บาลีวันละคำ

วิกฤต – วิกฤติ (บาลีวันละคำ 4,949)

วิกฤต – วิกฤติ

ต่างกันอย่างไร

ถามว่า “วิกฤต” กับ “วิกฤติ” ต่างกันอย่างไร?

ตอบว่า ต่างกันที่ “วิกฤต” ไม่มีสระ อิ บน ต เต่า “วิกฤติ” มีสระ อิ บน ต เต่า 

ถ้าตอบย่างนี้ก็เป็นคำตอบแบบกำปั้นทุบดิน

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “กำปั้นทุบดิน” ไว้ว่า – 

“กำปั้นทุบดิน : (สำนวน) (คำนาม) ลักษณะการตอบที่ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ผู้ถามต้องการรู้ เช่น ฉันถามว่า ‘ทำไมนาฬิกาไม่เดิน’ เขาตอบแบบกำปั้นทุบดินว่า ‘เพราะมันตายน่ะซิ’.”

คำตอบว่า “ต่างกันที่ “วิกฤต” ไม่มีสระ อิ บน ต เต่า “วิกฤติ” มีสระ อิ บน ต เต่า” เป็นคำตอบที่ “ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ผู้ถามต้องการรู้” เพราะผู้ถามย่อมจะเห็นอยู่แล้วว่า “วิกฤต” ไม่มีสระ อิ บน ต เต่า “วิกฤติ” มีสระ อิ บน ต เต่า คือรู้อยู่แล้วว่าเขียนต่างกันตรงไหน จึงไม่ได้ต้องการรู้ว่า “วิกฤต” กับ “วิกฤติ” ต่างกันตรงไหน แต่ต้องการรู้ว่า มีเหตุผลอะไร “วิกฤต” จึงไม่มีสระ อิ บน ต เต่า และมีเหตุผลอะไร “วิกฤติ” จึงมีสระ อิ บน ต เต่า และเมื่อเขียนต่างกันเช่นนี้ ความหมายจะต่างกันด้วยหรือไม่ ผู้ถามต้องการรู้ข้อมูลตรงนี้

เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับภาษาไทย อันดับแรกควรปรึกษาพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

“วิกฤต, วิกฤต-, วิกฤติ, วิกฤติ– [วิกฺริด, วิกฺริดตะ-, วิกฺริด, วิกฺริดติ-] : (คำวิเศษณ์) อยู่ในขั้นล่อแหลมต่ออันตราย เช่น การเมืองอยู่ในขั้นวิกฤติ, มักใช้แก่เวลาหรือเหตุการณ์ เป็น วิกฤติกาล หรือ วิกฤติการณ์, อยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ เช่น มุมวิกฤติ จุดวิกฤติ. (ส.; ป. วิกต, วิกติ).”

ว่าตามพจนานุกรมฯ “วิกฤต” กับ “วิกฤติ” ในภาษาไทยมีความหมายเหมือนกัน

โปรดสังเกตว่า เวลายกตัวอย่าง พจนานุกรมฯ ใช้คำว่า “วิกฤติ” (มีสระ อิ บน ต เต่า) ไม่ได้ใช้ “วิกฤต” เช่น –

การเมืองอยู่ในขั้นวิกฤติ

มุมวิกฤติ 

จุดวิกฤติ 

พจนานุกรมฯ บอกว่า “วิกฤต – วิกฤติ” เป็นคำวิเศษณ์ (adjective) ไวยากรณ์บาลีเรียกว่า “วิเสสนะ” 

พจนานุกรมฯ บอกว่า “วิกฤต – วิกฤติ” เป็นรูปคำสันสกฤต ตรงกับบาลีว่า วิกต, วิกติ 

“วิกต” กับ “วิกติ” มีความหมายต่างกันอย่างไร เป็นคำถามเดียวกับที่ถามว่า “วิกฤต” กับ “วิกฤติ” ต่างกันอย่างไร?

ในภาษาไทย “วิกฤต – วิกฤติ” มีความหมายเหมือนกัน (ตามคำนิยามของพจนานุกรมฯ) แต่ในภาษาบาลี “วิกต” กับ “วิกติ” มีความหมายต่างกัน 

ตรงจุดนี้แหละที่นักเรียนบาลีได้เปรียบ เพราะไวยากรณ์บาลีจะบอกได้ว่า สองคำนี้ต่างกันอย่างไร

(๑) “วิกต” 

บาลีอ่านว่า วิ-กะ-ตะ- รากศัพท์มาจาก วิ (คำอุปสรรค = พิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + กรฺ (ธาตุ = ทำ) + ต ปัจจัย, ลบที่สุดธาตุ (กรฺ > ก)

: วิ + กรฺ = วิกรฺ + ต = วิกรต > วิกต แปลตามศัพท์ว่า “ทำให้แปลกไปเป็นอย่างอื่น” หมายถึง เปลี่ยนแปลง, แปรไป, ผันแปรไปจากปกติ (changed, altered)

โดยฐานะของศัพท์ “วิกต” เป็นกริยาและเป็นคุณศัพท์ (วิเสสนะ)

“วิกต” เป็นกริยา แปลว่า “ทำให้เปลี่ยนแปลง” “ทำให้ผันแปร”

“วิกต” เป็นคุณศัพท์ แปลว่า “-ที่ถูกทำให้เปลี่ยนแปลง” “-ที่ถูกทำให้ผันแปร”

บาลี “วิกต” สันสกฤตเป็น “วิกฤต” 

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน ไม่ได้เก็บคำว่า “วิกฤต” ไว้

(๒) “วิกติ” 

บาลีอ่านว่า วิ-กะ-ติ รากศัพท์มาจาก วิ (คำอุปสรรค = พิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + กรฺ (ธาตุ = ทำ) + ติ ปัจจัย, ลบที่สุดธาตุ

: วิ + กรฺ = วิกร + ติ = วิกรติ > วิกติ แปลตามศัพท์ว่า “การทำให้แปลกไปเป็นอย่างอื่น” หมายถึง การเปลี่ยนแปลง, การแปรไป, การผันแปรไปจากปกติ

“วิกติ” ในบาลีโดยฐานะของศัพท์ เป็นนาม (กิริยานาม, ภาวนาม) ใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) ประเภท, ชนิด (sort, kind)

(2) ผลิตผล, การกระทำ, ภาชนะ (product, make; vessel)

(3) การจัดแจง, การจัดเป็นพวก ๆ, การจัดเป็นชนิด ๆ; รูปร่าง, ทรวดทรง (arrangement, get up, assortment; form, shape)

บาลี “วิกติ” สันสกฤตเป็น “วิกฤติ” สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

(สะกดตามต้นฉบับ)

“วิกฤติ : (คำนาม) การเปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่ง, ดุจเปลี่ยนเหตุ –การย์ –ความมุ่งหมาย, เปลี่ยนมนัส, เปลี่ยนรูป ฯลฯ; พยาธิ, โรค; ความกลัว; change of any kind, as a purpose, mind, form &c; sickness, disease; fear or apprehension.”

…………..

สรุปว่า ในบาลี –

(๑) “วิกต” เป็นกริยาและเป็นคุณศัพท์

เป็นกริยา หมายถึง ทำให้เปลี่ยนแปลง, ทำให้ผันแปร 

เป็นคุณศัพท์ หมายถึง (สิ่ง) ที่ถูกทำให้เปลี่ยนแปลง, (สิ่ง) ที่ถูกทำให้ผันแปร

(๒) “วิกติ” เป็นนาม (กิริยานาม, ภาวนาม) หมายถึง การเปลี่ยนแปลง, การแปรไป, การผันแปรไปจากปกติ

…………..

ดูก่อนภราดา!

เมื่อมีเหตุสำคัญพิเศษ ใครคือคนที่ควรถูกเรียก?

: อุกฺกฏฺเฐ สูรมิจฺฉนฺติ

ยามคับขัน เรียกใช้คนกล้า

: มนฺตีสุ อกุตูหลํ 

ยามต้องการปรึกษา เรียกพบคนที่ไม่ฟุ้งซ่าน

: ปิยญฺจ อนฺนปานมฺหิ

ยามกินข้าวปลาอาหาร เรียกหาคนที่รัก

: อตฺเถ ชาเต จ ปณฺฑิตํ.

ยามมีเรื่องต้องคิดหนัก เรียกตัวคนมีสติปัญญา

(ที่มาบาลี :มหาสารชาดก เอกนิบาต พระไตรปิฎกเล่ม 27 ข้อ 92)

#บาลีวันละคำ (4,949)

30-12-68 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *