็ญตบะแบบผิดๆ ของเจ้าลัทธิต่างๆ)

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “ตป” ว่า –

(1) torment, punishment, penance, esp. religious austerity, self-chastisement, ascetic practice (การทรมาน, การลงโทษ, การทรมานตน, โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทรมานตนทางศาสนา, การลงโทษตัวเอง, การปฏิบัติของนักพรต)

(2) mental devotion, self-control, abstinence, practice of morality (การภาวนาทางใจ, การควบคุมตัวเอง, การละเว้น, การปฏิบัติศีลธรรม) 

บาลี “ตป” รูปหนึ่งของสันสกฤตก็เป็น “ตป” 

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

(สะกดตามต้นฉบับ)

ตป : (คำนาม) ‘ตะบะ,’ ฤดูร้อน; ความร้อน; แดด, อาทิตย์; summer, the hot season; heat; the sun.”

แต่สันสกฤตยังมี “ตปสฺ” อีกรูปหนึ่ง

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

(สะกดตามต้นฉบับ)

ตปสฺ : (คำนาม) ‘ตบัส,’ ชื่อเดือนมาฆะ; ฤดูหนาว; ฤดูร้อน; การประติบัทเคร่งครัดตามลัทธิศาสนา; การหัดระงับใจหรือกาย; โลกอันเปนที่อาศรัยของบุณยชนหรือดาบสเมื่อสิ้นชีวิตแล้ว (โลกที่กล่าวถึงนี้ตั้งอยู่เหนือชนโลก); สทาจาร, สาธุคุณ; ธรรม, กฤตย์; การประติบัทฉะเพาะ, ปรากฤตว่า-น่าที่ (ดุจ-ตบัสของพราหมณ์ ได้แก่ บุณยศึกษาหรือการเล่าเรียนพระเวทที่ศักดิ์สิทธิ์; ตบัสของกษัตริย์ ได้แก่ การคุ้มครองรักษาไพร่ฟ้าประชาชน; ตบัสของไวศย ได้แก่ การทำบุณย์ให้ทานแก่พราหมณ์; ตบัสของศูทร ได้แก่ การรับใช้คนร่วมชาติกัน; ตบัสของฤษิหรือมุนิ ได้แก่ การกินผักและภักษมูลเปนอาหาร); the name of the month Māgha; winter or the cold season; summer or the hot season; religious austerity; the practice of mental or personal self-denial; the world of the saints or devotees, said to be inhabited by them after death (this world is situated above the Janaloka); virtue, moral merit; duty, the special observance of certain things (such as-the tapas of a Brahman is sacred learning; that of a Kshatriya, the protection of subjects; that of a Viśya, alms-giving to Brahmans; that of a Śudra, the service of the same tribe; and that of a Rishi or saint, feeding upon herbs and roots).”

โปรดสังเกตว่า “ตปสฺ” ของสันสกฤตมีความหมายที่ชี้ชัดว่า “ตบัสของกษัตริย์ ได้แก่ การคุ้มครองรักษาไพร่ฟ้าประชาชน (that of a Kshatriya, the protection of subjects).”

ตป” ในภาษาไทยใช้ว่า “ตบะ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ตบะ : (คำนาม) พิธีข่มกิเลสโดยทรมานตัว เช่น ฤๅษีบำเพ็ญตบะ; การบำเพ็ญเพื่อให้กิเลสเบาบางหรือการข่มกิเลส, ธรรมข้อที่ ๖ ในทศพิธราชธรรม. (ดู ทศพิธราชธรรม). (ป., ส. ตป ว่า ความเพียรเครื่องเผาผลาญกิเลส).”

……………

พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต ข้อ [326] ขยายความไว้ว่า –

ตปะ (ความทรงเดช คือ แผดเผากิเลสตัณหา มิให้เข้ามาครอบงำย่ำยีจิต ระงับยับยั้งข่มใจได้ ไม่ยอมให้หลงใหลหมกมุ่นในความสุขสำราญและความปรนเปรอ มีความเป็นอยู่สม่ำเสมอ หรืออย่างสามัญ มุ่งมั่นแต่จะบำเพ็ญเพียร ทำกิจให้บริบูรณ์ — Tapa: austerity; self-control; non-indulgence).”

ขยายความ :

ตบะ” คืออะไร? ประมวลความตามคัมภีร์ในที่หลายแห่ง ท่านแสดงไว้ว่า –

– การสำรวมอินทรีย์ ชื่อว่าตบะ

– การปฏิบัติธรรมเพื่อเผาผลาญบาป ชื่อว่าตบะ

– ขันติ ก็ชื่อว่าตบะ ดังคำในโอวาทปาติโมกข์ว่า “ขนฺติ ปรมํ ตโป ตีติกฺขา” (ขันติคือความอดทนเป็นตบะอย่างยิ่ง)

– ศีลก็ชื่อว่าตบะ

– การรักษาอุโบส ก็ชื่อว่าตบะ

– ธุดงค์ ก็ชื่อว่าตบะ เพราะเผาผลาญความละโมบ

– การเรียนพระพุทธพจน์ ก็ชื่อว่าตบะ

อย่างไรก็ตาม ท่านสรุปไว้ว่า –

…………..

อิธ  ปน  อินฺทฺริยสํวราทิ.  เตนฏฺฐกถายํ  ตโป  นาม  อภิชฺฌาโทมนสฺสาทีนํ  ตปนโต  อินฺทฺริยสํวโร  โกสชฺชสฺส  วา  ตปนโต  วิริยนฺติ  วุตฺตํ. 

แต่ในมงคลข้อว่า ตโป นี้ กุศลกิจมีการสำรวมอินทรีย์เป็นต้น ชื่อว่าตบะ. ด้วยเหตุนั้น ในอรรถกถาท่านจึงกล่าวว่า การสำรวมอินทรีย์ ชื่อว่าตบะ เพราะเผาผลาญอกุศลเจตสิกธรรมมีอภิชฌาและโทมนัสเป็นต้น อีกนัยหนึ่ง ความเพียรก็ชื่อว่าตบะ เพราะเผาผลาญความเกียจคร้าน

ที่มา: มังคลัตถทีปนี ภาค 2 ข้อ 472 หน้า 367

…………..

มงคลข้อที่ 31 ในมงคล 38 ตามนัยแห่งมงคลสูตร คำบาลีในพระสูตรว่า “ตโป ” (ตะ-โป จะ) แปลกึ่งทับศัพท์ว่า “มีตบะ” ไขความว่า มีความเพียรเผากิเลส

พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ข้อ [353] มงคล 38 บอกไว้ว่า –

31. ตโป (มีความเพียรเผากิเลส, รู้จักบังคับควบคุมตน ไม่ปรนเปรอตามใจอยาก — Tapa: self-control; simple life)

…………..

ในพระไตรปิฎก มีพุทธพจน์แสดงถึงการบำเพียรอย่างยิ่งยวดที่อาจนับได้ว่าถึงระดับที่เป็น “ตบะ” มีข้อความดังนี้ –

…………..

ตสฺมา  ติห  ภิกฺขเว  เอวํ  สิกฺขิตพฺพํ  อปฺปฏิวาณี  ปทหิสฺสาม  กามํ  ตโจ  นหารุ  จ  อฏฺฐิ  จ  อวสิสฺสตุ  สรีเร  อุปสุสฺสตุ  มํสโลหิตํ  ยนฺตํ  ปุริสตฺถาเมน  ปุริสวิริเยน  ปุริสปรกฺกเมน  ปตฺตพฺพํ  น  ตํ  อปาปุณิตฺวา  วิริยสฺส  สณฺฐานํ  ภวิสฺสตีติ  เอวํ  หิ  โว  ภิกฺขเว  สิกฺขิตพฺพนฺติ. 

เพราะเหตุแล ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเป็นผู้มีความเพียรไม่ถอยกลับ เริ่มตั้งความเพียรด้วยมนสิการว่า เนื้อและเลือดในกายของเราทั้งหมดนั้นจงเหือดแห้งไปเถิด จะเหลือแต่หนัง เอ็น และกระดูกก็ตามที ยังไม่บรรลุผลที่พึงบรรลุได้ด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ ด้วยความเพียรของบุรุษ ด้วยความบากบั่นของบุรุษแล้ว จักไม่หยุดความเพียร ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล.

ที่มา: ขุทกนิกาย ทุกนิบาต พระไตรปิฎกเล่ม 20 ข้อ 251

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ไม่ทำอะไรเลย ดีกว่าทำทุจริต

: ทำกุศล แม้ผลไม่สัมฤทธิ์ ก็ยังดีกว่าไม่คิดทำอะไรเลย

#บาลีวันละคำ (3,313) (ชุดมงคล 38)

8-7-64 

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *