สูติบัตร (บาลีวันละคำ 1,403)

สูติบัตร

อ่านว่า สู-ติ-บัด

ประกอบด้วย สูติ + บัตร

(๑) “สูติ” รากศัพท์มาจาก สู (ธาตุ = คลอดลูก) + ติ ปัจจัย

: สู + ติ = สูติ แปลตามศัพท์ว่า “การคลอดลูก” คือ การให้กำเนิด, การเกิด (bringing forth, birth)

ในภาษาไทยเอาคำว่า “สูติ” มาใช้ผสมกับคำอื่นอีกหลายคำ เช่น –

สูติกรรม : การทำคลอด.

สูตินรีเวช : วิชาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ การคลอด และโรคเฉพาะสตรี.

สูติแพทย์ : แพทย์ทำคลอดและรักษาโรคที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์.

สูติศาสตร์ : วิชาว่าด้วยการปฏิบัติรักษาเรื่องการตั้งครรภ์ การทำคลอด และภาวะหลังคลอด.

สูติ” กับ “ปสูติ” (ประสูติ) เป็นคำที่มีรากศัพท์เดียวกัน

(๒) “บัตร

บาลีเป็น “ปตฺต” (ปัด-ตะ) รากศัพท์มาจาก ปตฺ (ธาตุ = ตก) + ปัจจัย

: ปตฺ + = ปตฺต แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่จะร่วงหล่นโดยไม่นาน” หมายถึง ใบไม้

ปตฺต” สันสกฤตเป็น “ปตฺร” เราเขียนอิงสันสกฤตเป็น “บัตร” แปลว่า ใบ, แผ่น, ใบหนังสือ, จดหมาย, ลายลักษณ์อักษรทั่วไป

เดิมเราขีดเขียนอักษรลงบนใบไม้เพื่อใช้ส่งสารติดต่อถึงกัน ต่อมาเมื่อพัฒนาขึ้นเป็นแผ่นกระดาษ จึงเรียกกระดาษหรือสิ่งที่เป็นแผ่นใช้เขียนลายลักษณ์อักษรว่า “ปตฺตบัตร

ในภาษาไทย คำว่า “บัตร” ใช้ต่อท้าย “คำศัพท์” ที่เป็นบาลีสันสกฤตด้วยกัน เช่น นามบัตร สิทธิบัตร ประกาศนียบัตร มรณบัตร อนุโมทนาบัตร

ถ้าใช้คำว่า “บัตร” นำหน้า คำตามหลังจะเป็นคำแสดงลักษณะของบัตรนั้นๆ และไม่จำเป็นต้องเป็นคำบาลีสันสกฤต เช่น บัตรประจำตัว บัตรเครดิต บัตรสนเท่ห์

สูติ + ปตฺต = สูติปตฺต > สูติปตฺร > สูติบัตร

สูติบัตร เป็นคำที่เราคิดขึ้นใช้ในภาษาไทย

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

สูติบัตร : (คำนาม) เอกสารที่แสดงถึงสัญชาติ วัน เดือน ปี เวลา สถานที่เกิด และชื่อบิดามารดาของบุคคล โดยนายทะเบียนเป็นผู้ออกให้.”

คำว่า “สูติบัตร” มักมีผู้ใช้ไขว้เขวกับคำว่า “สูจิบัตร” ซึ่งเป็นคนละคำกัน

สูติ-” เต่า แปลว่า การคลอด, การเกิด

สูติบัตร” ภาษาอังกฤษใช้ว่า birth certificate

สูจิ-” จาน แปลว่า เข็ม, เครื่องบ่งชี้

สูจิบัตร” ภาษาอังกฤษใช้ว่า a printed program หรือ a written program

สองคำนี้มักมีผู้ใช้สับสนกันเนื่องจากตำแหน่งของเสียงตรงกัน (สู-ติ-บัด / สู-จิ-บัด) และเพราะไม่เข้าใจความหมายของศัพท์

: สูติบัตร คือใบเกิด

: จงรู้ไว้เถิดว่าคือใบสมัครตาย

4-4-59

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย