บาลีวันละคำ

ภะยัปปัตตา จะ นิพภะยา (บาลีวันละคำ 4,918)

ภะยัปปัตตา  จะ  นิพภะยา

ปรารถนาดีด้วยภาษาบาลี

คำบาลีที่ยกขึ้นมาตั้งเขียนแบบคำอ่าน 

อ่านว่า พะ-ยับ-ปัด-ตา  จะ  นิบ-พะ-ยา

มีคำบาลีที่ควรเรียนรู้ ดังนี้

(๑) “ภะยัปปัตตา” 

เขียนแบบบาลีเป็น “ภยปฺปตฺตา” อ่านว่า พะ-ยับ-ปัด-ตา แยกศัพท์เป็น ภย + ปตฺตา

(ก) “ภย” บาลีอ่านว่า พะ-ยะ รากศัพท์มาจาก ภี (ธาตุ = กลัว) + ปัจจัย, ลบ , แผลง อี (ที่ ภี) เป็น เอ, แปลง เอ เป็น อย

: ภี + = ภีณ > ภี > เภ > ภย แปลตามศัพท์ว่า “ความกลัว” 

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “ภย” เป็นอังกฤษว่า fear, fright, dread (ความกลัว, ความหวาดหวั่น, สิ่งที่น่ากลัว)

บาลี “ภย” สันสกฤตก็เป็น “ภย

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ – 

ภย : (คำวิเศษณ์) อันน่ากลัว; frightful; dreadful. – (คำนาม) ‘ภย. ภัย,’ ความกลัว; อันตราย; fear; danger or peril.”

ภย” ใช้ทับศัพท์ในภาษาไทยว่า “ภัย” 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ภัย : (คำนาม) สิ่งที่น่ากลัว, อันตราย, เช่น อัคคีภัย คือ ภัยที่เกิดจากไฟ อุทกภัย คือ ภัยที่เกิดจากน้ำ. (ป., ส. ภย).”

ความหมายของ “ภย” ในบาลีคือ “ความกลัว” (fear) หรือ “สิ่งที่น่ากลัว” (fright) แต่ “ภัย” ในภาษาไทยน้ำหนักของความหมายอยู่ที่ “อันตราย” (danger, dangerous) 

โปรดสังเกตว่า พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ ที่ฝรั่งเป็นผู้ทำไม่ได้แปล “ภย” ว่า danger หรือ dangerous 

(ข) “ปตฺตา” อ่านว่า ปัด-ตา รูปคำเดิมเป็น “ปตฺต” อ่านว่า ปัด-ตะ รากศัพท์มาจาก ปทฺ (ธาตุ = ไป, ถึง) + ปัจจัย, แปลง –ทฺ ที่สุดธาตุกับ เป็น ตฺต 

: ปทฺ + = ปทฺต > ปตฺต แปลตามศัพท์ว่า “ถึงแล้ว” 

ปตฺต” เป็นคำกริยากิตก์ ใช้เป็นกริยาอดีตกาล และใช้เป็นคุณศัพท์ พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “ปตฺต” ว่า obtained, got, reached (ได้รับ, บรรลุ, ได้มา, ถึง)

ภย + ปตฺต ซ้อน ปฺ ระหว่างศัพท์ (ภย + ปฺ + ปตฺต

: ภย + ปฺ + ปตฺต = ภยปฺปตฺต (พะ-ยับ-ปัด-ตะ) แปลว่า “ถึงแล้วซึ่งภัย” หมายถึง ประสบภัย มีภัย ได้รับภัย 

ภยปฺปตฺต” ใช้เป็นคุณศัพท์ (วิเสสนะ) ของศัพท์ว่า “ปาณิโน” (สัตว์ทั้งหลาย) ซึ่งแจกด้วยวิภัตตินามที่หนึ่ง (ปฐมาวิภัตติ) พหุวจนะ ปุงลิงค์ จึงเปลี่ยนรูปตามคำนามที่ตนขยายเป็น “ภยปฺปตฺตา” แปลว่า “(สัตว์ทั้งหลาย) ผู้ประสบภัย

(๒) “จะ

เป็นคำบาลี ไม่ใช่คำไทย เขียนแบบบาลีเป็น “” อ่านว่า จะ (ไม่ใช่ จอ) นักเรียนบาลีในเมืองไทยนิยมเรียกเต็ม ๆ ว่า “-ศัพท์” (จะ-สับ)

-ศัพท์” เป็นศัพท์จำพวก “นิบาต” หลักของศัพท์จำพวกนิบาตคือไม่แจกด้วยวิภัตติเหมือนคำนาม อยู่ที่ไหนก็คงรูปเดิม เช่น “” ก็คงเป็น “” ไม่เปลี่ยนรูปเป็น โจ เจ จํ จา … เหมือนคำนาม 

ตำราบาลีไวยากรณ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสเรียกนิบาตหมวดนี้ว่า “นิบาตสำหรับผูกศัพท์และประโยคมีอัตถะเป็นอเนก” (นอกจาก “” แล้วยังมีคำอื่นอีก) 

นักเรียนบาลีท่องจำกันว่า “ (จะ) = ด้วย, อนึ่ง, ก็, จริงอยู่” 

คำแปลของ “-ศัพท์” ที่ควรทราบพอเป็นพื้นเบื้องต้น คือ – 

(1) ใช้ควบคำนาม: 

– แปลโดยพยัญชนะว่า “ด้วย” เช่น “มาตา ปิตา ” แปลว่า “อันว่าแม่ด้วย อันว่าพ่อด้วย” 

– แปลโดยอรรถว่า “และ” – “มาตา ปิตา ” แปลว่า “แม่และพ่อ

(2) ใช้ควบประโยค:

เช่น “สพฺเพ สตฺตา ชายนฺติ มรนฺติ ” แปลว่า “สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงย่อมเกิดด้วย, (สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง) ย่อมตายด้วย” 

(3) ใช้เป็นคำเปิดประโยค:

แปลว่า “อนึ่ง” “ก็” “จริงอยู่” (จะใช้คำไหนแล้วแต่บริบท) เช่น “วโส โลเก อิสฺสริยํ โหติ” แปลว่า “จริงอยู่ อำนาจย่อมเป็นใหญ่ในโลก

หลักไวยากรณ์: กรณีที่ใช้เป็นคำเปิดประโยคนี้ ต้องมีคำอื่นนำหน้ามาก่อนเสมอ “” จะไม่อยู่เป็นคำแรกในประโยค

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “-ศัพท์” ดังนี้ (ในที่เช่นไร ควรแปลอย่างไร ขึ้นอยู่กับบริบท) – 

(1) ever, whoever, what-ever, etc. (ก็ตาม, ใครก็ตาม, อะไรก็ตาม, ฯลฯ) 

(2) and, then, now (และ, แล้ว, ทีนี้) 

(3) but [esp. after a negation] (แต่ [โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังคำปฏิเสธ])

(4) if (ถ้าว่า)

(๓) “นิพภะยา” 

เขียนแบบบาลีเป็น “นิพฺภยา” อ่านว่า นิบ-พะ-ยา รูปคำเดิมเป็น “นิพฺภย” อ่านว่า นิบ-พะ-ยะ แยกศัพท์เป็น นิ + ภย

(ก) “นิ” เป็นศัพท์จำพวก “อุปสรรค” ในบาลี อุปสรรคตัวนี้เป็น “นิ” (สระ อิ) แปลว่า เข้า, ลง และมีอีกตัวหนึ่งเป็น “นี” (สระ อี) แปลว่า ไม่มี, ออก 

แต่ตำราบาลีไวยากรณ์ของเรา พิมพ์เป็น “นิ” (สระ อิ) ทั้ง 2 ตัว และมีคำแปลว่า –

นิ = เข้า, ลง

นิ = ไม่มี, ออก

ซึ่งควรจะสงสัยว่า เมื่อเป็น “นิ” เหมือนกัน ทำไมจะต้องแยกว่า “นิ = เข้า, ลง” ตัวหนึ่ง “นิ = ไม่มี, ออก” อีกตัวหนึ่ง 

ทำไมไม่ว่ารวดไปเลยว่า “นิ =เข้า, ลง, ไม่มี, ออก” 

ในที่นี้ “นิ” (หรือ “นี”) แปลว่า “ไม่มี, ออก” หรือนัยหนึ่งว่า “นิ” แทนศัพท์ว่า “นิคฺคต” แปลว่า ออกไปแล้ว, ไปจาก (going out, proceeding from) 

(ข) “ภย” ดูข้างต้น

นิ + ภย ซ้อน พฺ ระหว่างศัพท์ (นิ + พฺ + ภย

: นิ + พฺ + ภย = นิพฺภย (นิบ-พะ-ยะ) แปลว่า “มีภัยออกไปแล้ว” หมายถึง พ้นภัย ปลอดภัย หมดภัย 

นิพฺภย” ใช้เป็นคุณศัพท์ (วิเสสนะ) ของศัพท์ว่า “ปาณิโน” เช่นเดียวกับ “ภยปฺปตฺตา” จึงเปลี่ยนรูปเป็น “นิพฺภยา” 

ภยปฺปตฺตา    นิพฺภยา” เขียนแบบไทยเป็น “ภะยัปปัตตา  จะ  นิพภะยา” 

อ่านว่า พะ-ยับ-ปัด-ตา  จะ  นิบ-พะ-ยา

แปลว่า “และผู้ประสบภัยทั้งหลายจงพ้นจากภัยเถิด

ขยายความ :

ภะยัปปัตตา  จะ  นิพภะยา” เป็นข้อความตอนหนึ่งในบท “เทวตาอุยโยชนคาถา” (คาถาส่งเทวดา) ข้อความเต็มและคำแปลเป็นดังนี้

…………..

ทุกขัปปัตตา  จะ นิททุกขา 

ภะยัปปัตตา  จะ  นิพภะยา

โสกัปปัตตา  จะ  นิสโสกา

โหนตุ  สัพเพปิ  ปาณิโน.

ขอสัตว์ทั้งปวง

ที่ประสบทุกข์จงพ้นจากทุกข์

ที่ประสบภัยจงพ้นจากภัย

และที่ประสบความโศกจงพ้นจากความโศกเสียได้เถิด

เอตตาวะตา  จะ  อัมเหหิ 

สัมภะตัง ปุญญะสัมปะทัง 

สัพเพ  เทวานุโมทันตุ 

สัพพะสัมปัตติสิทธิยา. 

และขอเทวดาทั้งปวงจงได้อนุโมทนา

ซึ่งบุญสมบัติอันข้าพเจ้าทั้งหลาย

ได้สร้างสมไว้แล้วนี้

เพื่อความสำเร็จแห่งสมบัติทั้งปวงเถิด 

ทานัง  ทะทันตุ  สัทธายะ 

สีลัง  รักขันตุ  สัพพะทา 

ภาวะนาภิระตา  โหนตุ 

คัจฉันตุ  เทวะตาคะตา.

ขอเทวดาทั้งหลายจงให้ทาน

รักษาศีล และบำเพ็ญภาวนา

ด้วยใจศรัทธาตลอดกาลทุกเมื่อ

ทวยเทพทั้งหลายที่มาชุมนุมขอเชิญกลับเถิด

สัพเพ  พุทธา  พะลัปปัตตา 

ปัจเจกานัญจะ  ยัง  พะลัง 

อะระหันตานัญจะ  เตเชนะ 

รักขัง  พันธามิ  สัพพะโส. 

ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ถึงพร้อมด้วยพลธรรม

ด้วยเดชแห่งพลธรรมของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย

และด้วยเดชแห่งพลธรรมของพระอรหันต์ทั้งหลาย

ขอให้ข้าพเจ้าคุ้มครองรักษาความดีไว้ได้โดยประการทั้งปวง เทอญ

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ถ้าช่วยผ่อนภัยให้กันไม่ได้

: ก็จงช่วยอย่าเพิ่มภัย

#บาลีวันละคำ (4,918)

29-11-68

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้