จะทำหน้าที่ต้องมีตำแหน่ง

จะทำหน้าที่ต้องมีตำแหน่ง
————————
ญาติมิตรสังเกตไหมครับว่า เวลานี้บรรดาคนที่เราเรียกว่า “นักการเมือง” หายเงียบไปหมด
นึกถึงเวลาที่มีการเลือกตั้ง
นักการเมืองเป็นบุคคลที่แสดงตัวต่อสาธารณชนว่าต้องการเข้าไปทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
พอไม่มีการเลือกตั้ง นักการเมืองก็หายหน้าไปจากเวทีเหมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลก
เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า คนพวกนี้ต้องการเข้าไปทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน หรือว่าที่จริงแล้วต้องการเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตัวเองและพวกพ้อง
ในบ้านเมืองของเรามีคนที่มีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพที่จะทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้อยู่เป็นจำนวนมาก
ดูกันเฉพาะกลุ่มนักการเมือง คนที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรี เคยเป็นรัฐมนตรี เคยทำงานการเมือง มีอยู่ไม่ใช่น้อย
คนจำพวกนี้เคยประกาศต่อสาธารณชนมาแล้วว่าต้องการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
แล้วตอนนี้เขาไปไหนกันหมด ?
ทำไมไม่ออกมาช่วยกันทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนเหมือนกับที่เคยประกาศ
จะว่าระบบ หรือค่านิยม หรือจะเรียกว่าอะไรก็ไม่ทราบ ที่เรารับเอามาแล้วก็ยึดถือกันอยู่ทุกวันนี้เป็นตัวกำหนดให้พวกเราพากันเชื่อว่า ในสังคมของเรานั้น ใครจะทำหน้าที่ คนนั้นจะต้องมีตำแหน่งเสียก่อน-อย่างนั้นกระมัง
งานต่างๆ เพื่อประเทศชาติและประชาชน แม้จะสามารถทำได้ แต่ถ้าไม่มีตำแหน่ง เราก็จะไม่ทำ ด้วยข้ออ้างว่า ไม่ใช่หน้าที่ของเรา
หรือด้วยข้ออ้างที่ดูเหมือนจะมีเหตุผลน่าฟัง คือ-งานนี้เขามีคนนั้นคนนี้ หน่วยนั้นหน่วยนี้รับผิดชอบอยู่แล้ว ก็ให้เขาทำไป เราไม่ควรเข้าไปก้าวก่าย เพราะเราไม่มีตำแหน่งหน้าที่อะไร
แต่ไม่ว่าจะอ้างอะไรอย่างไร สิ่งที่ปรากฏอยู่ ณ เวลานี้ก็คือ คนทั้งหลายพากันยึดถือว่า – จะทำหน้าที่ต้องมีตำแหน่ง
และผลก็คือ คนที่มีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพที่จะทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้พากันอยู่นิ่งเฉยเหมือนกับไม่มีตัวตนอยู่ในโลก
ครั้นพอถึงเวลาเลือกตั้ง คนพวกนี้ก็จะโผล่ออกมาประกาศต่อสาธารณชนว่าต้องการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
ก็เลยได้ข้อสรุปว่า “ความเป็นประชาชน” นี่ไม่ถือว่าเป็น “ตำแหน่ง”
ประชาชนจึงไม่ต้องทำอะไรเพื่อประเทศชาติและประชาชน
ถ้าจะให้ทำหน้าที่ ก็ต้องมีตำแหน่ง
ขอให้ประเทศไทยจงเจริญตลอดกาลนาน เทอญ
นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๘
