บาลีวันละคำ

เจตคติ (บาลีวันละคำ 5,076)

เจตคติ

แล้วแต่ความดำริของแต่ละคน

อ่านว่า เจ-ตะ-คะ-ติ

แยกศัพท์เป็น เจต + คติ

(๑) “เจต” 

บาลีอ่านว่า เจ-ตะ รากศัพท์มาจาก จิตฺ (ธาตุ = คิด, รู้, จงใจ) + อ (อะ) ปัจจัย, แผลง อิ ที่ จิ-(ตฺ) เป็น เอ (จิตฺ > เจต)

: จิตฺ + อ = จิต > เจต แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะที่คิด” หมายถึง ความตั้งใจ, ความคิด, ความจงใจ, ความประสงค์, ความปรารถนา (state of mind in action, thinking as active thought, intention, purpose, will)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“เจต, เจต– : (คำนาม) สิ่งที่คิด, ใจ. (ป.; ส. เจตสฺ).”

แถม :

ในภาษาไทย มีคำที่ไปจาก “เจต” คำหนึ่งคือ “เจตจำนง” คำนี้มักจะมีคนเขียนเป็น “เจตน์จำนง” คือ เจต– มี น์ ด้วย โปรดทราบว่าเป็นคำที่เขียนผิด

ที่เขียน “เจต” เป็น “เจตน์” นั้น เข้าใจว่าตั้งใจจะให้หมายถึง “เจตนา” (ตั้งใจ, จงใจ, มุ่งหมาย; ความตั้งใจ, ความจงใจ, ความมุ่งหมาย) แต่เมื่อออกเสียงว่า เจด-จำ-นง จึงเขียนเป็น “เจตน์” เพื่อให้ออกเสียงว่า เจด เหมือนกัน

“เจต” ในคำว่า “เจตจำนง” ไม่ได้มาจากคำว่า “เจตนา” และคำที่เขียนเป็น “เจตน์” ก็ไม่มีในพจนานุกรมฯ 

“เจตน์จำนง” จึงเป็นคำที่เขียนผิด

คำที่ถูกต้องคือ “เจตจำนง”

เสริมหลักภาษา :

คำที่มีความหมายอย่างเดียวกับ “เจต” ที่เราคุ้นกันดีคือ “จิต” (บาลี “จิตฺต”) ก็มีรากศัพท์มาในแนวเดียวกัน ที่ควรสังเกตคือ “จิ-” แผลงเป็น “เจ-” เรียกเป็นคำกลาง ๆ ว่า แผลง “อิ” เป็น “เอ” 

หลักการแผลงสระในบาลีที่น่าจำไว้ประดับความรู้ คือ “อิ เป็น เอ” และ “อุ เป็น โอ” 

“อิ เป็น เอ” เช่น –

ฉิท = เฉท 

นิติ = เนติ 

มิตร = เมตตา 

ศิลา = เสล

“อุ เป็น โอ” เช่น –

กุมุท = โกมุท 

กุศล = โกศล 

ชุติ = โชติ 

ประมุท = ประโมทย์ 

รุจ = โรจ 

รุจน = โรจน 

ถ้ารู้หลักนี้ เมื่อเห็น “เอ-” ก็สามารถสาวกลับไปหา “อิ-” ได้ และเมื่อเห็น “โอ-” ก็สามารถสาวกลับไปหา “อุ-” ได้ ช่วยให้เข้าถึงลีลาของภาษาได้ดียิ่งขึ้น

(๒) “คติ” 

รากศัพท์มาจาก คมฺ (ธาตุ = ไป, ถึง) + ติ ปัจจัย, ลบ มฺ ที่สุดธาตุ

: คมฺ + ติ = คมติ > คติ แปลตามศัพท์ว่า “การไป” “ภูมิอันเหล่าสัตว์ต้องไป ด้วยการเข้าถึงตามกรรมดีกรรมชั่ว” “ที่เป็นที่ไป” หมายถึง ที่ไป, ที่อยู่, ที่เกิดใหม่, ภพภูมิที่จะต้องไปเกิด

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “คติ” ว่า –

(1) going, going away (การไป, การจากไป)

(2) direction, course, career (ทิศทาง, แนว, ทางไป, วิถีชีวิต) 

(3) passing on (การผ่านไป) 

“คติ” ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

(1) คติ ๑ : (คำนาม) การไป; ความเป็นไป. (ป.).

(2) คติ ๒ : (คำนาม) แบบอย่าง, วิธี, แนวทาง. (ป.)

เจต + คติ = เจตคติ (เจ-ตะ-คะ-ติ) แปลตามศัพท์นัยหนึ่งว่า “การไปของความคิด”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

“เจตคติ : (คำนาม) ท่าทีหรือความรู้สึกของบุคคลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง. (อ. attitude).”

ขยายความ : 

“เจตคติ” เป็นศัพท์ที่บัญญัติจากคำอังกฤษว่า attitude 

พจนานุกรม สอ เสถบุตร แปล attitude ว่า ท่า, ทีท่า, กิริยาท่าทาง, อาการ, การวางตัว

พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล attitude เป็นบาลีดังนี้: 

(1) ākāra อาการ (อา-กา-ระ) = “การทำทั่วไป” > ลักษณะประจำตัว 

(2) vilāsa วิลาส (วิ-ลา-สะ) = “อาการที่น่าชอบใจโดยพิเศษ” > ความสง่างาม, การเล่นสนุก

(3) saṇṭhiti สณฺฐิติ (สัน-ถิ-ติ) = “ความตั้งมั่น” > การตกลงใจ

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ความพอใจของมนุษย์สุดกำหนด

: นิยมรสลึกลับสลับสลอน

: สูจะตักน้ำเพิ่มเติมสาคร

: หรือจะสอนใจสูให้รู้พอ

#บาลีวันละคำ (5,076) 

6-5-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *