ทิฏฐิวิปลาส (บาลีวันละคำ 5,056)

ทิฏฐิวิปลาส
ศัตรูที่บังอาจแอบอยู่ในจิตของเรานี่เอง
อ่านว่า ทิด-ถิ-วิ-ปะ-ลาด ก็ได้
อ่านว่า ทิด-ถิ-วิบ-ปะ-ลาด ก็ได้
ประกอบด้วยคำว่า ทิฏฐิ + วิปลาส
(๑) “ทิฏฐิ”
คำในภาษาบาลีสะกดเป็น “ทิฏฺฐิ” มี ฏ ปฏัก เป็นตัวสะกด และมีจุดใต้ ฏ ปฏักด้วย อ่านว่า ทิด-ถิ รากศัพท์มาจาก ทิสฺ (ธาตุ = เห็น) + ติ ปัจจัย, ลบ สฺ ที่สุดธาตุ, แปลง ติ เป็น ฏฺฐิ
: ทิสฺ + ติ = ทิสฺติ > ทิติ > ทิฏฺฐิ แปลตามศัพท์ว่า “ความเห็น” หมายถึง ความคิดเห็น, ความเชื่อ, หลักลัทธิ, ทฤษฎี, การเก็ง, ทฤษฎีที่ผิด, ความเห็นที่ปราศจากเหตุผลหรือมูลฐาน (view, belief, dogma, theory, speculation, false theory, groundless or unfounded opinion)
ในภาษาธรรม ถ้าพูดเฉพาะ “ทิฏฺฐิ” จะหมายถึง ความเห็นผิด
ถ้าต้องการชี้เฉพาะ จะมีคำบ่งชี้นำหน้า คือ
“มิจฺฉาทิฏฺฐิ” = ความเห็นผิด
“สมฺมาทิฏฺฐิ” = ความเห็นถูก
บาลี “ทิฏฺฐิ” สันสกฤตเป็น “ทฤษฺฏิ”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –
(สะกดตามต้นฉบับ)
“ทฤษฺฏิ : (คำนาม) จักษุส, จักษุ; ทรรศน, การดู, การเห็น; พุทธิ, โพธ; แววหรือสายตา, อักษิดารา; รูป, อากฤติ, อาการ; the eye; sight, seeing; knowledge, wisdom; the sight of the eye, the pupil; aspect.”
“ทฤษฺฏิ” ในสันสกฤต เราเอามาใช้ในภาษาไทยเป็น “ทฤษฎี” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“ทฤษฎี : (คำนาม) ความเห็น; การเห็น, การเห็นด้วยใจ; ลักษณะที่คิดคาดเอาตามหลักวิชา เพื่อเสริมเหตุผลและรากฐานให้แก่ปรากฏการณ์หรือข้อมูลในภาคปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นมาอย่างมีระเบียบ. (ส.; ป. ทิฏฺฐิ). (อ. theory).”
บาลี “ทิฏฺฐิ” ในภาษาไทยตัดตัวสะกดออกเขียนเป็น “ทิฐิ” แต่คงอ่านว่า ทิด-ถิ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“ทิฐิ : (คำนาม) ความเห็น เช่น สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ มิจฉาทิฐิ ความเห็นผิด; ความอวดดื้อถือดี เช่น เขามีทิฐิมาก. (ป. ทิฏฺฐิ; ส. ทฺฤษฺฏิ).”
อภิปรายขยายความแทรก :
“ทิฐิ” คำนี้ เมื่อใช้ในภาษาธรรม มีผู้นิยมสะกดตามรูปคำเดิม ไม่ตัดตัวสะกด คือเขียนเป็น “ทิฏฐิ” (ไม่มีจุดใต้ ฏ ปฏัก)
มีปัญหาว่า เมื่อพจนานุกรมฯ สะกดคำนี้เป็น “ทิฐิ” (ไม่มี ฏ) และผู้อธิบายธรรมะสะกดคำนี้เป็น “ทิฏฐิ” (มี ฏ) โดยอ้างว่าเป็นศัพท์วิชาการ (technical term) ประชาชนทั่วไปเมื่อจะเขียนคำนี้ ควรจะสะกดเป็น “ทิฐิ” หรือ “ทิฏฐิ”
ผู้เขียนบาลีวันละคำมีความเห็นดังนี้ –
(๑) ในที่ซึ่งต้องใช้ศัพท์วิชาการทางธรรมะโดยเฉพาะ เช่น –
“ทิฏฐิวิบัติ” (ความเห็นคลาดเคลื่อน ผิดธรรมผิดวินัย)
“ทิฏฐิวิสุทธิ” (ความหมดจดแห่งทิฐิ คือ ความรู้เข้าใจมองเห็นนามรูปตามสภาวะที่เป็นจริง)
“ทิฏฐิสามัญญตา” (มีความเห็นถูกต้องดีงามเสมอกันกับเพื่อนผู้ปฏิบัติธรรมร่วมกัน)
จะสะกดเป็น “ทิฏฐิ” (มี ฏ) ก็ได้
(๒) ในที่ซึ่งเป็นถ้อยคำธรรมดาทั่วไป เช่นพูดว่า “เขามีทิฐิมาก” “มีทิฐิมานะกันเหลือเกิน” ควรสะกดเป็น “ทิฐิ” (ไม่มี ฏ) ตามพจนานุกรมฯ
ถ้าไปสะกดเป็น “เขามีทิฏฐิมาก” “มีทิฏฐิมานะกันเหลือเกิน” ดังนี้ ถือว่าเกินขอบเขตของศัพท์วิชาการ
(๒) “วิปลาส”
บาลีเป็น “วิปลฺลาส” (วิ-ปัน-ลา-สะ) รากศัพท์มาจาก วิ (คำอุปสรรค = พิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + ปริ (คำอุปสรรค = รอบ) + อสฺ (ธาตุ = ซัด, ขว้างไป) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, แปลง อิ ที่ ปริ เป็น ย (ปริ > ปรฺย), แปลง ร ที่ ปรฺ เป็น ล (ปรฺ > ปลฺ), แปลง ลฺย (คือ ปริ > ปรฺย > ปลฺย) เป็น ล (ปลฺย > ปลฺ), ซ้อน ล, ทีฆะ อะ ที่ อ-(สฺ) เป็น อา (อสฺ > อาส)
: วิ + ปริ = วิปริ > วิปรฺย > วิปลฺย > วิปล > วิปลฺล + อสฺ = วิปลฺลส + ณ = วิปลฺลสณ > วิปลฺลส > วิปลฺลาส
“วิปลฺลาส” แปลตามศัพท์ว่า “อาการที่ขว้างไปผิด” หมายถึง ความแปรปรวน, ความพลิกผัน, การกลับกัน, ความเปลี่ยนแปลง (โดยเฉพาะในทางไม่ดี), ความตรงกันข้าม, ความวิปริต, การทำให้ยุ่งเหยิง, ความเสียหาย, ความผิดเพี้ยน (reversal, change (esp. in a bad sense), inversion, perversion, derangement, corruption, distortion)
“วิปลฺลาส” สันสกฤตเป็น “วิปรฺยาส”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –
(สะกดตามต้นฉบับ)
“วิปรฺยาส : (คำนาม) ‘วิบรรยาส,’ ไวปรีตย์, ความวิปริต, วิปักษตา; วิการ, ปริณาม, หรือความวิบัท; การคิดเห็นสิ่งที่ผิดเปนชอบหรือเห็นเท็จเปนจริง; contrariety, opposition; reverse; imagining what is unreal or false to be real or true.”
“วิปลฺลาส” ภาษาไทยเขียน “วิปลาส” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“วิปลาส : (คำกริยา) คลาดเคลื่อนไปจากธรรมดาสามัญ เช่น สติวิปลาส ตัวอักษรวิปลาส สัญญาวิปลาส. (ป. วิปลฺลาส, วิปริยาส; ส. วิปรฺยาส).”
ทิฏฺฐิ + วิปลฺลาส = ทิฏฺฐิวิปลฺลาส บาลีอ่านว่า ทิด-ถิ-วิ-ปัน-ลา-สะ แปลตามศัพท์ว่า “ความแปรปรวนแห่งความเห็น”
“ทิฏฺฐิวิปลฺลาส” ใช้ในภาษาไทยเป็น “ทิฏฐิวิปัลลาส” (ทิด-ถิ-วิ-ปัน-ลาด) และ “ทิฏฺฐิวิปลาส” (ทิด-ถิ-วิ-ปะ-ลาด, ทิด-ถิ-วิบ-ปะ-ลาด)
“ทิฏฐิวิปัลลาส” และ “ทิฏฺฐิวิปลาส” ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554
ขยายความ :
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “วิปลาส, วิปัลลาส” บอกไว้ดังนี้ –
…………..
วิปลาส, วิปัลลาส : กิริยาที่ถือโดยอาการวิปริตผิดจากความเป็นจริง, ความเห็นหรือความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากสภาพที่เป็นจริง มีดังนี้:
ก. วิปลาสด้วยอำนาจจิตต์และเจตสิก ๓ ประการ คือ
๑. วิปลาสด้วยอำนาจสำคัญผิด เรียกว่า สัญญาวิปลาส
๒. วิปลาสด้วยอำนาจคิดผิด เรียกว่า จิตตวิปลาส
๓. วิปลาสด้วยอำนาจเห็นผิด เรียกว่า ทิฏฐิวิปลาส
ข. วิปลาสด้วยสามารถวัตถุเป็นที่ตั้ง ๔ ประการ คือ
๑. วิปลาสในของที่ไม่เที่ยง ว่าเที่ยง
๒. วิปลาสในของที่เป็นทุกข์ ว่าเป็นสุข
๓. วิปลาสในของที่ไม่ใช่ตน ว่าเป็นตน
๔. วิปลาสในของที่ไม่งาม ว่างาม
(เขียนว่า พิปลาส ก็มี)
…………..
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ข้อ [178] วิปัลลาส หรือ วิปลาส 4 บอกไว้ดังนี้ –
…………..
วิปัลลาส หรือ วิปลาส 4 (ความรู้เห็นคลาดเคลื่อน, ความรู้เข้าใจผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง — Vipallāsa: distortion)
วิปลาส มี 3 ระดับ คือ
1. สัญญาวิปลาส (สัญญาคลาดเคลื่อน, หมายรู้ผิดพลาดจากความเป็นจริง เช่น คนตกใจเห็นเชือกเป็นงู — Saññā-vipallāsa: distortion of perception)
2. จิตตวิปลาส (จิตคลาดเคลื่อน, ความคิดผิดพลาดจากความเป็นจริง เช่น คนบ้าคิดเอาหญ้าเป็นอาหาร — Citta-vipallāsa: distortion of thought)
3. ทิฏฐิวิปลาส (ทิฏฐิคลาดเคลื่อน, ความเห็นผิดพลาดจากความเป็นจริง โดยเฉพาะเชื่อถือไปตามสัญญาวิปลาส หรือจิตตวิปลาสนั้น เช่น มีสัญญาวิปลาสเห็นเชือกเป็นงู แล้วเกิดทิฏฐิวิปลาส เชื่อหรือลงความเห็นว่าที่บริเวณนั้นมีงูชุม หรือมีจิตตวิปลาสว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นต้องมีผู้สร้าง จึงเกิดทิฏฐิวิปลาสว่า แผ่นดินไหวเพราะเทพเจ้าบันดาล — Diṭṭhi-vipallāsa: distortion of views)
วิปลาส 3 ระดับนี้ ที่เป็นพื้นฐาน เป็นไปใน 4 ด้าน คือ
1. วิปลาสในสิ่งที่ไม่เที่ยง ว่าเที่ยง (to regard what is impermanent as permanent)
2. วิปลาสในสิ่งที่เป็นทุกข์ ว่าเป็นสุข (to regard what is painful as pleasant)
3. วิปลาสในสิ่งที่ไม่เป็นตัวตน ว่าเป็นตัวตน (to regard what is non-self as a self)
4. วิปลาสในสิ่งที่ไม่งาม ว่างาม (to regard what is foul as beautiful)
…………..
ดูก่อนภราดา!
: คนบ้า อาจจะวิปลาสแค่ชาตินี้
: แต่คนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี วิปลาสทุกชาติไป
#บาลีวันละคำ (5,056)
16-4-69
…………………………….
…………………………….
