กฐิน: เทศกาลเสริมสร้างลักษณะนิสัยเห็นแก่กิน

กฐิน: เทศกาลเสริมสร้างลักษณะนิสัยเห็นแก่กิน

————————————————

เหมือนกับจะเป็นค่านิยมอะไรชนิดหนึ่งที่พอถึงเทศกาลกฐินก็จะมีคนจำพวกหนึ่งตั้งใจไปกินอาหารฟรีที่วัดที่มีงานทอดกฐิน

ตามประเพณีเดิมของไทยเรานั้น เมื่อวัดมีงานบุญ ผู้คนรอบๆ วัดก็จะไปช่วยกันทำงานตามแต่จะช่วยได้ เมื่อมีคนมาช่วยงานก็ต้องมีการเลี้ยงดูกัน เจตนาก็คือเลี้ยงดูคนที่มาช่วยทำงาน 

ตามประเพณีเดิมนั้น วัดถือว่าเจ้าภาพทอดกฐินเป็นแขกมาเยือน ทางวัดจึงจัดเตรียมข้าวปลาอาหารไว้ตอนรับ 

นี่เป็นวัฒนธรรมอันดียิ่งของไทย

บุญกฐินแต่เดิมก็เป็นเช่นนั้น ผู้คนมาช่วยกันทำงาน ช่วยกันเลี้ยงดู เสร็จงานก็ช่วยกันเก็บกวาด สมัยก่อนมีการตั้งโรงครัวที่วัดหรือมิเช่นนั้นก็ขอ “ข้าวหม้อแกงหม้อ” คือแต่ละบ้านทำอาหารมาร่วมกันเลี้ยงดูที่วัด สมัยนี้เปลี่ยนเป็นเอาร้านอาหารหลากหลายชนิดมาตั้งเป็นซุ้มเลี้ยงดูกัน

และที่เปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังเท้าก็คือ จะมีผู้คนจำนวนมากที่ตั้งใจมากินโดยเฉพาะ 

………………………………..

คนพวกนี้ไม่ได้ตั้งใจมาช่วยงานกฐิน 

ไม่สนใจงาน 

ไม่ช่วยหยิบจับอะไรทั้งสิ้น 

ไม่สนใจบุญกุศลใดๆ จะมีพิธีทอดกฐินกันอย่างไร ไม่รับรู้รับทราบทั้งนั้น 

เข้าไปในวัดเพื่อกินอย่างเดียว 

กินอิ่มแล้วยังหอบหิ้วเอากลับไปบ้านอีกด้วย 

และนอกจากจะไม่ช่วยงานอะไรแม้แต่น้อยแล้ว ยังทิ้งภาชนะ ถุงพลาสติก เศษอาหาร ฯลฯ ทำความสกปรกให้วัดอย่างไร้ความรับผิดชอบอีกด้วย

………………………………..

ได้ยินว่าบางพื้นถิ่นคนจำพวกนี้ถึงกับทำรายการทอดกฐินของวัดต่างๆ แล้วจัดรถขนสมัครพรรคพวกไปเที่ยวกินฟรีตามวัดต่างๆ กันเลยทีเดียว

มนุษย์จำพวกนี้มีจำนวนมากกว่าเจ้าภาพที่มาทอดกฐินหลายเท่า บางวัดเจ้าภาพแท้ๆ แทบอดข้าว เพราะนักกินทั้งหลายสวาปามกันไปก่อนจนเหี้ยนเตียน

คนเหล่านี้ก็คือคนที่อยู่ในสังคมตามปกตินั่นเอง แต่น่าอัศจรรย์ที่พวกเขาไม่ได้ซึมซับรับรู้คุณค่าใดๆ ของบุญกฐินอันเป็นงานบุญของคนในสังคมที่พวกเขาเป็นสมาชิกอยู่นั่นเอง-เหมือนกับว่าพวกเขาเป็นมนุษย์ที่มาจากอีกโลกหนึ่ง เป็นโลกแห่งความอดอยากและหิวโหย และรับรู้ได้อย่างเดียวว่า เทศกาลบุญกฐินเป็นฤดูกาลที่พวกเขาจะได้กินอาหารอย่างอิ่มหมีพีมันโดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น

………………………………..

คงจะมีท่านจำพวกหนึ่งที่ขอให้เรามองบวก โดยให้เหตุผลว่า เราให้อาหารปลา ให้อาหารนก เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวเป็นทาน เรายังทำกันได้ แล้วนี่เลี้ยงคนแท้ๆ ทำไมจะไม่ควรทำเล่า อย่าไปคิดอะไรให้มาก ถือว่าเป็นการสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ ควรเห็นเป็นมหากุศลด้วยซ้ำไป

………………………………..

ท่านผู้ใดจะเห็นเช่นนั้นผมก็ไม่ขัดข้อง เชิญตามสบาย 

เพียงแต่อยากชวนให้คิดนิดหน่อยเท่านั้นว่า นกปลาหมาแมวนั้นเรารับรู้แต่ต้นแล้วว่าเขาเป็นได้แค่นั้น คือไม่ว่าจะทำอย่างไร เลี้ยงดูเขาขนาดไหน เขาก็เป็นได้แค่นกปลาหมาแมว

แต่มนุษย์เราเป็นได้มากกว่านั้น 

มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐด้วยการฝึก 

ฝึกขจัดลักษณะนิสัยที่ไม่พึงปรารถนาออกไป 

ฝึกเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่พึงปรารถนาให้เกิดมีขึ้น

แล้วทำไมเราจึงไม่ควรถือเอาบุญกฐินเป็นเทศกาลแห่งการฝึกเพื่อนมนุษย์เหล่านั้นให้มีลักษณะนิสัยที่พึงปรารถนา เป็นต้นว่ามรรยาทในการกิน และการช่วยงานสังคมตามฤดูกาล

ทำไมจึงปล่อยให้เพื่อนมนุษย์ของเรามีค่าเท่ากับนกปลาหมาแมวเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม นี่ก็คงเป็นสิ่งที่งอกออกมาจากบุญกฐินจนแก้ไขไม่ได้ไปแล้วอีกเรื่องหนึ่ง 

ผมอยากให้คนที่มีสติปัญญาเฉียบแหลมช่วยกันคิดหาวิธีการจัดระเบียบการกินให้แก่มนุษย์จำพวกนี้ เพื่อให้บุญกฐินมีคุณค่ามากกว่าเทศกาลเสริมสร้างลักษณะนิสัยเห็นแก่กิน อย่างที่กำลังเป็นอยู่ทุกวันนี้

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

๒๘ กันยายน ๒๕๖๔

๑๙:๔๖

……………………………………….

โพสต์ครั้งแรก ๑๗ กันยายน ๒๕๕๘

โพสต์ครั้งที่สอง ๑๑ กันยายน ๒๕๖๐

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *