บาลีวันละคำ

มงคลวาท (บาลีวันละคำ 5,104)

มงคลวาท

คำง่าย ๆ แต่ความหมายงดงาม

อ่านว่า มง-คน-ละ-วาด

แยกศัพท์เป็น มงคล + วาท 

(๑) “มงคล”

เขียนแบบบาลีเป็น “มงฺคล” (มีจุดใต้ งฺ) อ่านว่า มัง-คะ-ละ รากศัพท์มาจาก –

(1) มคิ (ธาตุ = ถึง, ไป, เป็นไป) + อล ปัจจัย, ลงนิคหิตอาคมที่ ม-(คิ) แล้วแปลงนิคหิตเป็น งฺ (มคิ > มํคิ > มงฺคิ), ลบสระที่สุดธาตุ (มคิ > มค)

: มคิ > มํคิ > มงฺคิ > มงฺค + อล = มงฺคล แปลตามศัพท์ว่า (1) “เหตุให้ถึงความเจริญ” (2) “เหตุเป็นเครื่องถึงความบริสุทธิ์แห่งเหล่าสัตว์”

(2) มงฺค (บาป) + ลุ (ธาตุ = ตัด) + อ (อะ) ปัจจัย, ลบสระหน้า (คือ อุ ที่ ลุ ที่อยู่หน้า อ ปัจจัย : ลุ > ล)

: มงฺค + ลุ = มงฺคลุ > มงฺคล + อ = มงฺคล แปลตามศัพท์ว่า “เหตุที่ตัดความชั่ว”

“มงฺคล” (นปุงสกลิงค์) ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) มีฤกษ์งามยามดี, รุ่งเรือง, มีโชคดี, มีมหกรรมหรืองานฉลอง (auspicious, prosperous, lucky, festive) 

(2) ลางดี, ศุภมงคล, งานรื่นเริง (good omen, auspices, festivity)

บาลี “มงฺคล” สันสกฤตก็เป็น “มงฺคล”

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –

(สะกดตามต้นฉบับ)

“มงคล : (คำวิเศษณ์) เปนมงคล, มีลาภ, เคราะห์ดี; prosperous or propitious, lucky, fortunate; – (คำนาม) ความสุข; ความระวัง; ดาวอังคาร; นามพระอุมา, ชายาของพระศิวะ; วธูหรือเมียผู้เชื่อถ้อยฟังคำสั่งสอน; happiness; carefulness; the planet Mars; a name of Umā, the wife of Śiva; an obedient wife.”

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“มงคล, มงคล– : (คำนาม) เหตุที่นำมาซึ่งความเจริญ เช่น มงคล ๓๘, สิ่งซึ่งถือว่าจะนำสิริและความเจริญมาสู่และป้องกันไม่ให้สิ่งที่เลวร้ายมากล้ำกราย, เรียกงานที่จัดให้มีขึ้นเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข เช่น งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานทำบุญวันเกิด ว่า งานมงคล; เรียกเครื่องรางของขลังที่เชื่อว่าจะนำความสุขความเจริญเป็นต้นมาให้ หรือป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ ว่า วัตถุมงคล; สิ่งที่ทำเป็นวงด้วยด้ายเป็นต้นสำหรับสวมศีรษะเพื่อเป็นสิริมงคล นิยมใช้เฉพาะในเวลาชกมวยไทยหรือตีกระบี่กระบอง. (ป., ส.).”

“มงคล” ตามหลักพระพุทธศาสนาหมายถึง ธรรมที่นำมาซึ่งความสุขความเจริญ

(๒) “วาท” 

ภาษาไทยอ่านว่า วาด บาลีอ่านว่า วา-ทะ รากศัพท์มาจาก วทฺ (ธาตุ = พูด, กล่าว) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, ทีฆะ (ยืดเสียง) อะ ที่ ว-(ทฺ) เป็น อา (วทฺ > วาทฺ) 

: วทฺ + ณ = วทณ > วท > วาท (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “คำเป็นเครื่องพูด”

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

“วาท, วาท– : (คำนาม) คำพูด, ถ้อยคำ; ลัทธิ, ความเห็น. (ป., ส.).”

