คำว่า “วัด” มาจากภาษาอะไร (บาลีวันละคำ 4,917)

คำว่า “วัด” มาจากภาษาอะไร
วินิจฉัยแบบสนุกเล่น
คำว่า “วัด” ในที่นี้ หมายถึง “วัด” ตามที่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“วัด ๑ : (คำนาม) สถานที่ทางศาสนา โดยปรกติมีโบสถ์ วิหาร และที่อยู่ของสงฆ์หรือนักบวชเป็นต้น.”
ปรกติ คำในพจนานุกรมฯ ถ้ามีที่มาชัดเจนว่าเป็นภาษาอะไรหรือมาจากภาษาอะไร พจนานุกรมฯ จะบอกที่มาไว้ด้วย ถ้าเป็นคำไทยแท้ ๆ ก็จะไม่บอกที่มา ดังจะให้เข้าใจกันว่า คำที่ไม่บอกที่มาเป็นคำไทยแท้ ๆ
คำว่า “วัด” พจนานุกรมฯ ก็ไม่ได้บอกที่มา จึงเป็นที่เข้าใจกันว่า “วัด” เป็นคำไทย และเป็นภาษาไทย ไม่ได้มาจากภาษาอื่น
เรื่องก็ควรจบแค่นี้ คือยุติว่า คำว่า “วัด” เป็นภาษาไทย ไม่ได้มาจากภาษาอะไรอื่น
แต่ถ้ามีผู้ถามขึ้นอีกว่า คำว่า “วัด” มาจากภาษาอะไร? ก็อาจแปลเจตนาของผู้ถามได้ว่า ผู้ถามไม่เชื่อว่า คำว่า “วัด” เป็นภาษาไทย แต่เชื่อว่าคำว่า “วัด” ต้องเป็นภาษาอื่น หรือน่าจะมาจากภาษาอื่น
เพราะฉะนั้น ที่จะเขียนต่อไปนี้จึงเป็นการคิดแบบสนุก ๆ หรือร่วมสนุกกันเท่านั้น ไม่ควรถือเป็นวิชาการจริงจัง
ในฐานะที่ผู้เขียนบาลีวันละคำเรียนมาทางภาษาบาลี ก็ขอตอบว่า คำว่า “วัด” มาจากภาษาบาลีว่า “วตฺต” หรือ “วต”
(๑) “วตฺต” บาลีอ่านว่า วัด-ตะ รากศัพท์มาจาก วตฺตฺ (ธาตุ = เป็นไป, ดำเนินไป, เป็นอยู่, หมุนไป) + อ (อะ) ปัจจัย
: วตฺตฺ + อ = วตฺต แปลตามศัพท์ว่า “กิจที่ดำเนินไป” “ข้อที่ควรถือประพฤติ”
(๒) “วต” บาลีอ่านว่า วะ-ตะ รากศัพท์มาจาก –
(1) วตฺ (ธาตุ = เป็นไป) + อ (อะ) ปัจจัย
: วตฺ + อ = วต แปลตามศัพท์ว่า “การที่เป็นไปตามปกติ”
(2) วชฺ (ธาตุ = ปรุงแต่ง, กระทำ) + อ (อะ) ปัจจัย, แปลง ช เป็น ต
: วชฺ > วต + อ = วต แปลตามศัพท์ว่า “การอันเขาปรุงแต่ง”
“วตฺต” และ “วต” มีความหมายว่า –
(1) สิ่งที่ทำ, สิ่งที่ดำเนินไป หรือเป็นกิจวัตร, หน้าที่, การบริการ, ประเพณี, งาน (that which is done, which goes on or is customary, duty, service, custom, function)
(2) การปฏิบัติหรือบำเพ็ญ, การปฏิญญา, คุณความดี (observance, vow, virtue)
“วตฺต” ในบาลี เป็น “วฺฤตฺต” ในสันสกฤต
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –
(สะกดตามต้นฉบับ)
“วฺฤตฺต : (คำนาม) กาพย์, ฉันท์; ความประพฤติ; ประโยค; การย์, เหตุการณ์; มณฑล, วงกลม; เต่า; อาชีพ; verse, metre; conduct; practice; procedure, event; a circle; a tortoise; profession.”
“วตฺต” หรือ “วต” ใช้ในภาษาไทยเป็น “วัตร” และ “พรต” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายไว้ว่า –
(1) วัตร, วัตร– : (คำนาม) กิจพึงกระทำ เช่น ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น, หน้าที่ เช่น ข้อวัตรปฏิบัติ, ธรรมเนียม เช่น ศีลาจารวัตร; ความประพฤติ เช่น พระราชจริยวัตร, การปฏิบัติ เช่น ธุดงควัตร อุปัชฌายวัตร, การจำศีล. (ป. วตฺต; ส. วฺฤตฺต).
(2) พรต : (คำนาม) กิจวัตร, การปฏิบัติ; มรรยาท, เขตแห่งความประพฤติ, ธรรมเนียม, ประเพณี, การสมาทานหรือประพฤติตามลัทธิศาสนา, การจำศีล (เช่น การเว้นบริโภค เว้นเมถุนธรรม); การสมาทานบริโภคอาหารอย่างเดียวเป็นนิตย์ (เช่น มธุพรต คือ การสมาทานกินแต่น้ำผึ้ง); ข้อกำหนดการปฏิบัติทางศาสนาเพื่อข่มกายใจ มีศีลวินัยเป็นต้น เช่น บำเพ็ญพรต ทรงพรต ถือพรต, เรียกผู้บำเพ็ญพรต ว่า นักพรต. (ส. วฺรต; ป. วตฺต).
…………..
ผู้ออกบวชไปปฏิบัติกิจวัตรหรือบำเพ็ญพรตอยู่ที่ไหนเป็นประจำ ผู้คนก็เรียกสถานที่นั้นว่า สถานที่เป็นที่ปฏิบัติกิจวัตร
เรียกคำเดียวว่า “วัตร” ก็เป็นที่เข้าใจกันว่า คือ “สถานที่เป็นที่ปฏิบัติกิจวัตร”
คำว่า วตฺต > วต > วัตร ที่ออกเสียงว่า “วัด” นั่นเอง เมื่อเขียนเป็นอักษรไทยตามเสียงเรียกเสียงอ่าน จึงมีผู้สะกดเป็น “วัด”
…………..
สาเหตุที่สะกดเป็น “วัด” อีกประการหนึ่งก็คือ เขียนคำบาลีว่า “วตฺต” ซึ่งอ่านว่า วัด-ตะ นั่นเอง เขียน ต เต่า เลือนไปเป็น ด เด็ก –
วตฺต > วดด
อักขรวิธีเก่าของไทย พยัญชนะซ้ำกัน 2 ตัว เท่ากับไม้หันอากาศสะกดด้วยพยัญชนะตัวนั้น เช่น –
กนน = กัน
พกก = พัก
ดังนั้น: วดด = วัด
“วตฺต” (ต เต่า 2 ตัว) ในบาลี = สถานที่เป็นที่ปฏิบัติกิจวัตร
เขียนเลือนเป็น “วดด” (ด เด็ก 2 ตัว) = วัด ตามอักขรวิธีเก่าของไทย
“วตฺต” จึงกลายเป็น “วัด” คำไทย = สถานที่ทางศาสนา
ดังที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้
ขอย้ำว่า ที่เขียนมานี้เป็นการคิดแบบสนุก ๆ หรือร่วมสนุกกันเท่านั้น ไม่ควรถือเป็นวิชาการจริงจัง
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ภาษาเป็นสมมุติสัจจะ
: แต่ถ้าคิดให้เป็นก็จะเห็นธรรมะอยู่ในภาษานั่นเอง
#บาลีวันละคำ (4,917)
28-11-68
…………………………….
…………………………….
