อาคันตุกะ (บาลีวันละคำ 5,089)

อาคันตุกะ
ภาษาพระ – ไทยเรียกว่า “แขก”
อ่านว่า อา-คัน-ตุ-กะ
“อาคันตุกะ” เขียนแบบบาลีเป็น “อาคนฺตุก” อ่านว่า อา-คัน-ตุ-กะ รากศัพท์มาจาก อา (คำอุปสรรค = ทั่ว, ยิ่ง, กลับความ) + คมฺ (ธาตุ = ไป, ถึง) + ตุ ปัจจัย, แปลง มฺ ที่สุดธาตุเป็น นฺ, + ก สกรรถ (กะ สะ-กัด)
: อา + คมฺ = อาคมฺ + ตุ = อาคมฺตุ > อาคนฺตุ + ก = อาคนฺตุก แปลตามศัพท์ว่า “ผู้มาถึง” “ผู้มาเยือน”
“อาคนฺตุก” ไม่ลง ก สกรรถ เป็น “อาคนฺตุ” อีกรูปหนึ่ง
พจนานุกรม บาลี-อังกฤษ แปล “อาคนฺตุก” ดังนี้ –
(1) coming, arriving, new comer, guest, stranger, esp. a newly arrived bhikkhu; a visitor (ผู้มา, ผู้มาถึง, ผู้มาใหม่, แขก, คนแปลกหน้า, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภิกษุที่เพิ่งมาใหม่ ๆ; ผู้เยี่ยมเยียน)
(2) adventitious, incidental (มาจากข้างนอก, เกี่ยวเนื่องกับเหตุที่เกิดขึ้น)
(3) accessory, superimposed, added (เพิ่มเติม, เพิ่มขึ้น, เสริม)
บาลี “อาคนฺตุ” และ “อาคนฺตุก” สันสกฤตก็เป็น “อาคนฺตุ” และ “อาคนฺตุก”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –
(สะกดตามต้นฉบับ)
(1) อาคนฺตุ : (คำนาม) การมาถึง; แขก, ผู้มาหา; ผู้แปลกหน้ามา; บาดเจ็บหรือบาดแผลอันได้รับโดยเหตุบังเอินอุบัท; arrival; a guest; a stranger; any accidental hurt or wound.
(2) อาคนฺตุก : (คำวิเศษณ์) หากบังเอินเปน; accidental or casual.
…………..
“อาคนฺตุก” ในภาษาไทยใช้เป็น “อาคันตุก-” (มีคำอื่นมาสมาสข้างท้าย) และ “อาคันตุกะ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“อาคันตุก-, อาคันตุกะ : (คำนาม) แขกผู้มาหา. (ป., ส.).”
ขยายความ :
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต มีคำว่า “อาคันตุกะ” “อาคันตุกภัต” และ “อาคันตุกวัตร” ขอนำมาเสนอเพื่อประกอบความรู้ดังนี้ –
…………..
(1) อาคันตุกะ : ผู้มาหา, ผู้มาจากที่อื่น, ผู้จรมา, แขก; (ในคำว่า “ถ้าปรารถนาจะให้อาคันตุกะได้รับแจกด้วย”) ภิกษุผู้จำพรรษาที่วัดอื่นจรมา, ถ้าภิกษุผู้มีหน้าที่เป็นจีวรภาชกะ (ผู้แจกจีวร) ปรารถนาจะให้อาคันตุกะมีส่วนได้รับแจกจีวรด้วย ต้องอปโลกน์ คือ บอกเล่าขออนุมัติต่อภิกษุเจ้าถิ่นคือผู้จำพรรษาในวัดนั้น (ซึ่งเรียกว่า วัสสิกะ หรือ วัสสาวาสิกะ แปลว่า “ภิกษุผู้อยู่จำพรรษา”)
(2) อาคันตุกภัต : อาหารที่เขาถวายเฉพาะภิกษุอาคันตุกะ คือผู้จรมาจากต่างถิ่น
(3) อาคันตุกวัตร : ธรรมเนียมที่ภิกษุผู้ไปสู่อาวาสอื่น เป็นอาคันตุกะ คือผู้จรมา พึงปฏิบัติ เช่น แสดงอาการเคารพ โดยลดร่ม ถอดรองเท้า ลดจีวรเฉวียงบ่า เข้าไปหาเจ้าของถิ่น ไหว้เจ้าถิ่นผู้แก่กว่า แสดงความเกรงใจ เช่น รอเจ้าถิ่นทำธุระเสร็จจึงเข้าไปหา ท่านมีงานพักไว้ ก็ไม่อยู่นาน แสดงอาการสุภาพ เช่น ล้างเท้า ถืออาสนะที่สมแก่ตน ถ้าจะพักอยู่ ก็ประพฤติให้ถูกธรรมเนียมของเจ้าถิ่น เช่น ถามถึงเสนาสนะอันถึงแก่ตน ถามถิ่นที่เวลาเข้าสู่โคจรคาม ที่อโคจร ตลอดจนวัจกุฎี สระน้ำ และกติกาสงฆ์ ครั้นถือเสนาสนะแล้ว ก็ไม่ดูดาย ใส่ใจปัดกวาด จัดตั้งเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ
คู่กับ อาวาสิกวัตร คือธรรมเนียมที่ภิกษุผู้เจ้าถิ่นควรปฏิบัติต่ออาคันตุกะ เช่น ขวนขวายต้อนรับ แสดงความนับถือ จัดหรือบอกให้น้ำให้อาสนะ ถ้าอาคันตุกะจะมาพักมาอยู่ พึงแสดงเสนาสนะ บอกที่ทางและกติกาสงฆ์ เป็นต้น
…………..
ดูก่อนภราดา!
: เป็นเจ้าถิ่น ต้องรู้จักเสียสละ
: เป็นอาคันตุกะ ต้องรู้จักเกรงใจ
#บาลีวันละคำ (5,089)
19-5-69
…………………………….
…………………………….