ขยายความแทรก :

คำว่า “วาท” ที่ใช้ในภาษาบาลีมีความหมายมากกว่าที่เราเข้าใจกันในภาษาไทย กล่าวคือ : 

(1) การพูด, คำพูด, การคุย (speaking, speech, talk)

(2) สิ่งที่พูดกัน, ชื่อเสียง, คุณสมบัติ, ลักษณะพิเศษ (what is said, reputation, attribute, characteristic)

(3) การสนทนา, การทะเลาะกัน, การโต้เถียง, ความขัดแย้ง, การคัดค้าน (discussion, disputation, argument, controversy, dispute)

(4) คำสอน, ทฤษฎี, ความเชื่อ, หลักความเชื่อ, ลัทธิ, นิกาย (doctrine, theory put forth, creed, belief, school, sect)

บาลี “วาท” สันสกฤตก็เป็น “วาท”

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –

(สะกดตามต้นฉบับ)

“วาท : (คำนาม) สิทธาวสาน, ประติพจน์, ผล; พจน์; ถ้อยคำของผู้อยากรู้ความจริง; ฟ้อง, ข้อหาหรือกล่าวโทษ; ศัพท์, เสียง; demonstrated conclusion, reply, result; discourse; the speech of one desirous to know the truth; a plaint, an accusation; sound.”

ในภาษาไทย คำว่า “วาท” เรามักจะนึกถึงความหมายอย่างเดียว คือ “คำพูด” หรือ “การพูด” คือการเปล่งเสียงออกมาเป็นถ้อยคำ หรือกว้างออกไปถึงการเขียนก็มีบ้าง แต่มักเน้นที่การพูด หรือคำพูด

แต่ในภาษาบาลี คำว่า “วาท” มิได้หมายถึงเฉพาะคำพูดหรือการพูดอย่างเดียว แต่มีความหมายกว้างออกไปถึงการแสดงความคิดเห็น ตัวความคิดเห็นที่แสดงออกมา ความเชื่อและการปฏิบัติตามความเชื่อที่เรียกลัทธิหรือศาสนา ทัศนคติหรือความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือในปัญหาหรือข้อถกเถียงอันใดอันหนึ่ง โดยไม่ได้เน้นที่วาจาถ้อยคำที่เปล่งเสียงออกมาหรือกิริยาที่แสดงออก กล่าวคือจะทำด้วยประการใด ๆ ก็ได้ที่ทำให้ใคร ๆ รู้และเข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดหรือความคิดเห็นของตน ทั้งหมดนี้รวมเรียกว่า “วาท” ได้ทั้งสิ้น

มงฺคล + วาท = มงฺคลวาท บาลีอ่านว่า มัง-คะ-ละ-วา-ทะ แปลว่า “การกล่าวสิ่งที่เป็นมงคล”

“มงฺคลวาท” ใช้ในภาษาไทยเป็น “มงคลวาท” อ่านว่า มง-คน-ละ-วาด

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “มงคลวาท” ไว้ด้วย บอกไว้ว่า – 

“มงคลวาท : (คำนาม) คำให้พร, คำแสดงความยินดี.”

ขยายความ : 

“มงคลวาท” เป็นคำง่าย ๆ แต่มีความหมายงดงาม

ดูเหมือนว่า คนทั่วไปจะไม่รู้จักและไม่ได้นึกถึงคำนี้ 

เวลาจะขอพรใคร หรือเชิญใครกล่าวอวยพร ขอให้นึกถึงคำว่า “มงคลวาท” 

ลองพูดขอหรือเชิญว่า … ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ … ขอน้อมรับมงคลวาทจาก …

หรือ … ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ขอ … ได้โปรดเมตตากล่าวมงคลวาทเพื่อความเป็นสิริมงคล …

เป็นการช่วยกันทำให้ภาษาไทยของเรางดงามขึ้นอีกมากทีเดียว

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ประพฤติความสัตย์สุจริต 

: ช่วยให้พรศักดิ์สิทธิ์ได้จริง

#บาลีวันละคำ (5,104) 

3-6-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *