บาลีวันละคำ

พัชรกิติยาภา (บาลีวันละคำ 5,113)

พัชรกิติยาภา

น้อมถวายความอาลัย

อ่านว่า พัด-ชะ-ระ-กิ-ติ-ยา-พา

แยกศัพท์เป็น พัชร + กิติ + อาภา

(๑) “พัชร” 

บาลีเป็น “วชิร” อ่านว่า วะ-ชิ-ระ รากศัพท์มาจาก วชฺ (ธาตุ = ไป, เป็นไป) + อิร ปัจจัย

: วชฺ + อิร = วชิร แปลตามศัพท์ว่า (1) “สิ่งที่ไปได้เรื่อย” (คือไม่มีอะไรขัดขวางการไปได้) (2) “สิ่งที่ไปอย่างไม่มีอะไรขัดขวาง” 

ตามคำแปลตามศัพท์ “วชิร” หมายถึง สายฟ้า 

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ เก็บคำว่า “วชิร” (vajira) ไว้ 2 คำ บอกไว้ดังนี้ – 

(1) vajira1 : a thunderbolt; usually with ref. to Sakka’s [=Indra’s] weapon (อสนีบาต, ตามปกติเกี่ยวถึงอาวุธของท้าวสักกะ [พระอินทร์]) 

(2) vajira2 : a diamond (เพชร) 

สรุปว่า “วชิร” ในภาษาบาลีหมายถึง – 

(1) อสนีบาต หรือสายฟ้า (a thunderbolt) ซึ่งถือว่าเป็น “อาวุธพระอินทร์” 

(2) แก้วที่แข็งที่สุดและมีนํ้าแวววาวมากกว่าพลอยอื่น ๆ นั่นคือที่เราเรียกในภาษาไทยว่า “เพชร” (diamond) 

บาลี “วชิร” สันสกฤตเป็น “วชฺร” 

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกความหมายไว้ดังนี้ – 

(สะกดตามต้นฉบับ) 

“วชฺร : (คำวิเศษณ์) ‘วัชร,’ แข็ง, อันแทงไม่ทลุตลอด; อันมีง่าม; hard, impenetrable; forked; (คำนาม) – กุลิศ, อศนิ (หรือ อศนี), อศนิบาต; ศรพระอินทร์; เพ็ชร์; เด็กหรือศิษย์; ปรุษศัพท์, ปรุษวาจ; นักษัตรโยคอันหนึ่ง; กุศฆาส, หญ้ากุศะ; a thunder-bolt; the thunder-bolt of Indra; diamond; a child or pupil; harsh language; one of the astronomical Yogas; Kuśa grass.”

จะเห็นว่า “วชฺร” ในสันสกฤตมีความหมายกว้างว่า “วชิร” ในบาลี 

ในภาษาไทย “วชิร” ใช้เป็น “วชิร” ตามบาลี และแผลงเป็นรูปอื่น ๆ ได้อีก เช่น “พัชร” “เพชร” “วิเชียร” เป็นต้น 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ดังนี้ – 

(1) วชิร-, วชิระ : (คำนาม) สายฟ้า; เพชร; อาวุธพระอินทร์. (ป.; ส. วชฺร).

(2) พัชระ : (คำนาม) เพชร. (ส. วชฺร; ป. วชิร).

(3) เพชร, เพชร– : (คำนาม) ชื่อแก้วที่แข็งที่สุดและมีน้ำแวววาวมากกว่าพลอยอื่น ๆ ใช้ทำเครื่องประดับหรือใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรม; โดยปริยายหมายความว่า แข็งที่สุด เช่น เหล็กเพชร ใจเพชร. (ส. วชฺร; ป. วชิร).

(4) วิเชียร : (คำนาม) วชิระ, สายฟ้า; เพชร; อาวุธพระอินทร์.

(๒) “กิติ” 

บาลีเป็น “กิตฺติ” อ่านว่า กิด-ติ รากศัพท์มาจาก กิตฺตฺ (ธาตุ = กล่าวถึง, พูดด้วยดี) + อิ ปัจจัย

: กิตฺต + อิ = กิตฺติ แปลตามศัพท์ว่า “ความดีอันเขากล่าวถึง” หมายถึง คำเล่าลือ, คำสรรเสริญ, ชื่อเสียง, ความรุ่งโรจน์, เกียรติยศ (fame, renown, glory, honour)

“กิตฺติ” สันสกฤตเป็น “กีรฺติ”

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน มีคำว่า “กีรฺตฺติ” และ “กีรฺติ” บอกไว้ดังนี้ :

(สะกดตามต้นฉบับ, ความหมายที่ท่านให้ไว้ในภาษาไทยบางคำเข้าใจยาก ถ้าดูภาษาอังกฤษอาจช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น)

“กีรฺตฺติ, กีรฺติ : (คำนาม) เกียรติ, ความบันลือ, ศรี (ยศสฺหรือสง่า), อนุเคราะห์, อนุกูลย์; ธันยวาท; ศัพท์, เสียง; อาภา, โศภา; โคลน, สิ่งโสโครก; ความซ่านทั่ว; มูรติทิพยศักดิ์ของพระกฤษณ; fame, renown, glory; favour; approbation; sound; light, lustre; mud, dirt; diffusion, expansion; one of the Mātrikās or personified divine energies of Krishṇa.”

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ดังนี้ – 

“กิตติ : (คำนาม) คำเล่าลือ, คำสรรเสริญ. (ป.).”

“กิติ” ปกติสะกดเป็น “กิตติ” (ต 2 ตัว) แต่ในที่นี้เป็นชื่อเฉพาะ (proper name) จึงสะกดเช่นนี้ 

(๓) “อาภา” 

รากศัพท์มาจาก อา (คำอุปสรรค = ทั่วไป, ยิ่ง) + ภา (ธาตุ = รุ่งเรือง) + กฺวิ ปัจจัย, ลบ กฺวิ

: อา + ภา = อาภา + กฺวิ = อาภากฺวิ > อาภา แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่รุ่งเรืองอย่างยิ่ง” หมายถึง การส่องแสง, ความงดงาม, ความรุ่งโรจน์, แสงสว่าง (shine, splendour, lustre, light)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ดังนี้ – 

“อาภา : (คำนาม) แสง, รัศมี, ความสว่าง. (ป., ส.).”

ขยายความ : 

พัชร + กิติ + อาภา = พัชรกิติยาภา  

หมายเหตุ :

กิติ + อาภา ตามสูตรบาลีบอกว่า แปลง อิ (กิ)-ติ เป็น ย ซึ่งจะต้องเป็น กิตยาภา

แต่ในที่นี้ อิ ที่ (กิ)-ติ ยังคงอยู่ จึงต้องอธิบายว่า กิติ + อาภา ลง ย อาคมระหว่างศัพท์ 

: กิติ + ย + อาภา = กิติยาภา 

“พัชรกิติยาภา” เป็นส่วนหนึ่งในพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ คำนี้จึงเป็นวิสามานยนาม (proper name) จะแปลอย่างไร มีความหมายอย่างไร ย่อมเป็นไปตามพระราชประสงค์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ พระนามเต็มเป็นดังนี้ –

…………..

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

…………..

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ตามประกาศสำนักพระราชวัง ดังนี้ –

…………..

                                ประกาศ

     สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี 

       กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ 

         สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น

         ตั้งแต่วันที่ ๒๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๙ นาฬิกา ๔๘ นาที สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ ๔๗

         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมหาราชวัง

                                     สำนักพระราชวัง

                       ๑๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

…………..

บาลีวันละคำวันนี้ขอน้อมถวายความอาลัยด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง

…………..

#บาลีวันละคำ (5,113) 

12-6-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *