ตัดมูลเกลศมาร (บาลีวันละคำ 1,056)

ตัดมูลเกลศมาร

เป็นวรรคหนึ่งในบทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ สำนวนของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)

มีคำถามว่า เกลศมาร หรือ กิเลสมาร ?

ข้อมูลเบื้องต้น :

เกลศ” (กะ-เหฺลด) เป็นรูปคำสันสกฤต

กิเลส” (กิ-เหฺลด) เป็นรูปคำบาลี

(๑) “เกลศ

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

(สะกดตามต้นฉบับ, ความหมายที่ท่านให้ไว้ในภาษาไทยบางคำเข้าใจยาก ถ้าดูภาษาอังกฤษอาจช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น)

เกฺลศ : (คำนาม) ทุกข์, ทุกขเวทนา; ความเจ็บปวด; โลกธรรม, ภวจริต, ภวบาศ; ห่วงใย, ความลำบาก; ความโกรธ; pain, affliction or distress; pain from disease, anguish; worldly occupation, worldly tie; care, trouble; wrath, anger.”

(๒) “กิเลส

กิเลส” (บาลีอ่านว่า กิ-เล-สะ) รากศัพท์มาจาก กิลิสฺ (ธาตุ = เดือดร้อน, เศร้าหมอง, เบียดเบียน) + ปัจจัย, แปลง อิ ที่ –ลิ-เป็น เอ

: กิลิส > กิเลส + = กิเลส แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะเป็นเหตุให้เดือดร้อน” “ภาวะเป็นเหตุให้เศร้าหมอง” “ภาวะเป็นเหตุให้เบียดเบียนกัน

กิเลส” หมายถึง เครื่องเศร้าหมอง, ความเศร้าหมอง, มลทินใจ

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “กิเลส” ว่า stain, soil, impurity, affliction, depravity, lust (เปรอะเปื้อน, เศร้าหมอง, ไม่บริสุทธิ์, ความทุกข์, ความเสื่อมเสีย, ราคะ)

ฝรั่งผู้ทำพจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แสดงความเห็นว่า ความหมายของ “กิเลส” ในภาษาบาลีเทียบได้กับที่ภาษาอังกฤษพูดว่า lower or unregenerate nature, sinful desires, vices, passions (ธรรมชาติฝ่ายต่ำ, ความปรารถนาอันเป็นบาป, ความชั่ว, ความทุกข์ทรมาน)

กิเลส” ท่านจัดเป็น “มาร” ประเภทหนึ่ง ในจำนวนมารทั้ง 5 คือ :

(1) กิเลสมาร -มารคือกิเลส

(2) ขันธมาร – มารคือเบญจขันธ์ คือร่างกาย

(3) อภิสังขารมาร – มารคือเจตนาที่เป็นตัวปรุงแต่งการกระทำให้เป็นต่างๆ

(4) เทวปุตตมาร – มารคือเทพบุตร คือเทวดาที่เป็นพาล

(5) มัจจุมาร – มารคือความตาย

พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต กล่าวถึง “กิเลสมาร” ว่า –

กิเลสมาร : มารคือกิเลส, กิเลสเป็นมารเพราะเป็นตัวกำจัดและขัดขวางความดี ทำให้สัตว์ประสบความพินาศทั้งในปัจจุบันและอนาคต — Kilesa-māra: the Māra of defilements”

ปกติบาลีใช้ว่า “กิเลส” แต่ในคัมภีร์บาลีก็พบรูปศัพท์ “เกฺลส” (อ่านว่า กฺเล-สะ) ด้วย ดังเช่นข้อความในปารสูตร คัมภีร์สังยุตนิกาย มหาวารวรรค (พระไตรปิฎกเล่ม ๑๙ ข้อ๙๘) ว่า –

ปริโยทเปยฺย อตฺตานํ

จิตฺตเกฺลเสหิ ปณฺฑิโต.

จิตฺตเกฺลเสหิ : จิตฺต + เกฺลส + หิ (วิภัตตินาม) = จิตฺตเกฺลเสหิ

สรุปว่า “เกลศมาร” และ “กิเลสมาร” สะกดอย่างนี้ได้ทั้งสองคำ

บทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณข้างต้น ควรเป็น “ตัดมูลเกลศมาร” หรือ “ตัดมูลกิเลสมาร” ย่อมขึ้นอยู่กับหลักฐานเดิมในต้นฉบับว่าท่านผู้ประพันธ์ใช้คำไหน

อย่างไรก็ตาม พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

เกลศ : (คำแบบ) (คำนาม) กิเลส เช่น ตัดมูลเกลศมาร. (ส.).”

พุทธภาษิต :

ปริโยทเปยฺย  อตฺตานํ

จิตฺตเกฺลเสหิ  ปณฺฑิโต.

บัณฑิตพึงยังตนให้ผ่องแผ้วจากเครื่องเศร้าหมองจิต

————-

(พิจารณาตามคำขอของพระคุณท่าน Sornchai Phosriwong)

9-4-58

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย