กุฏิชีวาภิบาล (บาลีวันละคำ 5,095)

กุฏิชีวาภิบาล
สถานหล่อเลี้ยงชีวิตพระอาพาธ
อ่านว่า กุ-ติ-ชี-วา-พิ-บาน
แยกศัพท์เป็น กุฏิ + ชีว + อภิบาล
(๑) “กุฏิ”
อ่านว่า กุ-ติ (-ฏิ ฏ ปฏัก อนึ่ง ศัพท์นี้เป็น “กุฏี” ก็มี) รากศัพท์มาจาก กุฏฺ (ธาตุ = ตัด; อยู่อาศัย) + อิ ปัจจัย
: กุฏฺ + อิ = กุฏิ แปลตามศัพท์ว่า (1) “โรงเรือนที่ตัด” (คือตัดความกังวล เนื่องจากเป็นกระท่อมเล็กๆ ไม่ต้องบำรุงรักษามาก และไม่มีราคาค่างวด) (2) “โรงเรือนเป็นที่อยู่อาศัย”
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “กุฏิ” ว่า any single-roomed abode, a hut, cabin, cot, shed (ที่อาศัยที่มีห้องเดียว, กระท่อม, เพิง, สิ่งปลูกสร้างเล็กๆ สำหรับอาศัย)
ภาษาไทยเขียนทับศัพท์เป็น “กุฏิ” ออกเสียงว่า กุ-ติ ก็มี (คนเก่า ๆ ออกเสียงตามสะดวกปากว่า กะ-ติ ก็มี) ออกเสียงว่า กุด ก็มี เปลี่ยน ฏ ปฏักเป็น ฎ ชฎา เขียนเป็น “กุฎี” (กุ-ดี) ก็มี แผลงเป็น “กระฎี” ก็มี
ความหมายที่เข้าใจกันในภาษาไทย “กุฏิ–กุฎี” ก็คือ “เรือนหรือตึกสำหรับพระภิกษุสามเณรอยู่”
(๒) “ชีว”
อ่านว่า ชี-วะ รากศัพท์มาจาก ชีวฺ (ธาตุ = มีชีวิต) + อ (อะ) ปัจจัย
: ชีวฺ + อ = ชีว (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งเป็นเหตุให้เป็นอยู่ได้” หมายถึง ชีวิต (ของแต่ละคน), เวลาที่ชีวิตดำรงอยู่, ช่วงของชีวิต, การเป็นอยู่; การดำรงชีพ ([individual] life, lifetime, span of life; living, livelihood)
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
(1) ชีว– ๑, ชีวะ ๑ : (คำนาม) ชีพ, ความเป็น, ตรงข้ามกับ ความตาย. (ป., ส.).
(2) ชีว– ๒, ชีวะ ๒ : (คำนาม) พระพฤหัสบดี. (ป., ส.).
(๓) “อภิบาล”
บาลีเป็น “อภิปาล” อ่านว่า อะ-พิ-ปา-ละ รากศัพท์มาจาก อภิ (คำอุปสรรค = ยิ่ง, ใหญ่, จำเพาะ, ข้างหน้า) + ปาลฺ (ธาตุ = ระวังรักษา, เก็บรักษา [guarding, keeping]) + อ (อะ) ปัจจัย
: อภิ + ปาลฺ = อภิปาลฺ + อ = อภิปาล แปลตามศัพท์ว่า “การระวังรักษาอย่างยิ่ง” หมายถึง การคุ้มครองป้องกัน (protecting)
“อภิปาล” ในภาษาไทยใช้ว่า “อภิบาล” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“อภิบาล : (คำกริยา) บำรุงรักษา, ปกครอง. (ป., ส. อภิปาล).”
การประสมคำ :
๑ ชีว + อภิบาล = ชีวาภิบาล แปลว่า “การระวังรักษาชีวิตอย่างยิ่ง”
๒ กุฏิ + ชีวาภิบาล = กุฏิชีวาภิบาล แปลว่า “กุฏิเพื่อการระวังรักษาชีวิตอย่างยิ่ง”
ขยายความ :
“กุฏิชีวาภิบาล” เป็นคำชี้เฉพาะเจาะจงลงไปถึงสถานดูแลพระภิกษุอาพาธติดเตียง เข้าใจว่าแผลงมาจากคำว่า “สถานชีวาภิบาล” คำนี้หมายถึงสถานที่ดูแลผู้ป่วยทั่วไป เมื่อหมายถึงดูแลเฉพาะพระภิกษุจึงเปลี่ยนเป็น “กุฏิชีวาภิบาล” เพื่อให้สอดคล้องกับสถานภาพของพระ และเมื่อว่ากันตามศัพท์ก็ควรเป็นสถานที่ซึ่งอยู่ในวัดโดยวัดเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ
ข้อมูลภาพรวมโดย AI บอกความหมายของ “สถานชีวาภิบาล” ไว้ดังนี้ –
…………..
“สถานชีวาภิบาล” คือหน่วยบริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Palliative Care) และผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องการการดูแลระยะยาว เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต บรรเทาความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ ช่วยให้จากไปอย่างสงบ (ตายดี) โดยมีทั้งแบบพักค้างคืนและดูแลระหว่างวัน (Day Care) ไม่ใช่โรงพยาบาล แต่เป็นหน่วยงานชุมชน/องค์กรศาสนาที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช.
…………..
หนังสือ “มาตรฐานและแนวทางการพัฒนากุฏิชีวาภิบาล” ของโรงพยาบาลสงฆ์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พิมพ์เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน 2567 บอกไว้ใน คำนำ ดังนี้ –
…………..
มาตรฐานและแนวทางการพัฒนา “กุฏิชีวาภิบาล” เป็นแนวทางการดำเนินการจัดตั้งกุฏิชีวาภิบาล สืบเนื่องมาจากกระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ให้การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติด้านสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค รวมถึงการดูแลรักษา ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพร่างกาย เพื่อเป้าหมายสำคัญในการสร้าง “สุขภาพคนไทย เพื่อสุขภาพประเทศไทย” ซึ่งกุฏิชีวาภิบาล อยู่ในนโยบายหลักข้อ ๘ “สถานชีวาภิบาล” โดยกุฏิชีวาภิบาลเป็นสถานชีวาภิบาลในองค์กรพระพุทธศาสนา มุ่งเน้นเพื่อการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ที่มีภาวะพึ่งพิง พระสงฆ์อาพาธระยะท้าย รวมถึงพระสงฆ์สูงอายุ ติดกุฏิ ติดวัด ให้ได้รับการดูแลอย่างเป็นองค์รวมครอบคลุมทุกมิติ คือ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านอารมณ์และด้านปัญญา อย่างต่อเนื่องจากโรงพยาบาลสู่วัด โดยไม่ถูกทอดทิ้งไว้เพียงลำพัง อันเป็นการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตพระสงฆ์อาพาธจนวาระสุดท้าย มาตรฐานและแนวทางการพัฒนา “กุฏิชีวาภิบาล” จัดทำขึ้นเพื่อให้มีการดำเนินการกุฏิชีวาภิบาลเป็นต้นแบบที่ดี เหมาะสมตามบริบท และเป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพระสงฆ์อาพาธ พระคิลานุปัฏฐาก บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โยมอุปัฏฐาก และประชาชน
…………..
ลิงก์หนังสือมาตรฐานและแนวทางการพัฒนากุฏิชีวาภิบาล
https://priest-hospital.go.th/handBook/PalliativeCareKuti/PalliativeCareKuti.pdf
…………..
ดูก่อนภราดา!
พึงสดับพระพุทธพจน์ —
: โย ภิกฺขเว มํ อุปฏฺฐเหยฺย
โส คิลานํ อุปฏฺฐเหยฺย.
: ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ผู้ใดจะพึงอุปัฏฐากเรา
ผู้นั้นพึงพยาบาลภิกษุอาพาธเถิด
ที่มา: จีวรขันธกะ วินัยปิฎก มหาวรรค ภาค 2 พระไตรปิฎกเล่ม 5 ข้อ 166
#บาลีวันละคำ (5,095)
25-5-69
…………………………….
…………………………….
