บาลีวันละคำ

มนุสฺสตฺตํ (บาลีวันละคำ 5,112)

มนุสฺสตฺตํ

หนึ่งในคุณสมบัติของโพธิสัตว์

อ่านว่า มะ-นุด-สัด-ตัง

“มนุสฺสตฺตํ” เป็นคำบาลีตรง ๆ รูปคำเดิมเป็น “มนุสฺสตฺต” อ่านว่า มะ-นุด-สัด-ตะ แยกศัพท์เป็น มนุสฺส + ตฺต ปัจจัย 

(๑) “มนุสฺส”

อ่านว่า มะ-นุด-สะ รากศัพท์มาจาก –

(1) มน (ใจ) + อุสฺส (สูง)

: มน + อุสฺส = มนุสฺส แปลตามศัพท์ว่า “ผู้มีใจสูง”

(2) มนฺ (ธาตุ = รู้) + อุสฺส ปัจจัย 

: มน + อุสฺส = มนุสฺส แปลตามศัพท์ว่า “ผู้รู้สิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์”

(3) มนุ (มนู = มนุษย์คนแรก) + อุสฺส (แทนศัพท์ อปจฺจ = เหล่ากอ หรือ ปุตฺต = ลูก) 

: มนุ + อุสฺส = มนุสฺส แปลตามศัพท์ว่า “ผู้เป็นเหล่ากอของมนู” หรือ “ผู้เป็นลูกของมนู”

คำว่า “มนู” หรือนิยมเรียกว่า “พระมนู” แปลว่า “ผู้รู้สิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ของสัตวโลก”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“มนู : (คำนาม) ชื่อพระผู้สร้างมนุษยชาติและปกครองโลก มี ๑๔ องค์ เรียงกันเป็นยุค ๆ ไป, ยุคหนึ่งเรียกว่า มนวันดร นานกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ ปี องค์แรก คือ พระสวายมภูวะ พระมนูองค์นี้ถือกันว่าเป็นผู้ทรงออกกฎหมายหรือธรรมศาสตร์ซึ่งยังมีอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้เรียกว่า มนุสัมหิตา หรือ มนุสมฺฤติ, เพราะฉะนั้น คํา มนู จึงหมายถึงกฎหมายก็ได้ เช่น มนูกิจ. (ส. มนุ).”

บาลี “มนุสฺส” สันสกฤตเป็น “มนุษฺย” 

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

“มนุษฺย : (คำนาม) มนุษย์, มนุษยชาติ; man, mankind.” 

ภาษาไทยเขียนอิงสันสกฤตเป็น “มนุษย์” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“มนุษย-, มนุษย์ : (คำนาม) สัตว์ที่รู้จักใช้เหตุผล, สัตว์ที่มีจิตใจสูง, คน. (ส.; ป. มนุสฺส).”

ความหมายของคำว่า “มนุสฺส – มนุษย์” ที่ยอมรับกันมากที่สุดและเป็นความหมายตามตัวอักษรด้วย คือ “ผู้มีใจสูง” 

ในที่นี้เขียนตามรูปบาลีตรงตัวเป็น “มนุสฺส” 

(๒) “ตฺต” ปัจจัย

“ตฺต” อ่านว่า ตะ-ตะ เป็นปัจจัยตัวหนึ่งในภาวตัทธิต (ตัทธิต เป็นแขนงหนึ่งของบาลีไวยากรณ์ ว่าด้วยศัพท์ที่ใช้ปัจจัยต่อท้ายแล้วมีความหมายต่าง ๆ กันไป)

“ภาวตัทธิต” (พา-วะ-ตัด-ทิด) คือศัพท์ที่ลงปัจจัยจำพวกหนึ่งแล้วแปลว่า “ความเป็น–” เช่น “ธมฺมตา” (ทำ-มะ-ตา) = “ความเป็นแห่งธรรม” ที่เราเอามาใช้ว่า “ธรรมดา”

ปัจจัยในภาวตัทธิตตามตำราบาลีไวยากรณ์ที่นักเรียนบาลีของไทยเรียนกันอยู่มี 6 ตัว คือ ตฺต, ณฺย, ตฺตน, ตา, ณ, กณฺ (ตะตะ, ณ๎ยะ, ตะตะนะ, ตา, ณะ, กะณะ)

“ตฺต” เป็น 1 ในปัจจัยทั้ง 6

มนุสฺส + ตฺต = มนุสฺสตฺต แปลตามศัพท์ว่า “ความเป็นมนุษย์” 

พจนานุกรม บาลี-อังกฤษ แปล “มนุสฺสตฺต” ว่า human existence, state of men (ชีวิตมนุษย์, ความเป็นมนุษย์, สถานะแห่งมนุษย์) 

“มนุสฺสตฺต” แจกด้วยวิภัตตินามที่หนึ่ง (ปฐมาวิภัตติ) เอกวจนะ นปุงสกลิงค์ เปลี่ยนรูปเป็น “มนุสฺสตฺตํ” อ่านว่า มะ-นุด-สัด-ตัง

ขยายความ : 

“มนุสฺสตฺตํ” เป็น 1 ในคุณสมบัติ 8 ประการ (อัฏฐธัมมสโมธาน = การประชุมพร้อมแห่งธรรมแปดประการ) ของผู้ที่จะได้นามว่าเป็น “โพธิสัตว์” 

“อัฐธรรมสโมธาน” 8 ประการ ดังคำบาลีต่อไปนี้ –

…………..

เขียนแบบบาลี :

มนุสฺสตฺตํ  ลิงฺคสมฺปตฺติ 

เหตุ  สตฺถารทสฺสนํ

ปพฺพชฺชา  คุณสมฺปตฺติ 

อธิกาโร จ  ฉนฺทตา

อฏฺฐธมฺมสโมธานา 

อภินีหาโร  สมิชฺฌติ.

เขียนแบบคำอ่าน :

มะนุสสัตตัง  ลิงคะสัมปัตติ 

เหตุ (เห-ตุ) สัตถาระทัสสะนัง

ปัพพัชชา  คุณะสัมปัตติ 

อะธิกาโร จะ  ฉันทะตา

อัฏฺฐะธัมมะสะโมธานา 

อะภินีหาโร  สะมิชฌะติ.

ที่มา: 

1 ปปัญจสูทนี อรรถกถามัชฌิมนิกาย ภาค 3 หน้า 641 พหุธาตุกสุตฺตวณฺณนา

2 มโนรถปูรณี อรรถกถาอังคุตตรนิกาย ภาค 1 หน้า 632 เอกกนิปาตวณฺณนา

3 ปรมัตถทีปนี อรรถกถาอุทาน หน้า 197 สุปฺปวาสาสุตฺตวณฺณนา

4 ปรมัตถทีปนี อรรถกถาอิติวุตตกะ หน้า 190 วิตกฺกสุตฺตวณฺณนา

5 ปรมัตถโชติกา อรรถกถาสุตตนิบาต ภาค 1 หน้า 65 ขคฺควิสาณสุตฺตวณฺณนา

6 ปรมัตถทีปนี อรรถกถาเถรคาถา ภาค 1 หน้า 18 นิทานคาถาวณฺณนา

7 ชาตกัฏฐกถา ภาค 1 หน้า 27,81 เอกนิปาตวณฺณนา (ทูเรนิทาน) 

8 วิสุทธชนวิลาสินี อรรถกถาอปทาน ภาค 1 หน้า 27,82 ทูเรนิทานกถา, 246 ปจฺเจกพุทฺธาปทานวณฺณนา

9 มธุรัตถวิลาสินี อรรถกถาพุทธวงส์ หน้า 177 สุเมธปตฺถนากถาวณฺณนา, 486 โคตมพุทฺธวํสวณฺณนา

10 ปรมัตถทีปนี อรรถกถาจริยาปิฎก หน้า 25 นิทานกถาวณฺณนา, 456 ปกิณฺณกกถา

11 อัฏฐสาลินี อรรถกถาธัมมสังคณี หน้า 111 นิทานกถา

12 สัมโมหวิโนทนี อรรถกถาวิภังค์ หน้า 701 ญาณวิภงฺคนิทฺเทส

…………..

ถอดความว่า การจะได้เป็นโพธิสัตว์ คือผู้ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ต้องตั้งความปรารถนา โดยมีคุณสมบัติ 8 ประการ ดังนี้ –

(1) ขณะตั้งความปรารถนา ต้องเป็นมนุษย์ (มนุสฺสตฺตํ)

(2) เป็นเพศชาย (ลิงฺคสมฺปตฺติ)

(3) สามารถจะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้ในชาติที่ตั้งความปรารถนานั้น (เหตุ) 

(4) ได้พบพระพุทธเจ้าและได้รับพยากรณ์ว่าจะสำเร็จ (สตฺถารทสฺสนํ)

(5) ในขณะที่ตั้งความปรารถนา กำลังอยู่ในเพศภิกษุ สามเณร หรือนักบวชที่เป็นสัมมาทิฐิ (ปพฺพชฺชา) 

(6) สำเร็จฌานสมาบัติและอภิญญามาแล้ว (คุณสมฺปตฺติ)

(7) ประกอบกุศลกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งถึงขั้นสละชีวิต (อธิกาโร)

(8 ) ปรารถนาพุทธภูมิ คือพอใจที่จะเป็นพระพุทธเจ้าอย่างไม่เสื่อมคลาย ไม่ถอยกลับ ไม่ล้มเลิกความตั้งใจอย่างเด็ดขาด (ฉนฺทตา)

…………..

ดูก่อนภราดา!

: น่าอนุโมทนาที่ตั้งความปรารถนาเป็นโพธิสัตว์

: แต่ต้องเข้าใจให้ชัดว่าไม่ได้สำเร็จได้เพียงแค่ตั้งใจ

#บาลีวันละคำ (5,112) 

11-6-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *