บทความเกี่ยวกับศาสนา-ภาษา-สังคม

คำถามที่ผมอยากตอบ

คำถามที่ผมอยากตอบ (๔)

————————-

เป้าหมายที่ถูกต้องแท้จริงของการเรียนบาลีคือมุ่งไปศึกษาพระไตรปิฎก

แต่ทุกวันนี้เป้าหมายของการเรียนบาลีบิดเบี้ยวเบี่ยงเบนไปจนหมดสิ้น

เป็นเรื่องที่ต้องพูดกันให้รู้เรื่องครับ

………………………

ทุกวันนี้เราไม่ได้เรียนบาลีเพื่อเอาความรู้ภาษาบาลีไปศึกษาพระไตรปิฎก

แต่เรียนบาลีเพื่อเอาวุฒิ เพื่อให้ได้ศักดิ์และสิทธิ์อันเกิดจากการสอบได้ เพื่อสถานะทางสังคม

ส่วนการเรียนบาลีเพื่อเอาความรู้ภาษาบาลีไปศึกษาพระไตรปิฎก เราบอกกันว่า-ควรเป็นไปตามอัธยาศัย

สำนักเรียนบาลีที่เปิดดำเนินการอยู่ทุกวันนี้ ไม่มีสำนักไหนเลยที่บอกนักเรียนบาลีไปตั้งแต่เริ่มเรียน-และย้ำเตือนอยู่ตลอดเวลา-ว่าจงเรียนบาลีเพื่อเอาความรู้ภาษาบาลีไปศึกษาพระไตรปิฎก

คำตอบที่เด่นที่สุดของนักเรียนบาลีปัจจุบันนี้ก็คือ เรียนบาลีเพื่อเอาวุฒิ

การสอบได้เป็นเหตุให้ได้วุฒิ

วุฒิเป็นเหตุให้ได้ศักดิ์และสิทธิ์

ศักดิ์และสิทธิ์เป็นเหตุนำมาซึ่งสถานะทางสังคม

นักเรียนบาลีปัจจุบันนี้จึงมุ่งไปที่สอบได้

…………………………………………………

กิจกรรมอบรมบาลีก่อนสอบที่นิยมจัดกันทั่วประเทศ เป็นข้อพิสูจน์และเป็นการยอมรับอยู่ในตัวว่าเราเรียนบาลีเพื่อสอบได้จริง ๆ ปฏิเสธไม่ได้

เรียนเพื่อเอาความรู้ความเข้าใจไปใช้งาน คือเรียนตลอดเวลา เรียนตลอดปี เก็บสะสมความรู้ความเข้าใจได้เรื่อยไป

จะต้องมา speed เอาในช่วงเวลาก่อนสอบไม่กี่วันไปเพื่อประโยชน์อะไร?

…………………………………………………

มีผู้บอกไว้ชัดเจนว่า ลองประกาศยกเลิกวุฒิบาลีดูสิ 

หมายความว่าสอบได้ประโยคไหนก็ไม่นับเป็นวุฒิ ม.ต้น ม.ปลาย หรือปริญญาตรีใด ๆ ทั้งสิ้น เรียนบาลีเพื่อสืบพระอายุพระศาสนา เรียนบาลีเอาบุญ เอาความรู้ล้วน ๆ ไม่มีวุฒิให้เอาไปทำอะไรทั้งนั้น

นักเรียนบาลีจะหายวับไปกับตา จะหาคนเรียนบาลีได้ยากที่สุด

…………………………………………………

อีกเสียงหนึ่งที่ดังอยู่เรื่อย ๆ และดังขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือ เรียนบาลีของคณะสงฆ์ไทยนักเรียนสอบตกมากกว่าสอบได้ แบบนี้ผิดหลักการศึกษา ควรจะเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ต้องเรียนเพื่อให้นักเรียนสอบได้มากกว่าสอบตกหรือไม่มีสอบตก ไม่มีซ้ำชั้น-แบบเดียวกับระบบการศึกษาของทางโลกจึงจะถูกต้อง ไม่เกิดการสูญเปล่าทางการศึกษาอย่างที่กำลังเป็นอยู่

…………………………………………………

เป็นการยืนยันว่า เรียนบาลีเพื่อสอบได้-เพื่อวุฒิ เพื่อศักดิ์และสิทธิ์ เป็นเป้าหมายของนักเรียนบาลีปัจจุบัน

พูดอย่างนี้ ผมรู้ดีว่าจะโดนหมัดสวนทันที – มีหน้าไหนมั่งล่ะที่เรียนบาลีไม่เอาวุฒิ ไอ้คนพูดนั่นแหละตอนมันเรียนมันก็มุ่งเอาวุฒิ ตอนนี้ทำมาพูดดีนัก ไอ้เวร …

หมัดนี้ผมเคยตอบมาแล้วว่า ถูกต้อง วุฒิต้องเอา ศักดิ์และสิทธิ์ต้องได้ เรียนบาลีต้องคว้าให้ได้ไปให้ถึง …

แต่ไม่ใช่จบแค่นั้น 

ถนนสายบาลีไม่ได้สิ้นสุดแค่นั้น 

ถนนสายบาลียังมีต่อไปอีกยาว 

แต่ผู้ที่อยู่ในกระบวนการเรียนบาลีของเรากลับบอกกันว่า ถนนสายบาลีสุดสายแค่นี้ สอบ ป.ธ.๙ ได้คือจบบาลีแล้ว

นอกจากจะไม่สนับสนุนความจริงว่าถนนสายบาลียังมีต่อไปอีกยาวแล้ว ยังช่วยกันก่ออิฐปิดทางปักป้าย “ทางตัน” เสียอีกด้วย บอกให้เข้าใจผิดว่าถนนสายบาลีสุดสายแค่สอบ ป.ธ.๙ ได้ แค่นี้จบบริบูรณ์แล้ว

…………………………………………………

สอบ ป.ธ.๓ ได้ คือจบ ม.ปลาย

สอบ ป.ธ.๙ ได้ คือจบ ป.ตรี

เท่านี้พอแล้ว

เอาวุฒิไปใช้ประโยชน์ได้ตามที่ต้องการ 

เรียนบาลีได้เท่านี้พอแล้ว

…………………………………………………

ขอให้เทียบกับการเรียนบาลีของฝรั่ง

ฝรั่งเรียนบาลีทีหลังเรา แต่ไปถึงปลายทางก่อนเรา

คำว่า “ไปถึงปลายทาง” หมายถึง ไปถึงพระไตรปิฎก

ฝรั่งไม่ได้เรียนบาลีเพื่อจะเอาประกาศนียบัตร ป.ธ.๙

ฝรั่งไม่ได้เรียนบาลีเพื่อจะเอาพัด ป.ธ.๙

ฝรั่งไม่ได้เรียนบาลีเพื่อจะเป็นนาคหลวง

ฝรั่งไม่ได้เรียนบาลีเพื่อจะเอานิตยภัต ๔,๒๐๐.-

ฝรั่งไม่ได้เรียนบาลีเพื่อจะเอาวุฒิปริญญาตรีไปเรียนต่อหรือไปสมัครงาน

ฝรั่งไม่ได้ตกอยู่ในวังวนเหล่านี้

ฝรั่งเรียนบาลีเพื่อจะเอาความรู้บาลีไปศึกษาพระไตรปิฎก

ฝรั่งเรียนบาลี พอมีความรู้แล้ว ก็พุ่งเข้าใส่พระไตรปิฎกทันที

ในขณะที่นักเรียนบาลีของเรา พอได้ ป.ธ.๙ แล้ว ก็ติดอยู่ในวังวน ไม่ได้มีความคิดจะพุ่งเข้าใส่พระไตรปิฎกแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ฝรั่งจึงไปถึงปลายทางก่อนเรา ถึงมานานแล้วด้วย

ในขณะที่เรา-แม้จนถึงวันนี้-ก็ยังไม่ได้คิดที่จะขึ้นจากวังวน

………………………

จุดหนึ่งที่น่าจะต้อง “ปรับความเข้าใจ” กันเป็นการใหญ่ก็คือ การตั้งเป้าหมายเรียนบาลีมุ่งไปที่พระไตรปิฎก-ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องของการเรียนบาลี-นั้น ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไรเลยแม้แต่น้อย-กับศักดิ์และสิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงที่เรากำลังได้รับได้เสวยกันอยู่ทุกวันนี้

ประกาศนียบัตร ป.ธ.๙ ก็ยังได้รับพระราชทานเหมือนเดิม ไม่ได้ยกเลิก

พัดยศ ป.ธ.๙ ก็ยังได้รับพระราชทานเหมือนเดิม ไม่ได้ยกเลิก

สิทธิการเป็นนาคหลวงตามราชประเพณีก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ยกเลิก

นิตยภัตรายเดือนก็ยังได้รับอยู่เหมือนเดิม (และควรจะมากกว่าเดิม) ไม่ได้ยกเลิก

เอาวุฒิปริญญาตรีของ ป.ธ.๙ ไปเรียนต่อหรือไปสมัครงานก็ยังทำได้เหมือนเดิม ไม่ได้ยกเลิก

ศักดิ์ศรีและสถานะใด ๆ ของผู้จบ ป.ธ.๙ ยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม ไม่ได้บกพร่องลงไปเลยแม้แต่น้อย

ผมไม่เคยพูดเลยว่า ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เป็นเรื่องเลวทรามต่ำช้า ไร้สาระ ต้องยกเลิกให้หมด

แต่ขอยืนยันไว้ในที่นี้-ตามสำนวนเก่า-หรือจะขออนุญาตอ้างว่าตามสำนวนนักเลงปากท่อ-ว่า ใครก็ตามที่บังอาจคิดจะยกเลิกศักดิ์และสิทธิ์ของ ป.ธ.๙ เหล่านี้ มันต้องข้ามศพทองย้อยไปก่อน

ขอเพียงแต่-เมื่อได้ศักดิ์และสิทธิ์เหล่านี้แล้ว อย่าติดหรืออย่าหยุดอยู่แค่นี้เหมือนเดิม-เหมือนที่กำลังเป็นอยู่ แต่จงมั่นมุ่งพุ่งไปที่การศึกษาพระไตรปิฎกอันเป็นจุดหมายปลายทางของการเรียนบาลีที่บุรพาจารย์ของเราท่านเล็งไว้แต่เดิม

ถ้าหยุดอยู่แค่นี้ ไม่ออกจากวังวนนี้ ไม่ไปต่อให้ถึงพระไตรปิฎก การเรียนบาลีของเราก็จะเป็นบาลียอดด้วน

ผมเข้าใจว่า ผมเป็นคนแรกที่พูดคำนี้ – “บาลียอดด้วน”

อย่าให้การเรียนบาลีของคณะสงฆ์ไทย ของคนไทย เป็นบาลียอดด้วนนะขอรับ

………………………

ข้อเสนอแนะของผมก็คือ ผู้บริหารการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี-หรืออันที่จริงคือผู้บริหารการศึกษาโดยส่วนรวมของคณะสงฆ์-ขอให้ “ทำศึก” ๒ ศึก คือ –

…………………………………………………

ศึก ๑ สร้างกระบวนการให้มีพระภิกษุสามเณรบวชเข้ามาเพื่อเรียนบาลีโดยตรงให้มากขึ้น จะรอเก็บเอาจากที่บวชตามศรัทธาแล้วตกค้างอยู่เหมือนสมัยก่อนไม่ได้แล้ว

ศึก ๒ สร้างกระบวนการ-หรือมาตรการ-ให้นักเรียนบาลีนำความรู้บาลีไปใช้งานจริง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามอัธยาศัยอย่างที่กำลังเป็นอยู่ นั่นคือต้องประกาศนโยบายไปตั้งแต่เริ่มเรียนว่า-เรียนบาลีเพื่อเอาความรู้บาลีไปศึกษาพระไตรปิฎก-อย่างที่ฝรั่งเรียนบาลีทำให้โลกเห็นมาแล้ว-และทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่

…………………………………………………

ศึก ๒ นี่สำคัญที่สุด 

แม้จะสร้างนักเรียนบาลีขึ้นมาได้ล้นวัดล้นสำนัก แต่ถ้าสอบได้วุฒิ ได้ศักดิ์และสิทธิ์ แล้วก็ติดอยู่ในวังวน-เหมือนที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ ก็จะไม่มีความหมายอะไรเลย

เราก็จะมีพระเณรจบประโยค ๙ ล้นวัด

แต่ไม่มีพระเณรจบประโยค ๙ ศึกษาพระไตรปิฎก

และขอความกรุณาอย่าแก้แทนกัน-แบบที่ถนัดอธิบายกันดีนัก-ว่า เรียนจบประโยค ๙ ก็เท่ากับได้เรียนพระไตรปิฎกอยู่แล้วในตัว!

เพราะฉะนั้น จึงต้องมีมาตรการให้นักเรียนบาลี-เมื่อมีความรู้พอสมควรแล้วก็กระโจนเข้าใส่พระไตรปิฎก-อย่างที่ฝรั่งเรียนบาลีทำให้โลกเห็นมาแล้ว-และทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่

คือต้องทลายกำแพงที่เราช่วยกันสร้างขึ้นปิดถนนบาลีไว้เพียงครึ่งทาง

หรือถ้าอุปมากับปลูกต้นไม้ ก็ต้องปลูกต้นไม้ให้สมบูรณ์ทั้งต้น ไม่ใช่ตัดยอดทิ้ง ให้เป็นต้นไม้ยอดด้วนดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

………………………

ยังอยาก “บ่น” ต่ออีกสักตอนหนึ่งครับ-คำถามที่ผมอยากตอบก็คงจะจบได้

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา

๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

๑๕:๔๙

…………………………………………………

https://www.facebook.com/tsangsinchai/posts/pfbid0y8q8w4KBxW45KGKiwNp6vt9qexbCAhxrv7AmzD8zC7L65KgV6oZR7z4WEsE6HHUel

…………………………………………………

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *