บาลีวันละคำ

เคหมงคล (บาลีวันละคำ 4,942)

เคหมงคล

คำคนเก่าที่น่าใช้

อ่านว่า เค-หะ-มง-คน

ประกอบด้วยคำว่า เคห + มงคล

(๑) “เคห” 

อ่านว่า เค-หะ บาลีมี 2 ศัพท์ที่คล้ายกันคือ “คห” และ “เคห” 

(ก) “คห” (คะ-หะ) รากศัพท์มาจาก คหฺ (ธาตุ = จับ, ยึด, ถือเอา) + อ (อะ) ปัจจัย

: คหฺ + อ = คห (นปุงสกลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ที่เก็บทรัพย์อันคนนำมาแล้ว” (คนหาทรัพย์มาเก็บไว้ที่นั่น จึงเรียกที่นั่นว่า คห = ที่เก็บทรัพย์) หมายถึง บ้าน (a house)

(ข) “เคห” (เค-หะ) รากศัพท์มาจาก คหฺ (ธาตุ = จับ, ยึด, ถือเอา) + อ (อะ) ปัจจัย, แปลง อ ที่ ค– เป็น เอ (คหฺ > เคห) 

: คหฺ + อ = คห > เคห แปลตามศัพท์ว่า “ที่เก็บทรัพย์อันคนนำมาแล้ว” (คนหาทรัพย์มาเก็บไว้ที่นั่น จึงเรียกที่นั่นว่า เคห = ที่เก็บทรัพย์) หมายถึง ที่อยู่อาศัย, ที่พัก, บ้าน; ครัวเรือน (a dwelling, hut, house; the household)

ในที่นี้ใช้คำว่า “เคห”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“เคห-, เคหะ, เคหา : (คำนาม) เรือน, ที่อยู่. (ป., ส. เคห).”

ขยายความแทรก :

เมื่อพูดว่า บ้านเรือน มีคำบาลีอีกคำหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจควบคู่กับคำว่า “เคห” นั่นคือคำว่า“คาม” 

ทั้ง “เคห” และ “คาม” นักเรียนบาลีมักแปลปน ๆ กันว่า บ้าน, เรือน จึงมีปัญหาว่า บ้าน  “เคหะ” กับบ้าน “คาม” ต่างกันอย่างไร

“เคห” หมายถึงบ้านเป็นหลัง ๆ คือบ้านแต่ละหลัง หรือคำเก่าเรียกว่า “หลังคาเรือน”

“คาม” หมายถึง หมู่บ้าน คือเคหะหรือเรือนหลาย ๆ หลังอยู่รวมกัน หรืออยู่ใกล้กัน รวมกันเข้าเป็นคาม

พอจะเทียบคำฝรั่งได้ว่า 

– เคหะ = house 

– คาม = home

(๒) “มงคล”

เขียนแบบบาลีเป็น “มงฺคล” (มีจุดใต้ งฺ) อ่านว่า มัง-คะ-ละ รากศัพท์มาจาก –

(1) มคิ (ธาตุ = ถึง, ไป, เป็นไป) + อล ปัจจัย, ลงนิคหิตอาคมที่ ม-(คิ) แล้วแปลงนิคหิตเป็น งฺ (มคิ > มํคิ > มงฺคิ), ลบสระที่สุดธาตุ (มคิ > มค)

: มคิ > มํคิ > มงฺคิ > มงฺค + อล = มงฺคล แปลตามศัพท์ว่า (1) “เหตุให้ถึงความเจริญ” (2) “เหตุเป็นเครื่องถึงความบริสุทธิ์แห่งเหล่าสัตว์”

(2) มงฺค (บาป) + ลุ (ธาตุ = ตัด) + อ (อะ) ปัจจัย, ลบสระหน้า (คือ อุ ที่ ลุ ที่อยู่หน้า อ ปัจจัย : ลุ > ล)

: มงฺค + ลุ = มงฺคลุ > มงฺคล + อ = มงฺคล แปลตามศัพท์ว่า “เหตุที่ตัดความชั่ว”

“มงฺคล” (นปุงสกลิงค์) ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) มีฤกษ์งามยามดี, รุ่งเรือง, มีโชคดี, มีมหกรรมหรืองานฉลอง (auspicious, prosperous, lucky, festive) 

(2) ลางดี, ศุภมงคล, งานรื่นเริง (good omen, auspices, festivity)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“มงคล, มงคล– : (คำนาม) เหตุที่นำมาซึ่งความเจริญ เช่น มงคล ๓๘, สิ่งซึ่งถือว่าจะนำสิริและความเจริญมาสู่และป้องกันไม่ให้สิ่งที่เลวร้ายมากล้ำกราย, เรียกงานที่จัดให้มีขึ้นเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข เช่น งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานทำบุญวันเกิด ว่า งานมงคล; เรียกเครื่องรางของขลังที่เชื่อว่าจะนำความสุขความเจริญเป็นต้นมาให้ หรือป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ ว่า วัตถุมงคล; สิ่งที่ทำเป็นวงด้วยด้ายเป็นต้นสำหรับสวมศีรษะเพื่อเป็นสิริมงคล นิยมใช้เฉพาะในเวลาชกมวยไทยหรือตีกระบี่กระบอง. (ป., ส.).”

“มงคล” ตามหลักพระพุทธศาสนาหมายถึง ธรรมที่นำมาซึ่งความสุขความเจริญ

เคห + มงคล = เคหมงคล (เค-หะ-มง-คน) แปลตามศัพท์ว่า “มงคลเกี่ยวกับเรือน” แปลโดยประสงค์ว่า งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่

ขยายความ :

ผู้เขียนบาลีวันละคำเห็นโพสต์ของญาติมิตรท่านหนึ่งแชร์ภาพของญาติมิตรของท่านมีภาพบัตรเชิญงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่เมื่อ พ.ศ.2495 ข้อความในบัตรเชิญใช้คำว่า “เนื่องจากงานเคหะมงคล” (ดูภาพประกอบ) คำว่า “เคหะมงคล” ในบัตรเชิญเป็นที่มาของบาลีวันละคำวันนี้

ข้อความในบัตรเชิญ สะกดเป็น “เคหะมงคล” คำว่า “เคหะ” มีสระ อะ เรียกเป็นภาษาวิชาการว่า ประวิสรรชนีย์กลางคำ

“เคหมงคล” เป็นคำสมาส หลักของคำสมาสในภาษาไทยคือ พยางค์ที่อยู่กลางศำ ถ้าออกเสียง อะ จะไม่ประวิสรรชนีย์กลางคำ คือไม่ต้องมีสระ อะ ที่พยางค์นั้น

เช่น –

คำว่า “ธุระ” มีสระ อะ ที่ ร

แต่ถ้าสมาสกับคำว่า “กิจ” จะเป็น “ธุรกิจ” ไม่ใช่ “ธุระกิจ”

คำว่า “สาธารณะ” มีสระ อะ ที่ ณ

แต่ถ้าสมาสกับคำว่า “สุข” จะเป็น “สาธารณสุข” ไม่ใช่ “สาธารณะสุข” 

คำว่า “เคหะ” มีสระ อะ ที่ ห

แต่ถ้าสมาสกับคำว่า “มงคล” จะเป็น “เคหมงคล” ไม่ใช่ “เคหะมงคล” 

แต่คำว่า “เคหะมงคล” ตามบัตรเชิญนั้น ควรจัดอยู่ในข้อยกเว้น เนื่องจากเป็นการเขียนตามความเข้าใจของผู้เขียน ในสมัยที่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานอันเป็นหนังสือที่กำหนดมาตรฐานในการสะกดคำไทยยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานที่พิมพ์เผยแพร่ฉบับแรก คือ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2493 บัตรเชิญในภาพประกอบพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2495 ห่างกันเพียง 3 ปี

อนึ่ง คำว่า “เคหมงคล” ก็ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน แม้ฉบับล่าสุดที่ใช้อยู่ในเวลานี้คือ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ก็ไม่ได้เก็บคำว่า “เคหมงคล” ไว้ จึงสามารถอ้างได้ว่าเป็นเขียนตามความเข้าใจในเวลานั้น ไม่ถือว่าผิดจากพจนานุกรมฯ

จะว่าไปทำไมมี ทุกวันนี้พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานอันเป็นหนังสือที่กำหนดมาตรฐานในการสะกดคำไทยมีแพร่หลายทั่วไปแล้ว 

หลักการสะกดคำสมาสสนธิในภาษาไทยก็เรียนรู้กันทั่วไปแล้ว 

แต่การสะกดคำผิด ๆ ทั้ง ๆ ที่คำนั้นมีในพจนานุกรมฯ ก็ยังมีอยู่ทั่วไป 

เป็นการฟ้องอยู่ในตัวว่า คนที่ไม่ใส่ใจและไม่ใฝ่ใจในการศึกษาเรียนรู้ภาษาอันเป็นสมบัติวัฒนธรรมประจำชาติของตนเองนั้นยังมีอยู่ทั่วไป

…………..

อย่างไรก็ตาม งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่นั้น ในคัมภีร์บาลีใช้คำว่า “เหคปเวสนมงคล” (เค-หะ-ปะ-เว-สะ-นะ-มง-คน) แปลว่า “งานมงคลในการเข้าไปสู่เรือน” ถ้าเอามาเรียกในภาษาไทยก็อยู่ข้างจะยืดยาดไปสักหน่อย เว้นไว้แต่จะเรียกลัดตัดเป็น “เคหปเวสน์” อ่านว่า เค-หะ-ปะ-เวด แปลตามศัพท์ว่า “เข้าเรือน” ถือเอาความแบบไทยว่า ขึ้นบ้านใหม่ ก็คงพอไปได้

ในที่นี้ เอามาแต่คำหัวกับคำท้าย เป็น “เหคมงคล” คำไม่ยืดยาด ออกเสียงไม่ยาก และยังแปลได้ความว่า “งานมงคลเกี่ยวกับเรือน” 

งานขึ้นบ้านใหม่ ถ้าจะเรียกเป็นคำศัพท์ในภาษาไทยว่า “งานเคหมงคล” ก็มีเหตุผลรองรับเพียงพอที่จะกล่าวว่า เป็นคำที่งดงามได้คำหนึ่ง

…………..

ดูก่อนภราดา!

: คนในบ้านมีธรรมประจำตน

: บ้านก็มีมงคลอยู่ทุกคืนวัน

—————-

ภาพประกอบ: จากเฟซบุ๊กของ ครูหน่อย ตุ๊กตาต้องใจ

#บาลีวันละคำ (4,942)

23-12-68

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *