วัยวุฒิ (บาลีวันละคำ 5,036)

วัยวุฒิ
ต่างจาก “วัย” ธรรมดา
อ่านว่า ไว-ยะ-วุด
ประกอบด้วยคำว่า วัย + วุฒิ
(๑) “วัย”
บาลีเป็น “วย” อ่านว่า วะ-ยะ รากศัพท์มาจาก วยฺ (ธาตุ = ไป, ถึง) + อ (อะ) ปัจจัย
: วยฺ + อ = วย (ปุงลิงค์) (นปุงสกลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “อาการที่ถึงความเสื่อมไป” หมายถึง อายุ, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัยรุ่น, วัยฉกรรจ์, วัยหนุ่ม (age, especially young age, prime, youth)
บาลี “วย” ใช้ในภาษาไทยเป็น “วัย” (ไว) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“วัย, วัย– : (คำนาม) เขตอายุ, ระยะของอายุ, เช่น วัยเด็ก วัยหนุ่มสาว วัยชรา. (ป., ส. วย).”
(๒) “วุฒิ”
บาลีเป็น “วุฑฺฒิ” อ่านว่า วุด-ทิ รากศัพท์มาจาก วทฺธฺ (ธาตุ = เจริญ) + ติ ปัจจัย, แผลง อะ ที่ ว-(ทฺธ) เป็น อุ, ลบ ท, แปลง ธฺ ที่สุดธาตุ เป็น ฑฺ, แปลง ต ที่ ติ ปัจจัยเป็น ฒ
: วทฺธฺ > วุทฺธ > วุธ > วุฑ + ติ = วุฑฺติ > วุฑฺฒิ แปลว่า การเพิ่ม, ความงอกงาม, ความคืบหน้า, ความรุ่งเรือง (increase, growth, furtherance, prosperity)
“วุฑฺฒิ” ในภาษาไทยตัด ฑ ออก ใช้เป็น “วุฒิ”
เมื่อใช้เป็น “วุฒิ” ก็เกิดปัญหาว่าจะอ่านอย่างไร
อ่านว่า วุด-ทิ?
หรืออ่านว่า วุด?
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“วุฒิ, วุฒิ– : (คำนาม) ภูมิรู้; ความเจริญ, ความงอกงาม, ความเป็นผู้ใหญ่. (ป. วุฑฺฒิ; ส. วฺฤทฺธิ).”
วย + วุฑฺฒิ = วยวุฑฺฒิ (วะ-ยะ-วุด-ทิ) แปลว่า “การเจริญขึ้นโดยวัย”
“วยวุฑฺฒิ” ใช้ในภาษาไทยเป็น “วัยวุฒิ” อ่านว่า ไว-ยะ-วุด
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “วัยวุฒิ” ไว้ด้วย บอกไว้ว่า –
“วัยวุฒิ : (คำนาม) ความเป็นผู้ใหญ่โดยอายุ. (ป. วย + วุฑฺฒิ).”
ขยายความ :
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า อธิบายไว้ดังนี้ (ปรับย่อหน้าวรรคตอนเพื่อให้อ่านง่าย) –
…………..
วัยวุฒิ : ความเจริญ, ความงอกงาม, ความเป็นผู้ใหญ่; ธรรมให้ถึงความเจริญ;
วุฒิ คือ ความเป็นผู้ใหญ่ ๓ อย่าง ที่นิยมพูดกันในภาษาไทยนั้น มาในคัมภีร์ชั้นอรรถกถาและฎีกา ได้แก่
๑. ชาติวุฒิ ความเป็นผู้ใหญ่โดยชาติ คือเกิดในชาติกำเนิดฐานะอันสูง
๒. วัยวุฒิ ความเป็นผู้ใหญ่โดยวัย คือเกิดก่อน
๓. คุณวุฒิ ความเป็นผู้ใหญ่โดยคุณความดีหรือโดยคุณพิเศษที่ได้บรรลุ (ผลสำเร็จที่ดีงาม)
(อนึ่ง ในคัมภีร์ท่านมิได้กล่าวถึงภาวะแต่กล่าวถึงบุคคล คือไม่กล่าวถึง วุฒิ แต่กล่าวถึง วุฑฒะ หรือ วุฒ เป็น ชาติวุฒ วัยวุฒ คุณวุฒ; นอกจากนั้น ในอรรถกถาแห่งสุตตนิบาต ท่านแบ่งเป็น ๔, โดยเพิ่มปัญญาวุฒ ผู้ใหญ่โดยปัญญาเข้ามาอีกอย่างหนึ่ง และเรียงลำดับตามความสำคัญในทางธรรม เมื่อเปลี่ยน วุฒ เป็น วุฒิ จะได้ดังนี้
๑. ปัญญาวุฒิ
๒. คุณวุฒิ
๓. ชาติวุฒิ
๔. วัยวุฒิ)
…………..
สรุปว่า “วัย” ในคำว่า “วัยวุฒิ” ไม่ใช่วัยธรรมดา แต่หมายถึง เป็นผู้ใหญ่โดยวัย เป็นผู้ใหญ่โดยอายุ คือเกิดก่อน
ถ้าพูดถึงใครคนหนึ่งคนเดียวว่าเกิดมาช้านานแค่ไหน ใช้ว่า “วัย” เท่านี้พอ ต่อเมื่อจะพูดถึง-ใครเกิดก่อนใครเกิดทีหลัง คือเทียบอายุระหว่างคนหนึ่งกับคนอื่น ๆ จึงจะใช้คำว่า “วัยวุฒิ”
เช่น –
“ว่าโดยวัยแล้ว ไม่ควรกินอาหารชนิดนี้”
ไม่ต้อง “ว่าโดยวัยวุฒิแล้ว ไม่ควรกินอาหารชนิดนี้”
แต่บางกรณีก็ใช้ได้ เช่น “ว่าโดยวัยวุฒิแล้ว เขาไม่ควรประพฤติตัวแบบนี้” (เขาอายุขนาดนี้แล้วทำไม่จึงทำตัวเหมือนเด็ก ๆ)
ฟังดูเหมือนพูดถึงคนคนเดียว ไม่ได้เทียบอายุกับใคร แต่ความจริงคือ เทียบอายุระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก จึงใช้คำว่า “วัยวุฒิ” ได้
…………..
ดูก่อนภราดา!
: เกิดก่อนหรือเกิดทีหลัง ไม่สำคัญ
: เกิดมาทำอะไร นั่นต่างหากที่สำคัญ
#บาลีวันละคำ (5,036)
27-3-69
…………………………….
…………………………….
