บวรสังฆาราม (บาลีวันละคำ 5,091)

บวรสังฆาราม
สร้อยนามสมณศักดิ์
อ่านว่า บอ-วอน-สัง-คา-ราม
แยกศัพท์เป็น บวร + สังฆ + อาราม
(๑) “บวร”
อ่านว่า บอ-วอน บาลีเป็น “ปวร” อ่านว่า ปะ-วะ-ระ รากศัพท์มาจาก –
(1) ป (คำอุปสรรค = ทั่ว, ข้างหน้า, ก่อน, ออก) + วรฺ (ธาตุ = ปรารถนา) + อ (อะ) ปัจจัย
: ป + วรฺ = ปวรฺ + อ = ปวร แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะที่ควรปรารถนาโดยประการทั้งปวง”
(2) ป + วร
(ก) “ป” อ่านว่า ปะ (ไม่ใช่ ปอ) เป็นคำอุปสรรค มีความหมายว่า ทั่ว, ข้างหน้า, ก่อน, ออก (forth, forward, out)
(ข) “วร” บาลีอ่านว่า วะ-ระ รากศัพท์มาจาก วรฺ (ธาต = ปรารถนา) + อ (อะ) ปัจจัย
: วรฺ + อ = วร แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะอันบุคคลปรารถนา” เป็นคำวิเศษณ์ แปลว่า ประเสริฐ, วิเศษ, เลิศ, อริยะ (excellent, splendid, best, noble) เป็นคำนาม (ปุงลิงค์; นปุงสกลิงค์) แปลว่า ความปรารถนา, พร, ความกรุณา (wish, boon, favour)
: ป + วร = ปวร แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ประเสริฐโดยเป็นประธาน”
“ปวร” ในบาลีใช้เป็นคุณศัพท์ หมายถึง บวร, ประเสริฐสุด, เด่นหรือมีชื่อเสียงพิเศษ (most excellent, noble, distinguished)
บาลี “ปวร” ใช้ในภาษาไทยเป็น “บวร” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“บวร, บวร– : (คำแบบ) (คำวิเศษณ์) ประเสริฐ, ลํ้าเลิศ, ราชาศัพท์ใช้นำหน้าคำนามที่เกี่ยวกับวังหน้า เช่น พระบวรวงศ์ พระบวรราชวัง คู่กับ บรม ซึ่งใช้แก่วังหลวง เช่น พระบรมวงศ์ พระบรมมหาราชวัง. (ป. ปวร; ส. ปฺรวร).”
(๒) “สังฆ”
เขียนแบบบาลีเป็น “สงฺฆ” อ่านว่า สัง-คะ รากศัพท์มาจาก สํ (คำอุปสรรค = พร้อมกัน, ร่วมกัน) + หนฺ (ธาตุ = ไป, เป็นไป) + อ (อะ) ปัจจัย, แปลงนิคหิตที่ สํ เป็น ง (สํ > สงฺ), แปลง หนฺ เป็น ฆ
: สํ + หนฺ = สํหนฺ + อ = สํหน > สงฺหน > สงฺฆ แปลตามศัพท์ว่า –
(1) “หมู่เป็นที่ไปรวมกันแห่งส่วนย่อยโดยไม่แปลกกัน” หมายความว่า ส่วนย่อยที่มีคุณสมบัติหลักๆ “ไม่แปลกกัน” คือมีคุณสมบัติตรงกัน เหมือนกัน ส่วนย่อยดังกล่าวนี้ไปอยู่รวมกัน คือเกาะกลุ่มกัน ดังนี้เรียกว่า “สงฺฆ”
(2) “หมู่ที่รวมกันโดยมีความเห็นและศีลเสมอกัน” ความหมายนี้เล็งที่บรรพชิตหรือสาวกที่เป็นนักบวชในลัทธิศาสนาต่างๆ เช่นภิกษุในพระพุทธศาสนาเป็นต้น ต้องมีความคิดเห็นและความประพฤติลงรอยกันจึงจะรวมเป็น “สงฺฆ” อยู่ได้
“สงฺฆ” จึงหมายถึง หมู่, กอง, กลุ่ม, คณะ
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “สงฺฆ” เป็นอังกฤษว่า –
(1) multitude, assemblage (ฝูงชน, ชุมนุมชน, หมู่, ฝูง)
(2) the Order, the priesthood, the clergy, the Buddhist church (คณะสงฆ์, พระ, นักบวช, พุทธจักร)
(3) a larger assemblage, a community (กลุ่มใหญ่, ประชาคม)
“สงฺฆ” ปกติในภาษาไทยใช้ว่า “สงฆ์” ถ้าอยู่หน้าคำสมาสมักใช้เป็น “สังฆ-”
“สงฆ์” ในภาษาไทย อาจหมายถึงภิกษุที่รวมกันเป็นหมู่คณะก็ได้ หมายถึงภิกษุแต่ละรูปก็ได้
(๓) “อาราม”
บาลีอ่านว่า อา-รา-มะ รากศัพท์มาจาก อา (คำอุปสรรค = ทั่วไป, ยิ่ง) + รมฺ (ธาตุ = ยินดี) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, “ทีฆะต้นธาตุ” คือ อะ ที่ ร-(มฺ) เป็น อา (รมฺ > ราม)
: อา + รมฺ = อารมฺ + ณ = อารมณ > อารม > อาราม แปลตามศัพท์ว่า “ที่เป็นที่มายินดี”
“อาราม” ในภาษาบาลีมีความหมายดังนี้ –
(1) คำนาม : สถานที่อันน่ารื่นรมย์, สวน, อุทยาน (a pleasure-ground, park, garden)
(2) คำนาม : ความยินดี, ความชอบใจ, ความรื่นรมย์ (pleasure, fondness of, delight)
(3) คำคุณศัพท์ : ชอบใจ, เพลิดเพลิน, สบอารมณ์ (delighting in, enjoying, finding pleasure in)
นักบวชสมัยพุทธกาลพอใจที่จะพักอาศัยอยู่ตามป่าไม้ซึ่งปกติเป็นที่ร่มรื่น อันเป็นความหมายของ “อาราม” ดังนั้น คำว่า “อาราม” จึงหมายถึงสถานที่พักอาศัยของนักบวชด้วย
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
(1) อาราม ๑ : (คำนาม) วัด; สวนเป็นที่น่ารื่นรมย์. (ป., ส.).
(2) อาราม ๒ : (คำนาม) ความยินดี, ความรื่นรมย์, ความเพลิดเพลิน.
ในที่นี้ “อาราม” หมายถึง วัด
การประสมคำ :
๑ สังฆ + อาราม = สังฆาราม แปลวา “อารามของสงฆ์” > วัด
๑ บวร + สังฆาราม = บวรสังฆาราม แปลวา “อารามของสงฆ์อันประเสริฐ” หรือ “ผู้ประเสริฐในอารามของสงฆ์”
ขยายความ :
คำว่า “บวรสังฆาราม” เป็นสร้อยราชทินนามสมณศักดิ์ของพระราชาคณะ นิยมใช้เป็นสร้อยตั้งแต่พระราชาคณะ “ชั้นราช” ขึ้นไป ตัวอย่างนามสมณศักดิ์ที่มีคำว่า “บวรสังฆาราม” เป็นสร้อยนาม เช่น –
…………..
พระธรรมปัญญาภรณ์ สุนทรธรรมปฏิบัติ ปริยัติวิธานวิศิษฐ์ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
พระเทพวัชรวิทยาคม อุดมธรรมสถิต ศาสนกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
พระราชรัตนมุนี ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ผู้ประเสริฐแท้อยู่ที่ไหน
: ย่อมทำที่นั่นให้เป็นที่ประเสริฐ
#บาลีวันละคำ (5,091)
21-5-69
…………………………….
…………………………….
