บทความเกี่ยวกับศาสนา-ภาษา-สังคม

สุวรรณภูมิ

สุวรรณภูมิ

สุวรรณภูมิในบาลี

—————–

ไม่ใช่สนามบินในไทย

คำว่า “สุวรรณภูมิ” ตรงกับคำบาลีว่า “สุวณฺณภูมิ” อ่านว่า สุ-วัน-นะ-พู-มิ แปลความได้หลายนัย เช่น –

(๑) ดินแดนแห่งทองคำ = แดนทอง, ถิ่นทอง

(๒) แผ่นดินอันมีค่าดุจทองคำ = แผ่นดินทอง

(๓) ดินแดนที่สวยงาม = ถิ่นงาม

………………………

ในคัมภีร์บาลีกล่าวถึง “สุวณฺณภูมิ-สุวรรณภูมิ” ไว้หลายแห่ง เมื่อเอาชมพูทวีปเป็นต้นทางการเดินทางไปยังสุวรรณภูมิต้องไปทางเรือ 

คัมภีร์มโนรถปูรณี (อรรถกถาคัมภีร์อังคุตรนิกายในพระไตรปิฎก) ระบุว่า จากลังกาทวีป (ศรีลังกา) ถึงสุวรรณภูมิระยะทางประมาณเจ็ดร้อยโยชน์

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต อธิบายคำว่า “สุวรรณภูมิ” ไว้ดังนี้ –

…………………………………………………

สุวรรณภูมิ : “แผ่นดินทอง”, “แหลมทอง”, ดินแดนที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงอุปถัมภ์การส่งพระโสณะและพระอุตตระหัวหน้าพระศาสนทูตสายที่ ๘ (ใน ๙ สาย) ไปประกาศพระศาสนา ปราชญ์สันนิษฐานว่าได้แก่ดินแดนบริเวณจังหวัดนครปฐม (พม่าว่าได้แก่เมืองสะเทิม หรือสุธรรมนครในประเทศพม่า), สุวรรณภูมิปรากฏในรายชื่อดินแดนต่าง ๆ ในคัมภีร์มหานิทเทส แห่งพระสุตตันตปิฎก เคียงข้างกับเมืองท่าสำคัญ ๆ ของชมพูทวีป เช่น สุปปารกะ และภารุกัจฉะ แล้วก็มีชวา จนมาถึงสุวรรณภูมิ ต่อด้วยตัมพปัณณิ (ชวํ คจฺฉติ … สุวณฺณภูมึ คจฺฉติ ตมฺพปณฺณึ คจฺฉติ, ขุ.ม.๒๙/๒๕๔/๑๘๘, ๘๑๐/๕๐๔) บางชื่อจะตรงกับดินแดนที่เข้าใจกัน หรือเป็นชื่อพ้อง หรือตั้งตามกัน ไม่อาจวินิจฉัยให้เด็ดขาดได้; ในชั้นอรรถกถามีเรื่องราวเกี่ยวกับคนลงเรือเดินทะเลจากชมพูทวีป ที่เมืองสุปปารกะ (ฝั่งทะเลด้านตะวันตก) บ้าง ที่ตามลิตติ (ฝั่งทะเลด้านตะวันออก) บ้าง ไปยังสุวรรณภูมิ;

…………………………………………………

ชื่อหนึ่งที่น่าตามไปดูคือ “ตามลิตติ” ชื่อนี้เขียนเป็นบาลีว่า “ตามลิตฺติ” ( –ลิตฺ– มีจุดใต้ ตฺ) อ่านว่า ตา-มะ-ลิด-ติ และมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ตามพลิตติ” เขียนเป็นบาลีว่า “ตามฺพลิตฺติ” อ่านว่า ตาม-พะ-ลิด-ติ

พจนานุกรมพุทธศาสน์ฯ บอกไว้ดังนี้ –

…………………………………………………

ตามลิตติ, ตามพลิตติ : ชื่อเมืองท่าสำคัญบนฝั่งทะเลด้านตะวันออกของชมพูทวีปที่พ่อค้าเดินเรือออกไปค้าขายทางทะเลมายังสุวรรณภูมิ เป็นต้น, พระเจ้าอโศกมหาราชเสด็จมาส่งกิ่งพระศรีมหาโพธิ ซึ่งพระสังฆมิตตาเถรี ราชธิดา นำไปยังลังกาทวีป โดยลงเรือที่เมืองท่าตามพลิตตินี้ (วินย.อ.๑/๙๘), หลวงจีนฟาเหียนก็ไปลังกาทวีปโดยมาลงเรือที่นี่ ต่อมาพระถังซำจั๋งก็มา และเล่าว่าที่เมืองนี้มีวัด ๑๐ วัด และมีเสาศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช, ได้ชื่อว่าตามพลิตติเพราะคนรู้กันว่าเป็นที่ส่งออกทองแดง, ตำราว่าปัจจุบันได้แก่ถิ่นชื่อ Tamluk ในรัฐเบงกอลตะวันตก/West Bengal ในอินเดียภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากเมืองกัลกัตตา/Calcutta (บัดนี้ชื่อ Kolkata/โกลกาตา) ลงมาทางตะวันตกเฉียงใต้ ๕๕ กม. และเนื่องจากปากแม่น้ำคงคาตื้นขึ้น ปัจจุบันเมืองนี้อยู่ลึกเข้ามาบนแผ่นดินห่างทะเลถึง ๙๗ กม., ที่นี่บัดนี้ยังมีวัดพระพุทธศาสนาเหลืออยู่วัดหนึ่ง แต่ได้กลายเป็นศาลเจ้าแม่กาลีของศาสนาฮินดูไปแล้ว; 

…………………………………………………

ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่า ดินแดนที่เรียกว่า “สุวรรณภูมิ” ก็คือเอเชียอาคเนย์หรือแหลมทอง

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ บอกไว้ว่า –

…………………………………………………

สุวรรณภูมิ : (คำนาม) ดินแดนแหลมทองซึ่งเชื่อกันว่ามีอาณาบริเวณครอบคลุมพม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์.

…………………………………………………

ที่ว่ามานี้เป็น “สุวรรณภูมิ” ตามที่ปรากฏในคัมภีร์บาลี 

ไม่ใช่ “สุวรรณภูมิ” ที่เป็นชื่อท่าอากาศยานของไทย

“สุวรรณภูมิ” ที่เป็นชื่อท่าอากาศยานของไทย ก็มีความหมายว่า “แผ่นดินทอง” เช่นเดียวกัน เป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓ แทนชื่อเดิมคือ “หนองงูเห่า” และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕

ชื่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เขียนเป็นอักษรโรมัน คือ Suvarnabhumi ซึ่งเป็นการเขียนตามหลักการเทียบอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบภาษาบาลีสันสกฤต มิได้ใช้ระบบการถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียงของราชบัณฑิตยสภา ซึ่งจะสะกดเป็น Suwannaphum

ท่านผู้ใฝ่ใจในภาษาโปรดสังเกตให้ดี –

Suvarnabhumi อ่านว่าอย่างไร

Suwannaphum อ่านว่าอย่างไร

………………………

คำว่า “สุวณฺณภูมิ-สุวรรณภูมิ” เป็นภาษาบาลี นักเรียนบาลีที่เรียนบาลีเพื่อเอาวุฒิ-คือเพื่อสอบได้ คงไม่สนใจที่จะรู้รายละเอียด เพราะไม่อยู่ในขอบเขตของหลักสูตรบาลีที่เรียนบาลีเพื่อมุ่งให้แปลภาษาได้ แต่ไม่ได้มุ่งให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับชื่อหรือคำที่แปลได้นั้นให้กว้างขวางออกไป

แต่ถ้าเรียนบาลีเพื่อมุ่งไปศึกษาพระไตรปิฎก ก็จะได้ความรู้กว้างขวางขึ้น ตามตัวอย่างเล็กน้อยที่นำมาเสนอไว้นี้

…………………………………………………

แผ่นดินไร้ธรรม แม้จะเต็มด้วยทองคำก็เหมือนก้อนหิน

แผ่นดินมีธรรมครอง ดินทุกกองก็เป็นทองทุกแผ่นดิน

…………………………………………………

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา

๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙

๑๖:๒๙

…………………………………………………

https://www.facebook.com/tsangsinchai/posts/pfbid0U9T7rNCZZUYbLo9pK2aE7nDMzWt1LVeJPAdj62pbseT25eopd4Mj9gUEfJZzMrJSl

…………………………………………………

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *