บาลีวันละคำ

มหากาพย์ (บาลีวันละคำ 5,082)

มหากาพย์

สำนวนไทยใหม่ หมายถึง ยุ่งเหยิงยืดเยื้อ

อ่านว่า มะ-หา-กาบ

ประกอบด้วยคำว่า มหา + กาพย์

(๑) “มหา” 

อ่านว่า มะ-หา ในภาษาไทยพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“มหา ๑ : (คำวิเศษณ์) ใหญ่, ยิ่งใหญ่, มักใช้เป็นส่วนหน้าของสมาส บางทีก็ลดรูปเป็น มห เช่น มหรรณพ มหัทธนะ มหัศจรรย์.”

คำว่า “มหา” รูปคำเดิมในบาลีเป็น “มหนฺต” อ่านว่า มะ-หัน-ตะ รากศัพท์มาจาก มหฺ (ธาตุ = เจริญ) + อนฺต ปัจจัย

: มหฺ + อนฺต = มหนฺต แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ขยายตัว” มีความหมายว่า ยิ่งใหญ่, กว้างขวาง, โต; มาก; สำคัญ, เป็นที่นับถือ (great, extensive, big; much; important, venerable)

“มหนฺต” เป็นคำเดียวกับที่ใช้ในภาษาไทยว่า “มหันต์”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“มหันต-, มหันต์ : (คำวิเศษณ์) ใหญ่, มาก, เช่น โทษมหันต์. (เมื่อเข้าสมาสกับศัพท์อื่น เป็น มห บ้าง มหา บ้าง เช่น มหัคฆภัณฑ์ คือ สิ่งของที่มีค่ามาก, มหาชน คือ ชนจำนวนมาก). (ป.).”

ในที่นี้ มหันต– เข้าสมาสกับ –กาพย์ เปลี่ยนรูปเป็น “มหา” 

(๒) “กาพย์”

อ่านว่า กาบ เขียนแบบบาลีเป็น “กาพฺย” อ่านว่า กาบ-เพียะ หรือ กา-พ๎ยะ รากศัพท์มาจาก กวิ + ณฺย ปัจจัย

(ก) “กวิ” (-วิ สระ อิ) รากศัพท์มาจาก กุ (ธาตุ = สรรเสริญ; ผูกถ้อยคำ, ประพันธ์; กล่าว, ส่งเสียง) + อิ ปัจจัย, แผลง อุ เป็น โอ แล้วแปลง โอ เป็น อว (กุ > โก > กว)

: กุ > โก > กว + อิ = กวิ (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า (1) “ผู้สรรเสริญ” (คือแต่งบทสรรเสริญเทพเจ้า) (2) “ผู้ผูกทั่ว” (คือเอาถ้อยคำมาผูกเข้าเป็นบทกลอน) (3) “ผู้กล่าวถ้อยคำที่น่ารักเป็นปกติ” “ผู้กล่าวถ้อยคำดื่มด่ำ” 

หนังสือ ศัพท์วิเคราะห์ ของ พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต) แสดงรูปศัพท์คำนี้ไว้ 2 รูป คือมีทั้งที่เป็น “กวิ” (-วิ สระ อิ) และ “กวี” (-วี สระ อี) 

ที่ได้รูปเป็น “กวี” (-วี สระ อี) เพราะลง อี ปัจจัย หรือ ณี ปัจจัยแล้วลบ ณ > อี 

: กุ > โก > กว + อี = กวี

: กุ > โก > กว + ณี > อี = กวี

ในคัมภีร์ทั้งพระไตรปิฎกและอรรถกถา พบรูปคำที่เป็น “กวิ” (-วิ สระ อิ) ทั้งนั้น

คำนี้เราเอามาใช้ในภาษาไทยเป็น “กวี” (-วี สระ อี) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

“กวี : (คำนาม) ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการประพันธ์บทกลอน จำแนกเป็น ๔ คือ ๑. จินตกวี แต่งโดยความนึกคิด ๒. สุตกวี แต่งโดยได้ฟังมา ๓. อรรถกวี แต่งตามความเป็นจริง ๔. ปฏิภาณกวี แต่งโดยฉับพลันทันที. (ป.).”

(ข) กวิ + ณฺย ปัจจัย, ลบ อิ ที่ กวิ (กวิ > กว), ลบ ณฺ (ณฺย > ย), ทีฆะต้นศัพท์ “ด้วยอำนาจปัจจัยเนื่องด้วย ณ” คือ อะ ที่ ก-(วิ) เป็น อา (กวิ > กาวิ), แปลง วฺ เป็น พฺ

: กวิ + ณฺย = กวิณฺย > กวณฺย > กวฺย > กาวฺย > กาพฺย แปลตามศัพท์ว่า (1) “สิ่งที่มีในกวี” (2) “เรื่องของกวี” (3) “คำอันกวีกล่าวไว้”

อนึ่ง รูปคำ “กาพฺย” นี้ ไม่ทีฆะต้นศัพท์ ได้รูปเป็น “กพฺย” และมีรูปเป็น “กพฺพ” ก็มี

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ ที่คำว่า “กพฺพ” แปลไว้ว่า a poem, poetical composition, song, ballad (คำประพันธ์ชนิดร้อยกรอง, เพลง, โคลง, กลอน, กาพย์, เนื้อเพลง)

บาลี “กาพฺย” ในภาษาไทยใช้เป็น “กาพย์” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

“กาพย์ : (คำนาม) คำร้อยกรองประเภทหนึ่ง มีหลายชนิด เช่น กาพย์ฉบัง กาพย์สุรางคนางค์ กาพย์ยานี กาพย์ขับไม้. (ส. กาวฺย).”

มหา + กาพย์ = มหากาพย์ แปลโดยประสงค์ว่า “กาพย์กลอนเรื่องใหญ่”

ขยายความ : 

ในภาษาไทย เมื่อเอ่ยคำว่า “มหากาพย์” มักเข้าใจกันว่าหมายถึงเรื่องรามเกียรติ์ และมหาภารตยุทธหรือมหาภารตะ

คำว่า “รามเกียรติ์” (ราม-มะ-เกียน) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

“รามเกียรติ์ : (คำนาม) ชื่อวรรณคดีเรื่องหนึ่ง ว่าด้วยพระรามทำศึกกับทศกัณฐ์เพื่อชิงนางสีดา.”

คำว่า “มหาภารตะ” (มะ-หา-พา-ระ-ตะ) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

“มหาภารตะ : (คำนาม) ชื่อบทประพันธ์มหากาพย์เรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งของอินเดีย, คู่กับ รามายณ คือ รามเกียรติ์. (ส.).”

…………..

ข้อมูลภาพรวมโดย AI บอกความหมายของ “มหากาพย์” ไว้ดังนี้ –

…………..

มหากาพย์ (Epic) คือ วรรณกรรมร้อยกรองขนาดยาวที่เล่าเรื่องราววีรกรรมการผจญภัยอันน่าทึ่งของวีรบุรุษ บรรยายถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์หรือตำนานที่ส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมหรือประเทศชาติ มักมีองค์ประกอบของสิ่งเหนือธรรมชาติ เทพเจ้า และบทกวีที่ยิ่งใหญ่

…………..

ผู้เขียนบาลีวันละคำได้ยินญาติคนหนึ่งปรารภเรื่องการเลี้ยงลูกและบ่นเรื่องความซนของลูกว่า “ยุ่งเป็นมหากาพย์ทุกวันเลย” 

คำนี้ญาติจะพูดขึ้นเองหรือมีใครพูดขึ้นแล้วพูดกันต่อ ๆ มาก็ไม่อาจทราบได้ แต่ฟังดูแล้วรู้สึกอย่างที่ภาษาปากพูดว่า “เข้าท่า” 

“มหากาพย์” ตามที่ว่านี้เป็นสำนวน หมายถึง เรื่องที่ยุ่งเหยิงและยืดเยื้อไม่จบง่าย ๆ ต้องพบเห็นเจอะเจอกันอยู่เรื่อยไป 

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ปล่อยให้ยุ่งแล้วมันแย่แก้มันยาก

: ยิ่งยุ่งมากมันยิ่งแย่แก้ไม่ไหว

: อย่าปล่อยให้ยุ่งนุงนักจะหนักใจ

: จงแก้ไขอย่าให้ยุ่งนุงนักนา

– อุทานธรรม (บทที่ 26) ของ พระศาสนโสภน (จตฺตสลฺลเถร) วัดมกุฏกษัตริยาราม

#บาลีวันละคำ (5,082) 

12-5-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *