สังเกต (บาลีวันละคำ 710)

สังเกต

ทำไมจึงไม่มีสระ อุ

คนมักเขียนผิดเป็น “สังเกตุ” – มีสระ อุ

สังเกต” คำที่ถูกต้อง ไม่ต้องมีสระ อุ เพราะมาจากคำบาลีสันสกฤตว่า “สงฺเกต” อ่านว่า สัง-เก-ตะ ไม่ใช่ สงฺเกตุ

สงฺเกต” แปลตามศัพท์ว่า “รู้ร่วมกัน” “รู้พร้อมกัน” รากศัพท์มาจาก –

(1) สํ (= ร่วมกัน, พร้อมกัน) + กิ (ธาตุ = รู้) + ปัจจัย, แปลงนิคหิตเป็น งฺ, แปลง อิ (ที่ กิ) เป็น เอ

: สํ > สงฺ + กิ = สงฺกิ > สงฺเก + = สงฺเกต

(2) สํ + กิต (ธาตุ = รู้) + ปัจจัย, แปลงนิคหิตเป็น งฺ, แปลง อิ (ที่ กิต) เป็น เอ

: สํ > สงฺ + กิต = สงฺกิต > สงฺเกต + = สงฺเกต

จะเห็นได้ว่า รากศัพท์ไม่ได้มีสระ อุ ที่ แต่ประการใด

สงฺเกต หมายถึง การกำหนด, ความตกลง, การนัดหมาย, สถานที่นัดหมาย, ที่นัดพบ (intimation, agreement, engagement, appointed place, rendezvous)

ในภาษาไทยเขียนว่า “สังเกต” (บาลี = สงฺ– ไทย = สัง-) พจน.54 บอกความหมายไว้ว่า –

สังเกต : (คำกริยา) กําหนดไว้, หมายไว้, เช่น ทำเครื่องหมายไว้เป็นที่สังเกต; ตั้งใจดู, จับตาดู, เช่น ไม่ได้สังเกตว่าวันนี้เขาแต่งตัวสีอะไร สังเกตกิริยาท่าทางเขาไว้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย”

ข้อสังเกต :

เหตุที่มักเขียน “สังเกต” เป็น “สังเกตุ

1. ที่เป็นตัวสะกดและมีสระ ที่เราคุ้นกันมาก ก็เช่น ชาติ (ชาด) ธาตุ (ทาด) เหตุ (เหด) โดยเฉพาะ “เหตุ” โครงสร้างของรูปคำและระดับเสียงเข้ากับ “เกตุ” ได้พอดี พอเห็นคำว่า “สังเกต” (ไม่มีสระ อุ = ถูก) ใจก็สั่งให้เขียนเป็น “สังเกตุ” (มีสระ อุ = ผิด) ตามความเคยชินที่ซึมซับมาจากคำอื่นๆ ข้อนี้คือที่เรียกกันว่า มีแนวเทียบผิด

2. เราคุ้นกับที่มาจากบาลีสันสกฤตซึ่งมี เต่า เป็นตัวสะกดและมีตัวตาม เช่น

มิตร (คำว่า “นิมิต” มักจะเขียนผิดเป็น “นิมิตร”)

เนตร (เทียบคำว่า “เขต” เคยเขียนเป็น “เขต”)

วิจิตร (คำว่า “จิตใจ” เคยเขียนเป็น “จิตรใจ”)

ดังนั้น พอจะเขียน “สังเกต” ความรู้สึกจึงบอกว่าต้องมีพยัญชนะหรือสระตามมาอีก

3. ประกอบกับการที่คนทั่วไปมักไม่ระแวงหรือไม่ชอบสงสัยว่าคำในภาษาเดิมจะสะกดอย่างไร จึงพากันเขียนผิดเพลินไปโดยไม่ได้สังเกต

(ดูเพิ่มเติมที่ “สงฺเกต” บาลีวันละคำ (380) 29-5-56)

: สังเกตได้ทั้งพิภพจบสากล

: แต่ใจตนไม่สังเกต สังเวชใจ !

#บาลีวันละคำ (710)

27-4-57

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *