กถัมภูต (บาลีวันละคำ 4,951)

กถัมภูต
ฝากให้เอาไปพูดกันอีกสักคำ
อ่านแบบไทยว่า กะ-ถำ-พูด
“กถัมภูต” เขียนแบบบาลีเป็น “กถมฺภูต” อ่านว่า กะ-ถำ-พู-ตะ ประกอบด้วยคำว่า กถํ + ภูต
(๑) “กถํ”
อ่านว่า กะ-ถัง บาลีไวยากรณ์ พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ตอน วจีวิภาคที่ 2 นามและอัพพยศัพท์ บอกว่า “กถํ” เป็นศัพท์จำพวก “นิบาต” จัดไว้ใน –
นิบาตบอกประการ : กถํ = ด้วยประการไร
นิบาตบอกความถาม : กถํ = อย่างไร
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ บอกว่า “กถํ” เป็นนิบาตบอกความถามในข้อสงสัย (dubit. interr. part.) บอกความหมายไว้ ดังนี้ –
(1) how (อย่างไร)
(2) why, for what reason? (ทำไม, ด้วยเหตุใด?)
(๒) “ภูต”
บาลีอ่านว่า พู-ตะ รากศัพท์มาจาก ภู (ธาตุ = มี, เป็น) + ต ปัจจัย
: ภู + ต = ภูต แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่เป็นอยู่ตามกรรม”
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ ประมวลความหมายคำว่า “ภูต” ในบาลีมาแสดงไว้ดังนี้ –
(1) ธรรมชาติที่มีชีวิตเป็นหลัก หรือเบญจขันธ์ (animate Nature as principle, or the vital aggregates [the 5 Khandhas])
(2) ผีสางหรืออมนุษย์ (ghosts, or amanussā)
(3) ธรรมชาติที่ไม่มีชีวิตเป็นหลัก หรือธาตุต่าง ๆ (inanimate Nature as principle, or the Elements)
(4) สิ่งที่มีอยู่ทั้งหมด, สิ่งที่มีตัวตนโดยทั่วไป (all that exists, physical existence in general)
(5) สิ่งที่เราเรียกคำที่ใช้เป็นส่วนขยาย ซึ่งถูกยกอุทาหรณ์ด้วยตัวอย่างที่ขาดหลักเกณฑ์ (what we should call a simple predicative use, is exemplified by a typical dogmatic example)
(6) สัตว์ทั้งหมดหรือสิ่งที่มีชีวิตทุกชนิด, มวลสัตว์ (all beings or specified existence, animal kingdom)
(7) มวลผัก, รุกขชาติ, พฤกษชาติ (the vegetable kingdom, plants, vegetation)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“ภูต, ภูต– : (คำนาม) ผี, มักใช้เข้าคู่กันเป็น ภูตผี. (คำวิเศษณ์) ซึ่งเกิดแล้ว, ซึ่งเป็นแล้ว. (ป., ส.).”
ในที่นี้ “ภูต” ความหมายเน้นหนักตามข้อ (4) และ (6)
กถํ + ภูต แปลงนิคหิตที่ กถํ เป็น มฺ
: กถํ + ภูต = กถํภูต > กถมฺภูต (กะ-ถำ-พู-ตะ) แปลตามศัพท์ว่า “เป็นอย่างไร” ใช้เป็นคำคุณศัพท์เรียกคนโดยทั่วไป มีความหมายว่า คนที่เราเห็นโดยทั่วไปนั้นเป็นใคร เป็นอะไร กำลังทำอะไร เมื่อเห็นคนก็จะมีคำถามเหล่านี้พ่วงติดมาด้วย
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “กถมฺภูต” ว่า “how being,” of what sort, what like (“เป็นอย่างไร,” ชนิดใด, เหมือนอะไร)
“กถมฺภูต” เขียนแบบไทยเป็น “กถัมภูต” อ่านแบบไทยว่า กะ-ถำ-พูด แปลถอดความแบบไทย ๆ ว่า “เป็นไงบ้าง” (ยังสบายดีอยู่หรือ) “เป็นไงไป” (มีสุขมีทุกข์เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรหรือ) หรือใช้เป็นคำถามว่า “ทำอะไรอยู่”
ขยายความ :
ที่มาของคำว่า “กถัมภูต” คือ อภิณหปัจเวกขณธรรมสูตร ทสกนิบาต อังคุตรนิกาย พระไตรปิฎกเล่ม 24 ข้อ 48 มีความข้อหนึ่งว่า “กถมฺภูตสฺส เม รตฺตินฺทิวา วีติปตนฺตีติ ปพฺพชิเตน อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ = บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า วันคืนล่วงไป ๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่”
อภิณหปัจเวกขณธรรมสูตร เป็นพระสูตรที่แสดงถึงเรื่องที่นักบวชควรพิจารณาเนือง ๆ 10 เรื่อง เพื่อเป็นการเตือนตัวเองไม่ให้ประมาทในหน้าที่ ความจริงเรื่องทั้ง 10 เรื่องนั้น เราทั้งหลาย-ไม่ว่าจะบรรพชิตคือชาววัด ไม่ว่าจะเป็นคฤหัสถ์คือชาวบ้าน-ควรพิจารณาอยู่เสมอโดยทั่วกัน ไม่จำกัดเฉพาะบรรพชิตหรือคฤหัสถ์
จึงขอนำสาระในอภิณหปัจเวกขณธรรมสูตรมาเสนอไว้ในที่นี้ เพื่อประกอบการศึกษา ดังนี้ –
…………..
(1) เววณฺณิยมฺหิ อชฺฌูปคโตติ ปพฺพชิเตน อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ
บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า บัดนี้เรามีเพศต่างจากคฤหัสถ์แล้ว อาการกิริยาใด ๆ ของสมณะ เราต้องทำอาการกิริยานั้น ๆ
(2) ปรปฏิพทฺธา เม ชีวิกาติ ปพฺพชิเตน อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ
บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า ความเลี้ยงชีวิตของเราเนื่องด้วยผู้อื่น เราควรทำตัวให้เขาเลี้ยงง่าย
(3) อญฺโญ เม อากปฺโป กรณีโยติ ปพฺพชิเตน อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ
บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า อาการกายวาจาอย่างอื่นที่เราจะต้องทำให้ดีขึ้นไปกว่านี้ยังมีอยู่อีก ไม่ใช่เพียงเท่านี้
(4) กจฺจิ นุ โข เม อตฺตา สีลโต น อุปวทตีติ ปพฺพชิเตน อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ
บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า ตัวของเราเองติเตียนตัวเราเองโดยศีลได้หรือไม่
(5) กจฺจิ นุ โข มํ อนุวิจฺจ วิญฺญู สพฺรหฺมจารี สีลโต น อุปวทนฺตีติ ปพฺพชิเตน อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ
บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า ผู้รู้ใคร่ครวญแล้วติเตียนเราโดยศีลได้หรือไม่
(6) สพฺเพหิ เม ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโวติ ปพฺพชิเตน อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ
บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งนั้น
(7) กมฺมสฺสโกมฺหิ กมฺมทายาโท กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฏิสรโณ ยํ กมฺมํ กริสฺสามิ กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามีติ ปพฺพชิเตน อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ
บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า เรามีกรรมเป็นของตัว เราทำดีจักได้ดี ทำชั่วจักได้ชั่ว
(8 ) กถมฺภูตสฺส เม รตฺตินฺทิวา วีติปตนฺตีติ ปพฺพชิเตน อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ
บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า วันคืนล่วงไป ๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่
(9) กจฺจิ นุ โขหํ สุญฺญาคาเร อภิรมามีติ ปพฺพชิเตน อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ
บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า เรายินดีในที่สงัดหรือไม่
(10) อตฺถิ นุ โข เม อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส อธิคโต โสหํ ปจฺฉิเม กาเล สพฺรหฺมจารีหิ ปุฏฺโฐ น มงฺกุ ภวิสฺสามีติ ปพฺพชิเตน อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ
บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า คุณวิเศษของเรามีอยู่หรือไม่ ที่จะให้เราเป็นผู้ไม่เก้อเขินในเวลาเพื่อนบรรพชิตถามในกาลภายหลัง
ที่มา:
– บาลี: อภิณหปัจเวกขณธรรมสูตร ทสกนิบาต อังคุตรนิกาย พระไตรปิฎกเล่ม 24 ข้อ 48
– คำแปล: ธรรมวิภาค นวโกวาท พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ถ้าอยู่เพียงเพราะยังมีลมหายใจ
: ก็น้อยค่าเกินไปที่จะอยู่เป็นคน
#บาลีวันละคำ (4,951)
1-1-69
…………………………….
…………………………….
