บทความเกี่ยวกับศาสนา-ภาษา-สังคม

ทำไมต้องเรียนบาลี

ทำไมต้องเรียนบาลี

…………………………………………………

ปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ 

พระภิกษุสามเณรสอบเปรียญธรรม ๙ ประโยคได้ ๑๒๑ รูป

ในจำนวนนี้เป็นสามเณร ๒๙ รูป

แม่ชีและคฤหัสถ์สอบบาลีศึกษา ๙ ได้ ๓ คน

…………………………………………………

บรรยากาศการประกาศผลสอบบาลีสนามหลวงเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา เป็นเครื่องยืนยันว่าสังคมไทยให้ความสำคัญแก่การเรียนบาลีเป็นอย่างยิ่ง

แต่ที่สังคมไทยแทบจะไม่ได้ให้ความสำคัญเลยก็คือ-ทำไมต้องเรียนบาลี

………………………

ถามว่า ทำไมต้องเรียนบาลี

คำตอบที่ควรเข้าใจและจำไว้ให้ถูกต้องก็คือ –

เพราะจำเป็นต้องศึกษาพระไตรปิฎก จึงต้องเรียนบาลี

ทำไมคำตอบจึงต้องเป็นอย่างนี้?

ที่คำตอบต้องเป็นอย่างนี้ก็เพราะพระไตรปิฎกท่านบันทึกไว้เป็นภาษาบาลี

ภาษาบาลีไม่ใช่ภาษาแม่ของเรา

ถ้าไม่รู้ภาษาบาลีก็อ่านพระไตรปิฎกไม่ออก

จะอ่านพระไตรปิฎกออก ศึกษาพระไตรปิฎกได้ ก็ต้องรู้ภาษาบาลี

จะรู้ภาษาบาลีก็ต้องเรียนบาลี

นี่คือเหตุผลที่ต้องเรียนบาลี

เวลานี้เรามองข้ามเหตุผลข้อนี้ไปหมดสิ้น

ทุกวันนี้เราไม่ได้เรียนบาลีเพื่อจะเอาความรู้บาลีไปศึกษาพระไตรปิฎก

แต่เรียนบาลีเพื่อหวังประโยชน์อย่างอื่น

“ประโยชน์อย่างอื่น” ที่ว่านี้เป็นผลที่เกิดขึ้นจากการที่นักเรียนบาลีรุ่นเก่า-คือบูรพาจารย์ของพวกเราท่านสร้างไว้

ท่านสร้างไว้อย่างไร?

ท่านสร้างไว้ด้วยการ –

…………………………………………………

(๑) เรียนบาลีแล้วเอาความรู้บาลีไปศึกษาพระไตรปิฎกจนรู้หลักธรรมคำสอนที่ถูกต้อง

(๒) แล้วเอาหลักธรรมคำสอนที่ถูกต้องมาประพฤติปฏิบัติขัดเกลาตนเอง

(๓) พร้อมกันนั้นก็บอกกล่าวแนะนำสั่งสอนหลักธรรมคำสอนที่ถูกต้องนั้นไปยังหมู่ประชาชนให้รู้ดีรู้ชอบประพฤติดีปฏิบัติชอบไปด้วย

…………………………………………………

ผู้บริหารบ้านบ้านเมืองเห็นผลงานที่ท่านทำดังนี้ จึงมอบสิ่งที่ผมเรียกว่า “ประโยชน์อย่างอื่น” ให้ เป็นการบูชาคุณ

“ประโยชน์อย่างอื่น” จึงตกทอดมายังนักเรียนบาลีรุ่นปัจจุบันวันนี้

นักเรียนบาลีรุ่นปัจจุบันวันนี้ รวมทั้งผู้บริหารการเรียนการสอนบาลี ครูอาจารย์ที่สอนบาลี ทั้งหมดที่ยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้ เกิดมาก็ได้เห็น “ประโยชน์อย่างอื่น” ว่ามีอยู่แล้ว ใครเรียนบาลีจบก็จะได้เสวยผล แต่ไม่ได้คิดติดใจว่าผลประโยชน์ที่ได้เสวยอยู่นี้เกิดขึ้นมาจากไหน เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เข้าใจได้อยู่อย่างเดียวว่า ถ้าเรียนบาลีจบ คือสอบได้ผ่านชั้นนั้น ๆ ไปจนถึงชั้นสูงสุด ก็จะได้เสวยผล 

ทุกคนจึงมุ่งไปที่-เรียนบาลีเพื่อให้สอบได้ เพราะสอบได้หมายถึงการเรียนจบ และการเรียนจบหมายถึงได้เสวยผล

และตรงนี้เองคือเหตุผลที่ว่า-พอประกาศผลสอบจึงมีการแสดงความยินดีกับผู้สอบได้กันอย่างอึกทึกครึกโครม เพราะทุกคนต่างเข้าใจตรงกันว่า-สอบได้หมายถึงการเรียนจบ-เรียนจบหมายถึงได้เสวยผล

แต่ไม่มีใครเฉลียวใจคิดว่า ผลที่ได้เสวยนี้มีพื้นฐานมาจากการศึกษาพระไตรปิฎกที่นักเรียนบาลีรุ่นเก่า-คือบูรพาจารย์ของพวกเราท่านสร้างไว้

เราจึงไม่เคยนึก ไม่เคยคิดว่าเรียนบาลีแล้วต้องไปศึกษาพระไตรปิฎกเพื่ออะไรอีก

นี่คือสภาพที่ผมบอกว่า – นักเรียนบาลีรุ่นเก่า-คือบูรพาจารย์ของพวกเราท่านเรียนบาลีแล้วเอาความรู้บาลีไปศึกษาพระไตรปิฎก แต่พวกเรา-คือนักเรียนบาลีทุกวันนี้เรียนบาลีเพื่อหวังประโยชน์อย่างอื่น

………………………

เราถูกครอบงำด้วยอิทธิพล-เรียนบาลีเพื่อหวังประโยชน์อย่างอื่น-กันมานาน จนคิดไม่เป็นเห็นไม่ได้ว่าจบบาลีแล้วจะต้องไปศึกษาพระไตรปิฎกเพื่ออะไรกัน —

แต่แม้กระนั้น ลึก ๆ ในใจของเราก็ยากที่จะปฏิเสธว่าบาลีไม่เกี่ยวกับพระไตรปิฎก

และพระไตรปิฎกหมายถึงตัวพระศาสนา

พระไตรปิฎกหมายถึงกำลังของพระศาสนา 

เราจึงพยายามหาเหตุผลมาอธิบายว่า จบบาลีแล้วก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ แต่ไปทำงานนั่นนี่โน่นสารพัดอย่าง ทั้งในคณะสงฆ์ ทั้งนอกคณะสงฆ์ จบบาลีแล้วทำงานพวกนี้ก็เป็นกำลังของพระศาสนาได้ทั้งสิ้น

ก็เป็นคำอธิบายที่มีเหตุผล ปฏิเสธไม่ได้

แต่ขอให้สังเกตว่า จบบาลีแล้วทำงานนั่นนี่โน่นสารพัดอย่างได้หมด

แต่แทบจะไม่มี-หรืออันที่จริงก็คือไม่มี-งานศึกษาพระไตรปิฎก อันเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องเดิมแท้ของการเรียนบาลี

…………………………………………………

อุปมาให้เห็นภาพชัด ๆ – เหมือนเรียนแพทย์

เพราะจำเป็นต้องรักษาคนป่วย จึงต้องเรียนแพทย์

เรียนแพทย์จบแล้ว ทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ สารพัด

งานเดียวที่ไม่ทำคือ ลงมือรักษาคนป่วย!

.

เพราะจำเป็นต้องศึกษาพระไตรปิฎก จึงต้องเรียนบาลี

เรียนบาลีจบแล้ว ทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ สารพัด

งานเดียวที่ไม่ทำคือ ศึกษาพระไตรปิฎก! 

…………………………………………………

พระไตรปิฎกนั้นเขาศึกษากันมาจนแหลกแล้ว จะต้องไปเสียเวลาศึกษาอะไรกันอีก

ถ้าใคร-โดยเฉพาะนักเรียนบาลีที่เรียนจบแล้ว-คิดอย่างนี้

โปรดคิดใหม่ 

…………………………………………………

มีพระสูตรหนึ่ง ว่าด้วยขอนไม้ลอยน้ำ อยู่ในพระไตรปิฎกเล่มไหน เนื้อหาสาระเป็นประการใด โปรดแสดงให้สดับหน่อย ณบัดนาว

…………………………………………………

จะมีนักเรียนบาลีที่เรียนจบแล้วกี่คนสามารถตอบได้ทันทีเดี๋ยวนี้

นี่เป็นเพียงฝุ่นธุลีในจำนวนแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์

ท่านมั่นใจหรือว่า พระไตรปิฎกนั้นท่านศึกษาจนแหลกแล้ว!?

………………………

หากจะมีญาติมิตรหรือท่านผู้ใดใครผู้หนึ่งที่อ่านแล้วรู้สึกว่า ผมพูดเรื่องเหล่านี้ซ้ำซาก น่ารำคาญ 

ก็ต้องกราบขออภัย

ถ้าเรายังชื่นชมยินดีกับผู้ที่สอบบาลีได้ ก็หมายถึงเราให้ความสำคัญกับการเรียนบาลี

เมื่อให้ความสำคัญกับการเรียนบาลี ก็ควรต้องรู้เข้าใจให้ถูกต้องด้วยว่า ทำไมต้องเรียนบาลี

ผมเพียงแต่พยายามช่วยให้พวกเราเข้าใจให้ถูกต้อง-ก็เท่านั้น

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา

๑๑ มีนาคม ๒๕๖๙

๑๘:๒๕

…………………………………………………

https://www.facebook.com/tsangsinchai/posts/pfbid0FrJkxmak7KnWE1a4kdimAM6ZyMAXDFmTyWPXU6qZTq7FFNSKg3Jr1QBEvCCxVu7Nl

…………………………………………………

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *