บาลีวันละคำ

พระพุทธวิโลกนญาณบพิตร (บาลีวันละคำ 4,915)

พระพุทธวิโลกนญาณบพิตร

พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

อ่านว่า พฺระ-พุด-ทะ-วิ-โล-กะ-นะ-ยา-นะ-บอ-พิด

ประกอบด้วยคำว่า พระ + พุทธ + วิโลกน + ญาณ + บพิตร 

(๑) “พระ” 

มีผู้ให้ความเห็นว่าน่าจะมาจาก “วร” (วะ-ระ) ในบาลีสันสกฤต แปลว่า “ประเสริฐ” แปลง เป็น ออกเสียงว่า พะ-ระ แล้วกลายเสียงเป็น พฺระ (ร กล้ำ)

ในที่นี้คำว่า “พระ” เป็นคำใช้ประกอบหน้าคำอื่นแสดงความยกย่อง (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “พระ” ไว้ 13 อย่าง)

(๒) “พุทธ

บาลีเขียน “พุทฺธ” (มีจุดใต้ ทฺ) อ่านว่า พุด-ทะ รากศัพท์มาจาก พุธฺ (ธาตุ = รู้) + ปัจจัย, แปลง ธฺ ที่สุดธาตุเป็น ทฺ, แปลง เป็น ธฺ (นัยหนึ่งว่า แปลง ธฺ ที่สุดธาตุกับ เป็น ทฺธ)

: พุธฺ + = พุธฺต > พุทฺต > พุทฺธ (พุธฺ + = พุธฺต > พุทฺธ) แปลตามศัพท์ว่า “ผู้รู้ทุกอย่างที่ควรรู้

พุทฺธ” แปลตามศัพท์ได้เกือบ 20 ความหมาย แต่ที่เข้าใจกันทั่วไปมักแปลว่า –

(1) ผู้รู้ = รู้สรรพสิ่งตามความเป็นจริง

(2) ผู้ตื่น = ตื่นจากกิเลสนิทรา ความหลับไหลงมงาย

(3) ผู้เบิกบาน = บริสุทธิ์ผ่องใสเต็มที่

ความหมายที่เข้าใจกันเป็นสามัญ หมายถึง “พระพุทธเจ้า

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “พุทฺธ” ว่า –

one who has attained enlightenment; a man superior to all other beings, human & divine, by his knowledge of the truth, a Buddha (ผู้ตรัสรู้, ผู้ดีกว่าหรือเหนือกว่าคนอื่นๆ รวมทั้งมนุษย์และเทพยดาด้วยความรู้ในสัจธรรมของพระองค์, พระพุทธเจ้า)

(๓) “วิโลกน

อ่านว่า วิ-โล-กะ-นะ รากศัพท์มาจาก วิ (คำอุปสรรค = วิเศษ, พิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + โลกฺ (ธาตุ = เห็น, ดู, แลดู) + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ)

: วิ + โลกฺ = วิโลกฺ + ยุ > อน = วิโลกน แปลตามศัพท์ว่า “การแลดูอย่างพิเศษ” ไขความว่า “การแลดูทั้งสองข้าง” (เหลียวดู, เหลียวซ้ายแลขวา) หรือ “การเล็งดูด้วยประการต่าง ๆ” 

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “วิโลกน” ว่า looking, reflection, investigation, prognostication (การมองดู, การคำนึง, การเลือกหาหรือสอบดู, การทำนาย)

(๔) “ญาณ” 

บาลีอ่านว่า ยา-นะ รากศัพท์มาจาก ญา (ธาตุ = รู้) + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ), แปลง เป็น  

: ญา + ยุ > อน = ญาน > ญาณ แปลตามศัพท์ว่า “เครื่องช่วยรู้” “สิ่งที่เป็นเหตุให้รู้” “รู้สิ่งที่พึงรู้” หมายถึง ความรู้, ปัญญา 

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “ญาณ” ว่า knowledge, intelligence, insight, conviction, recognition; cognizance, learning, skill (ความรู้, ปัญญา, การหยั่งเห็น, ความเชื่อ, ความเข้าใจ, การหยั่งรู้; การรับรู้, ความคงแก่เรียน, ทักษะ, ความฉลาด)

ญาณ” ในความหมายพิเศษ หมายถึงปัญญาหยั่งรู้หรือกำหนดรู้ความจริงอย่างใดอย่างหนึ่งได้อย่างแจ่มชัดจนเกิดความสว่างไสวในดวงจิต หรือความสามารถหยั่งรู้เป็นพิเศษถึงเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ญาณ, ญาณ– : (คำนาม) ปรีชาหยั่งรู้หรือกำหนดรู้ที่เกิดจากอำนาจสมาธิ, ความสามารถหยั่งรู้เป็นพิเศษ. (ป.; ส. ชฺญาน).”

(๕) “บพิตร” 

มาจากสันสกฤตว่า “ปวิตฺร” บาลีเป็น “ปวิตฺต” (ปะ-วิด-ตะ) รากศัพท์มาจาก ปุ (ธาตุ = สะอาด) แผลง อุ ที่ ปุ เป็น โอ แล้วแปลง โอ เป็น อว (ปุ > โป > ปว) + ปัจจัย, ลง อิ อาคมหน้าปัจจัย, ซ้อน ตฺ 

: ปุ > โป > ปว + อิ = ปวิ + ตฺ + = ปวิตฺต แปลตามศัพท์ว่า “ผู้สะอาด” คือ ผู้หมดจด, ผู้บริสุทธิ์

บาลี “ปวิตฺต” สันสกฤตเป็น “ปวิตฺร

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

(สะกดตามต้นฉบับ)

ปวิตฺร : (คำวิเศษณ์) บริสุทธิ์, สะอาด, หมดจด; pure, clean; น. ผู้หรือสิ่งที่ชำระให้สะอาด; หญ้ายัญ; ทองแดง; น้ำ; ฝน; การขัดสี, การชำระ; เนยใส; น้ำผึ้ง; who or what cleans; sacrificial grass; copper; water; rain; rubbing, cleansing; ghee or clarified butter; honey.”

