สุรนารี (บาลีวันละคำ 5,032)

สุรนารี
วันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี
อ่านว่า สุ-ระ-นา-รี
ประกอบด้วยคำว่า สุร + นารี
(๑) “สุร”
บาลีเป็น “สูร” (สู-ระ สู– สระ อู) รากศัพท์มาจาก สุรฺ (ธาตุ = กล้าหาญ) + อ (อะ) ปัจจัย, ทีฆะ อุ ที่ สุ-(รฺ) เป็น อู (สุรฺ > สูร)
: สุรฺ + อ = สุร > สูร แปลตามศัพท์ว่า “ผู้กล้าหาญ”
“สูร” (ปุงลิงค์) ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –
(1) วีรบุรุษ, คนกล้า (a hero, a valiant man)
(2) กล้าหาญ, แกล้วกล้า (valiant, courageous)
(3) ความกล้าหาญ (valour)
บาลี “สูร” สันสกฤตเป็น “ศูร”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –
(สะกดตามต้นฉบับ)
“ศูร : (คำนาม) วีรบุรุษ; พระอาทิตย์; สิงห์; วราหะ; ปิตามหะของกฤษณะ; a hero; the sun; a lion; a boar; the grandfather of Krishṇa.”
บาลี “สูร” ภาษาไทยใช้เป็น “สุร” (สุ- สระ อุ) ก็มี คงเป็น “สูร” ก็มี ในที่นี้ใช้เป็น “สุร”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “สุร” ไว้ 2 คำ บอกไว้ดังนี้ –
(1) สุร– ๑ : (คำนาม) ผู้กล้าหาญ, นักรบ; พระอาทิตย์. (คำวิเศษณ์) กล้าหาญ, เข้มแข็ง. (ป. สูร; ส. ศูร).
(2) สุร– ๒ : (คำนาม) เทวดา. (คำวิเศษณ์) ทิพย์. (ป., ส.).
(๒) “นารี”
รากศัพท์มาจาก นร + ณ ปัจจัย + อี ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์
(ก) “นร” (นะ-ระ) รากศัพท์มาจาก –
(1) นี (ธาตุ = นำไป) + อร ปัจจัย, ลบ อี ที่ นี (นี > น) (ภาษาไวยากรณ์พูดว่า “ลบสระหน้า”)
: นี > น + อร = นร แปลตามศัพท์ว่า “ผู้นำไปสู่ความเป็นใหญ่”
(2) นรฺ (ธาตุ = ไป, เป็นไป; นำไป) + อ (อะ) ปัจจัย
: นรฺ + อ = นร แปลตามศัพท์ว่า (1) “ผู้ดำเนินไปสู่ภพน้อยภพใหญ่” (2) “ผู้อันกรรมของตนนำไป” (3) “ผู้ถูกนำไปตามกรรมของตน”
“นร” หมายถึง คน ในบางบริบทหมายถึง “ผู้ชาย” โดยเฉพาะ (man, in poetry esp. a brave, strong, heroic man)
(ข) นร + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, ทีฆะ อะ ต้นศัพท์เป็น อา (ตามสูตร “ด้วยอำนาจปัจจัยเนื่องด้วย ณ”) (นร > นาร) + อี ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์
: นร + ณ = นรณ > นร > นาร + อี = นารี แปลตามศัพท์ว่า “ผู้เป็นของชายเพราะคู่กับชาย”
“นารี” ในบาลีหมายถึง สตรี, ภรรยา, ผู้หญิง (woman, wife, female)
สุร + นารี = สุรนารี แปลว่า “สตรีผู้กล้าหาญ”
“สุรนารี” เป็นนามฐานันดรของคุณหญิงโมภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมาในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นามเต็มว่า “ท้าวสุรนารี”
ขยายความ :
ขอความรู้ “วันท้าวสุรนารี” จาก AI ข้อมูลภาพรวมโดย AI บอกไว้ดังนี้ –
…………..
วันท้าวสุรนารี ตรงกับวันที่ 23 มีนาคม ของทุกปี เรียกว่า “วันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี” เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของคุณหญิงโม (ย่าโม) ที่รวบรวมชาวเมืองโคราชต่อสู้กับกองทัพเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ จนได้รับชัยชนะเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2369 โดยมีการจัดงานฉลองยิ่งใหญ่ที่จังหวัดนครราชสีมา
…………..

บาลีวันละคำขอร่วมฉลองวันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารีด้วยคำว่า “สุรนารี”
…………..
เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2369 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองนครราชสีมาได้ถูกเจ้าอนุรุทธราชผู้ครองนครเวียงจันทน์ นำทหารเข้ายึดเมืองและกวาดต้อนผู้คนชาวนครราชสีมา เพื่อนำไปเมืองเวียงจันทน์ ในขบวนประชาชนที่ถูกทหารเจ้าอนุรุทธราชกวาดต้อนไปครั้งนั้น ได้มี “คุณหญิงโม” ภริยาของ “พระยาสุริยเดชวิเศษฤทธิ์ทศทิศวิชัย” ปลัดเมืองนครราชสีมาถูกกวาดต้อนร่วมไปด้วย
ในระหว่างที่เดินทางจะไปเมืองเวียงจันทน์ ขณะพักแรมอยู่ที่ทุ่งสัมฤทธิ์เขตเมืองพิมาย ตรงกับพื้นที่ของอำเภอโนนสูงและอำเภอพิมายในปัจจุบัน คุณหญิงโมได้ใช้กลอุบายต่าง ๆ จนเป็นเหตุให้ทหารของเจ้าอนุรุทธราชที่ควบคุมไว้วางใจอย่างสนิท ทำให้คุณหญิงโมมีโอกาสนัดแนะรวบรวมพรรดพวกชายหญิงได้หลายร้อยคน ร่วมใจกันจับอาวุธเข้าโจมตีกองทหารที่ควบคุมและฆ่าทหารฝ่ายข้าศึกล้มตายเป็นจำนวนมาก ส่วนที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยก็แตกหนีกระจัดกระจายไปสิ้น
ครั้นเจ้าอนุรุทธราชได้ทราบเหตุการณ์นี้ จึงได้ส่งทหารม้าเร็วมาลาดตระเวนสืบ ก็ถูกคณะคุณหญิงโมฆ่าล้มตายไปอีกเกือบหมดสิ้น เจ้าอนุรุทธราชจึงได้สั่งสุทธิสารเป็นนายทัพรีบนำทหารเดินเท้า 3,200 คน ทหารม้าอีก 4,000 คน ไปทำการปราบปราม ได้สู้รบกันอย่างสาหัสถึงตะลุมบอนที่ทุ่งสัมฤทธิ์ ในที่สุดชาวเมืองนครราชสีมา ในความควบคุมของคุณหญิงโมซึ่งมีกาลังน้อยกว่า แต่ความสามัคคีและความกล้าหาญอย่างยอดเยี่ยมเป็นฝ่ายได้ชัยชนะอย่างงดงาม
โดยผลแห่งการพ่ายแพ้ในครั้งนี้ เป็นเหตุให้เจ้าอนุรุทธราชหมดความมานะที่จะนำกองทหารไปโจมตีกรุงเทพพระมหานครตามที่ได้ตั้งความมุ่งหมายไว้เดิม เพราะเกรงว่าถ้ายกกองทัพไปตีกรุงเทพพระมหานครแล้ว อาจถูกกองทัพเมืองนครราชสีมายกไปช่วยเป็นศึกกระหนาบได้ จึงได้ถอยทัพกลับเมืองเวียงจันทน์เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2369
เมื่อพฤติการณ์ที่คุณหญิงโมได้ปฏิบัติไปแล้วทั้งหมดได้ทรงทราบถึงพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมให้ดำรงตำแหน่งฐานันดรศักดิ์เป็น “ท้าวสุรนารี” พร้อมด้วยพระราชทานเครื่องยศทองคำเป็นบำเหน็จแห่งคุณงามความดีแต่นั้นมา
ครั้นต่อมาภายหลัง ทางราชการได้จัดสร้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีขึ้น เป็นการเฉลิมฉลองเกียรติอันสูงเด่น เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของท่านสืบไปชั่วกาลนาน และทุก ๆ ปี บรรดาข้าราชการ พ่อค้า คหบดี และประชาชนชาวนครราชสีมาได้ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นเป็นประจำ เพื่อเทิดเกียรติประวัติและระลึกถึงวีรกรรมที่ท่านท้าวสุรนาร์ได้ปฏิบัติในการกู้เกียรติและอิสรภาพของชาวจังหวัดนครราชสีมาและชาติไทย โดยถือเอาวันที่ 23 มีนาคม เป็นวันเริ่มงานเฉลิมฉลองและได้ยึดถือเป็นประเพณีสืบต่อมา
ที่มา: สูจิบัตรงานฉลองอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2515 หน้า 4-6
…………..
ดูก่อนภราดา!
น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ
ปุริโส โหติ วีรโก
อิตฺถีปิ วีรกา โหติ
ตตฺถ ตตฺถ วิจกฺขณา ฯ
: บุรุษจะเป็นผู้กล้าหาญ
ในทุกสถานการณ์ก็หาไม่
: แม้สตรีที่รู้จักวิเคราะห์สถานการณ์นั้น ๆ
ก็เป็นผู้กล้าหาญได้
#บาลีวันละคำ (5,032)
23-3-69
…………………………….
…………………………….
