สังฆาวาส (บาลีวันละคำ 5,035)

สังฆาวาส
เขตพระสงฆ์
…………..
ตามหลักอันมีมาแต่เดิม ท่านแบ่งผังอาวาสเป็น 2 เขต คือ พุทธาวาสกับสังฆาวาส แต่ผู้รู้ในปัจจุบันท่านแบ่งผังอาวาสเป็น 3 เขต ตามแนวแห่งพระรัตนตรัย คือ –
1 เขตที่มีโบสถ์ วิหาร เจดีย์ สถูป พระธาตุ เรียกว่า “พุทธาวาส”
2 เขตที่มีศาลาการเปรียญ หอไตร หอสวดมนต์ เรียกว่า “ธัมมาวาส”
3 เขตที่เป็นกุฏิที่พระสงฆ์อยู่ เรียกว่า “สังฆาวาส”
…………..

“สังฆาวาส” อ่านว่า สัง-คา-วาด
ประกอบด้วยคำว่า สังฆ + อาวาส
(๑) “สังฆ”
เขียนแบบบาลีเป็น “สงฺฆ” อ่านว่า สัง-คะ รากศัพท์มาจาก สํ (คำอุปสรรค = พร้อมกัน, ร่วมกัน) + หนฺ (ธาตุ = ไป, เป็นไป) + อ (อะ) ปัจจัย, แปลงนิคหิตที่ สํ เป็น ง (สํ > สงฺ), แปลง หนฺ เป็น ฆ
: สํ + หนฺ = สํหนฺ + อ = สํหน > สงฺหน > สงฺฆ แปลตามศัพท์ว่า –
(1) “หมู่เป็นที่ไปรวมกันแห่งส่วนย่อยโดยไม่แปลกกัน” หมายความว่า ส่วนย่อยที่มีคุณสมบัติหลักๆ “ไม่แปลกกัน” คือมีคุณสมบัติตรงกัน เหมือนกัน ส่วนย่อยดังกล่าวนี้ไปอยู่รวมกัน คือเกาะกลุ่มกัน ดังนี้เรียกว่า “สงฺฆ”
(2) “หมู่ที่รวมกันโดยมีความเห็นและศีลเสมอกัน” ความหมายนี้เล็งที่บรรพชิตหรือสาวกที่เป็นนักบวชในลัทธิศาสนาต่างๆ เช่นภิกษุในพระพุทธศาสนาเป็นต้น ต้องมีความคิดเห็นและความประพฤติลงรอยกันจึงจะรวมเป็น “สงฺฆ” อยู่ได้
“สงฺฆ” จึงหมายถึง หมู่, กอง, กลุ่ม, คณะ
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “สงฺฆ” เป็นอังกฤษว่า –
(1) multitude, assemblage (ฝูงชน, ชุมนุมชน, หมู่, ฝูง)
(2) the Order, the priesthood, the clergy, the Buddhist church (คณะสงฆ์, พระ, นักบวช, พุทธจักร)
(3) a larger assemblage, a community (กลุ่มใหญ่, ประชาคม)
“สงฺฆ” ปกติในภาษาไทยใช้ว่า “สงฆ์” ถ้าอยู่หน้าคำสมาสมักใช้เป็น “สังฆ-”
“สงฆ์” ในภาษาไทย อาจหมายถึงภิกษุที่รวมกันเป็นหมู่คณะก็ได้ หมายถึงภิกษุแต่ละรูปก็ได้
(๒) “อาวาส”
บาลีอ่านว่า อา-วา-สะ รากศัพท์มาจาก อา (คำอุปสรรค = ทั่วไป) + วสฺ (ธาตุ = อยู่) + ณ ปัจจัย
ทบทวนหลักการทางไวยากรณ์ของ ณ ปัจจัย :
(1) ณ ปัจจัย หรือปัจจัยที่เนื่องด้วย ณ (เช่น เณ ณฺย) ลงแล้ว “ลบ ณ ทิ้งเสีย”
(2) มีอำนาจ “ทีฆะต้นธาตุ” คือธาตุที่มี 2 พยางค์ ถ้าพยางค์แรกเสียงสั้นก็ยืดเป็นเสียงยาว (อะ เป็น อา, อิ เป็น อี, อุ เป็น อู) ในที่นี้ วสฺ ธาตุ “ว” เสียงสั้น จึงยืดเป็น “วา”
: อา + วสฺ = อาวสฺ + ณ = อาวสณ > อาวส > อาวาส แปลตามศัพท์ว่า “ที่เป็นที่มาอยู่” = มาถึงตรงนั้นแล้วก็อยู่ จึงเรียกที่ตรงนั้นว่า “อาวาส” หมายถึง การพักแรม, การพักอยู่, การอาศัยอยู่, การอยู่; ที่อยู่, ที่พำนัก (sojourn, stay, dwelling, living; dwelling-place, residence)
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “อาวาส” ไว้ดังนี้ –
“อาวาส : (คำนาม) วัด เช่น เจ้าอาวาส ที่อยู่ เช่น พุทธาวาส (พุทธ + อาวาส) คือ ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป หมายถึง โบสถ์ วิหาร สังฆาวาส (สังฆ + อาวาส) คือ ที่อยู่ของพระสงฆ์; ผู้ครอบครอง เช่น ฆราวาส (ฆร + อาวาส) คือ ผู้ครอบครองเรือน หรือผู้อยู่ครองเรือน. (ป., ส.).”
สังฆ + อาวาส = สังฆาวาส แปลว่า “ที่อยู่ของพระสงฆ์”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “สังฆาวาส” ไว้ดังนี้ –
“สังฆาวาส : (คำนาม) บริเวณที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ ประกอบด้วยกุฏิ หอฉัน ศาลาการเปรียญ เป็นต้น.”
ขยายความ :
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “สังฆาวาส” บอกไว้ดังนี้ –
…………..
สังฆาวาส : “อาวาสของสงฆ์”, ส่วนของวัดซึ่งจัดไว้เป็นที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ ประกอบด้วยกุฏิ หอสวดมนต์ หอฉัน เป็นต้น ต่างกับและเป็นคู่กันกับพุทธาวาส, เป็นคำที่บัญญัติขึ้นใช้ภายหลัง (มิได้มีมาแต่เดิมในคัมภีร์);
…………..
พจนานุกรมพุทธศาสน์ฯ มีคำว่า “สังฆิกาวาส” อีกคำหนึ่ง บอกไว้ดังนี้ –
…………..
สังฆิกาวาส : ที่อยู่ที่เป็นของสงฆ์, เป็นคำทางพระวินัย ตรงข้ามกับ ปุคคลิกาวาส (ที่อยู่ที่เป็นของบุคคล หรือที่อยู่ส่วนตัว) เช่นในข้อความว่า (วินย.อ.๓/๓๙๔) “ถ้าภิกษุถือเอาทัพสัมภาระทั้งหลาย มีกลอนเป็นต้น จากสังฆิกาวาสนั้น นำไปใช้ในสังฆิกาวาสอื่น ก็เป็นอันใช้ไปด้วยดี แต่เมื่อเอาไปใช้ในปุคคลิกาวาส จะต้องจ่ายมูลค่าให้ หรือต้องทำให้กลับคืนดีเป็นปกติอย่างเดิม, ถ้าภิกษุมีไถยจิต ถือเอาเตียงและตั่งเป็นต้น จากวิหารที่ถูกทอดทิ้งแล้ว พึงปรับอาบัติตามมูลค่าแห่งสิ่งของ ในขณะที่ยกขึ้นไปนั่นทีเดียว”, “สังฆิกวิหาร” ก็เรียก; พึงสังเกตว่า “สังฆิกาวาส” ก็ดี “ปุคคลิกาวาส” ก็ดี เป็นคำที่ใช้ในชั้นอรรถกถา ส่วนในพระไตรปิฎก ใช้เป็นข้อความว่า วิหารที่เป็นสังฆิกะ หรือวิหารของสงฆ์ และเสนาสนะของสงฆ์ เป็นต้น
…………..
อภิปรายแถม :
“สังฆาวาส” ตามคำนิยามในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกว่า “ประกอบด้วยกุฏิ หอฉัน ศาลาการเปรียญ เป็นต้น”
ตามคำนิยามนี้ ศาลาการเปรียญ ถูกจัดอยู่ในเขตสังฆาวาส
แต่ตามข้อความที่ยกขึ้นเกริ่นนำข้างต้น (ดูข้างต้น) บอกว่า ศาลาการเปรียญ จัดอยู่ในเขต “ธัมมาวาส”
เหตุที่จัดศาลาการเปรียญไว้ในเขตธัมมาวาส ก็เพราะศาลาการเปรียญไม่ใช่เขต “พุทธาวาส” และไม่ใช่ที่อยู่ของสงฆ์อันจะเรียกได้ว่า “สังฆาวาส”
ศาลาการเปรียญเป็นที่สำหรับประชุมทำกิจกรรมของชาววัดและชาวบ้าน โดยเฉพาะประชุมกันทำบุญในวันพระและในโอกาสต่าง ๆ
เมื่อไม่ใช่เขตพุทธาวาสและไม่ใช่เขตสังฆาวาส ก็เหลืออีกเขตเดียวคือธัมมาวาส
เวลามีการแสดงธรรม เช่นแสดงธรรมในวันพระที่มีชาวบ้านมาทำบุญ ก็แสดงธรรมที่ศาลาการเปรียญ เวลาพระภิกษุสามเณรในวัดเรียนธรรม ก็เรียนที่ศาลาการเปรียญ
คำว่า “การเปรียญ” พจนานุกรมฯ ก็ให้คำนิยามว่า “เรียกศาลาวัดสำหรับพระสงฆ์แสดงธรรมว่า ศาลาการเปรียญ”
ด้วยเหตุดังแสดงมานี้ ศาลาการเปรียญจึงควรจัดไว้ในเขตธัมมาวาส
…………..
ดูก่อนภราดา!
: เพราะไปอยู่ในฐานะที่ไม่ควรอยู่
ปัญหาจึงโจมจู่ไม่รู้จบ
: ทำหน้าที่รู้ทันให้ครันครบ
หลบในเขตของตนย่อมพ้นภัย
#บาลีวันละคำ (5,035)
26-3-69
…………………………….
…………………………….