ในภาษาไทย > และ > : ปวิตฺต > ปวิตฺร > บพิตร 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “บพิตร” ในภาษาไทยไว้ดังนี้ –

บพิตร :  (ราชาศัพท์; คำแบบ) (คำนาม) พระองค์ท่าน เช่น บำรุงฤทัยตระโบม บพิตรผู้อย่าดูเบา, โดยมากเป็นคำที่พระสงฆ์ใช้แก่เจ้านาย ซึ่งใช้คำเปลี่ยนไปตามพระอิสริยยศของเจ้านาย เช่น สมเด็จพระราชภคินีบพิตร สมเด็จพระบรมวงศบพิตร บรมวงศบพิตร พระเจ้าวรวงศบพิตร พระวรวงศบพิตร.”

หมายเหตุ: “คำแบบ” หมายถึง คำที่ใช้เฉพาะในหนังสือ ไม่ใช่คำพูดทั่วไป

โปรดสังเกตว่า “ปวิตฺต” บาลี กับ “ปวิตฺร” สันสกฤต ความหมายตรงกัน แต่ “บพิตร” ไทยใช้ในความหมายที่แปลกออกไปจนน่าสงสัยว่าเป็นศัพท์เดียวกันแน่หรือ น่าจะศึกษาสืบค้นต่อไป

การประสมคำ :

พระ + พุทธ = พระพุทธ แปลว่า “พระพุทธเจ้า” 

วิโลกน + ญาณ = วิโลกนญาณ แปลว่า “ญาณเป็นเครื่องสอดส่อง” 

พระพุทธ + วิโลกนญาณ = พระพุทธวิโลกนญาณ แปลว่า “พระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระญาณเป็นเครื่องสอดส่อง” 

พระพุทธวิโลกนญาณ + บพิตร = พระพุทธวิโลกนญาณบพิตร แปลว่า “พระพุทธเจ้าผู้ทรงมีญาณเป็นเครื่องสอดส่อง ผู้เป็นที่ยินดีปลื้มใจ” 

หมายเหตุ: แปลโดยอนุวัตตามคำแปลในประวัติ

พระพุทธวิโลกนญาณบพิตร” เป็นนามพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นามเต็มว่า “พระพุทธวิโลกนญาณบพิตร สิริกิตติธรรมโสตถิมงคล”

ขยายความ :

พระพุทธวิโลกนญาณบพิตร สิริกิตติธรรมโสตถิมงคล มีประวัติดังนี้ –

…………..

พระพุทธวิโลกนญาณบพิตร สิริกิตติธรรมโสตถิมงคล

พระพุทธรูปยืนสำริด ปางรำพึง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๙ ขนาดความสูง ๑๖๓ เซนติเมตร นับเป็นพระพุทธรูปประจำพระชนมวารสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ปัจจุบันประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีเบื้องพระหัตถ์ซ้ายพระพุทธชินสีห์ 

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชดำริให้หล่อพระพุทธรูปประจำพระชนมวารสำหรับพระองค์ขึ้น เป็นพระพุทธรูปปางรำพึง ครองจีวรห่มคลุม ขนาดเท่าพระองค์ (ความสูงองค์พระ ๑๖๓ เซนติเมตร) 

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มาทรงประกอบพิธีเททองหล่อ ณ มณฑลพิธีข้างพระอุโบสถ ในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ 

ครั้นวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ บำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์  ในการนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเบิกพระเนตรพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร โดยทรงเช็ดที่แววพระเนตรทั้งสองข้างด้วยผ้าชุบน้ำพระสุคนธ์ ทรงเจิมแผ่นป้ายนามพระพุทธรูป แล้วทรงถวายผ้าทรงสะพักพระพุทธรูป

พระพุทธรูปองค์นี้จึงได้รับการถวายพระนามว่า “พระพุทธวิโลกนญาณบพิตร สิริกิตติธรรมโสตถิมงคล” อันหมายถึง “พระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระญาณเป็นเครื่องสอดส่อง ทรงเป็นบพิตร คือ ผู้เป็นที่ยินดีปลื้มใจ อำนวยธรรมเป็นเหตุให้ประสบสวัสดิมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ”

ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างผ้าทรงสะพักตาดผืนใหม่ ปักดิ้นทองเป็นอักษรพระนามาภิไธยย่อ ส.ก. ชายผ้าประดับลูกรุ่ยกรุยทองแล้วเสด็จพระราชดำเนินมาถวายในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน วันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

(เรื่อง ศรัณย์ มะกรูดอินทร์)

ที่มา: เฟซบุ๊ก: เล่าเรื่อง..วัดบวรฯ

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ฝึกฝนใช้วิจารณญาณสอดส่องให้ถึงที่สุด

: นั่นแหละคือดำเนินตามวิถีพุทธผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน

#บาลีวันละคำ (4,915)

26-11-68

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้