สตุฏฐาปนกถา

สตุฏฐาปนกถา

—————

วันนี้ขออนุญาตทำสิ่งที่เรียกกันในสมัยนี้ว่า “แชร์” ดูเหมือนคำไทยจะมีผู้เรียกว่า “แบ่งปัน” แต่มักจะเรียกทับศัพท์คำฝรั่งกันเป็นส่วนมาก

ปกติผมไม่นิยมแชร์ หรือแบ่งปัน หรือส่งต่อข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพ หรือสิ่งที่เรียกกันว่า “คลิป” (ซึ่งไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร) ที่มีผู้ส่งมาให้ ผม “เสพ” เสร็จแล้ว ถ้าเป็นหลักวิชาความรู้ก็รับไว้เป็นความรู้ ถ้าเป็นเรื่องทั่วไปก็กำหนดรู้เฉยๆ ไม่ใส่ความรู้สึกชอบหรือชัง และไม่ส่งต่อ 

ผมมีเหตุผลว่า ข้อมูลนั้นๆ มีผู้แชร์กันทั่วไปอยู่แล้ว ถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องดี การที่ผมไม่ส่งต่อ ก็ไม่ได้ทำให้ใครเสียประโยชน์เพราะเขายังมีโอกาสรับทางอื่นๆ ได้อยู่ แต่ถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องเสียหรือเป็นเรื่องเท็จ ผมก็ได้ทำสิ่งที่ควรทำ คือไม่แพร่ความเสียนั้นให้กระจายต่อไป

เรื่องที่ผมขออนุญาตเอามาเผยแพร่ต่อเรื่องนี้เป็นข้อความที่มีผู้ส่งมาทางไลน์กลุ่ม น่าจะส่งต่อกันมาหลายทอด สังเกตได้จากไม่มีชื่อผู้เขียน ผมเชื่อว่าคนที่เขียนข้อความนี้ได้ลงชื่อไว้ แต่คนแชร์คัดเอาไปแต่ข้อความ ไม่ได้คัดชื่อคนเขียนติดไปด้วย ลักษณาการแบบนี้มีผู้นิยมทำกันทั่วไป ข้อเขียนของผมเองก็โดนทำแบบนี้อยู่เนืองๆ

ข้อเขียนชิ้นนี้ไม่มีชื่อผู้เขียน ผมเห็นว่ากลับเป็นการดีอย่างยิ่ง คือทำให้คนอ่านไม่เกิดอคติ สมมุติว่าลงชื่อทองย้อยเป็นคนเขียน คนที่ชอบทองย้อยก็จะอ่านด้วยความรู้สึกอย่างหนึ่ง คนที่เกลียดทองย้อยก็จะอ่านด้วยความรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง หรืออาจจะไม่อ่านเลยเพราะไม่ชอบคนเขียน เมื่ออ่านโดยมีความชอบความชังในตัวคนเขียนเป็นพื้นฐาน ก็จะทำให้มองไม่เห็นสิ่งที่ควรจะเห็น หรือมองเห็นผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะมอง แต่เมื่ออ่านด้วยความรู้สึกที่เป็นกลาง ก็จะช่วยให้เห็นตรงตามที่เป็นจริง

ถ้าเขียนผิด ก็จะเห็นว่าผิดจริง

ถ้าเขียนถูก ก็จะเห็นว่าถูกจริง

ไม่เห็นผิดเป็นถูก หรือเห็นถูกเป็นผิด

อ้อ ชื่อข้างบนนั้นผมตั้งเอง เป็นคำบาลี ไม่บอกละครับว่าแปลว่าอะไร ลองแปลกันเอาเองก็แล้วกัน ใครแปลออก ก็แปลว่าเข้าใจเจตนาของการเขียน เดี๋ยวนี้ลำบากครับ เขียนอะไรออกไป คนไม่เข้าใจเจตนามีเยอะ

เอาละครับ บทนำของผมทำท่าจะยาวกว่าตัวเรื่อง เชิญอ่านตัวเรื่องกันได้เลย

……………………………

(ข้อความที่แชร์มา)

โตๆ กันแล้ว อย่าทำเหมือนเด็กเล่นไม้ขีดไฟ ทำเหมือนไม่รู้ถึงภัย สุดท้ายวอดวายทั้งชาติ

ผมเห็นผู้หลักผู้ใหญ่ ในสังคมไทย แม้ในหมู่ข้าราชการ โพสต์เนื้อหาด่าทอนายกฯ ด่าทอรัฐบาล กันอย่างสะใจ จนลืมไปว่าการโจมตี ต่อว่า ด่ารัฐอย่างโน้น อย่างนี้ แบบเหมาๆ ทำให้คนไทยส่วนใหญ่คิดเหมาไปว่า ระบบราชการ ข้าราชการมันแย่ไปหมด เสื่อมศรัทธาต่อระบบราชการ ที่เป็นระบบพื้นฐานของทุกสังคม ทุกประเทศ ทั่วโลก ทำให้สังคมเริ่มไม่ยอมรับระบบ ตั้งแต่เรื่องพื้นๆ ไปจนถึงกระบวนการยุติธรรม ที่เป็นบรรทัดฐานสำคัญของชาติเลย พอเป็นอย่างนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็ทำงานยาก สังคมก็วุ่นวาย ใช้กระแส ใช้กฎหมู่ สุดท้ายก็เดือดร้อน แตกแยก วอดวายกันหมด

ที่พูดอย่างนี้ ไม่ใช่จะปกป้องใคร แต่ต้องการให้เข้าใจว่า เนื้อหามันส่งผลข้างเคียงอย่างที่บอก แชร์ด่านายก ด่ารัฐบาล ด่าหมอ เรื่องวัคซีนกัน สะใจ จริงเท็จก็ว่ากันไป แต่ผลข้างเคียง คือ คนไทยทั่วไปก็ไม่เชื่อมั่นวัคซีน ไม่ยอมรับระบบการควบคุมโรค แล้วไงละทีนี้ ใครซวย? ก็ซวยกันทั้งประเทศ คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบเขาก็ทำงานยาก โรคระบาดมันก็ไม่หยุด

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง แถมยังกินเงินเดือนอยู่อีก ไม่ได้จะเชียร์หรือแช่งใคร แค่อยากสะท้อนให้ช่วยกันคำนึงถึงผลร้าย ผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น จะได้ช่วยกันทำหน้าที่ของตนเองให้ดี ไม่เผลอไปมีส่วนร่วม ซ้ำเติมบาดแผลในสังคมไทย ก็แค่นั้นครับ 

(จบข้อความที่แชร์มา)

……………………………

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔

๑๐:๕๙

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *