คารวาลัย (บาลีวันละคำ 4,894)

คารวาลัย
สุดแต่หัวใจจะสรรหาถ้อยคำ
อ่านว่า คา-ระ-วา-ไล
แยกศัพท์เป็น คารว + อาลัย
(๑) “คารว”
บาลีอ่านว่า คา-ระ-วะ รากศัพท์มาจาก ครุ + ณ ปัจจัย
(ก) “ครุ” (คะ-รุ) รากศัพท์มาจาก –
[1] ครฺ (ธาตุ = ไหลไป; ลอยขึ้น) + อุ ปัจจัย
: ครฺ + อุ = ครุ แปลตามศัพท์ว่า (1) “สิ่งที่เลื่อนไหลกว้างขวางไป” (2) “ผู้ลอยเด่น”
[2] คิรฺ (ธาตุ = คาย, หลั่ง) + อุ ปัจจัย, ลบสระต้นธาตุ (คิรฺ > ครฺ)
: คิรฺ + อุ = คิรุ > ครุ แปลตามศัพท์ว่า (1) “ผู้คายความรักให้หมู่ศิษย์” (2) “ผู้หลั่งความรักไปในหมู่ศิษย์”
“ครุ” ในบาลีใช้ในความหมายว่า –
(1) หนัก, น้ำหนักบรรทุก (heavy, a load)
(2) สำคัญ, ควรเคารพ, พึงเคารพ (important, venerable, reverend)
(3) คนที่ควรนับถือ, ครู (a venerable person, a teacher)
(ข) ครุ + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, แผลง อุ ที่ (ค)-รุ เป็น โอ แล้วแปลง โอ เป็น อว (ครุ > คโร > ครว), ทีฆะ อะ ที่ต้นศัพท์ คือ ค-(รว) เป็น อา ด้วยอำนาจ ณ ปัจจัย (ครว > คารว)
: ครุ + ณ = ครุณ > ครุ > คโร > ครว > คารว (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะแห่งครุ” หมายถึง การคารวะ, ความเคารพ, ความนับถือ (reverence, respect, esteem); ความยำเกรง, ความนอบน้อม (respect for, reverence towards)
ความหมายในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“คารวะ : (คำนาม) ความเคารพ, ความนับถือ. (คำกริยา) แสดงความเคารพ. (ป.).”
“คารวะ” ท่านจัดเป็นมงคลข้อหนึ่งในมงคล 38 ประการ อันเป็นคุณธรรมที่ยังผู้ประพฤติปฏิบัติให้เข้าถึงความสุขความเจริญก้าวหน้า
“คารวะ” สำหรับชาวพุทธ โดยเฉพาะภิกษุ มีอะไรบ้าง พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ข้อ [261] แสดงไว้ดังนี้ –
…………..
คารวะ หรือ คารวตา 6 : ความเคารพ, การถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะพึงใส่ใจและปฏิบัติด้วยความเอื้อเฟื้อ หรือโดยความหนักแน่นจริงจัง, การมองเห็นคุณค่าและความสำคัญแล้วปฏิบัติต่อบุคคลหรือสิ่งนั้นโดยถูกต้อง ด้วยความจริงใจ (Gārava, Gāravatā: reverence; esteem; attention; respect; appreciative action)
1. สัตถุคารวตา (ความเคารพในพระศาสดา — reverence for the Master) ข้อนี้บางแห่งเขียนเป็น พุทธคารวตา (ความเคารพในพระพุทธเจ้า — Satthu–gāravatā: reverence for the Buddha)
2. ธัมมคารวตา (ความเคารพในธรรม — Dhamma–gāravatā: reverence for the Dhamma)
3. สังฆคารวตา (ความเคารพในสงฆ์ — Saŋgha–gāravatā: reverence for the Order)
4. สิกขาคารวตา (ความเคารพในการศึกษา — Sikkhā–gāravatā: reverence for the Training)
5. อัปปมาทคารวตา (ความเคารพในความไม่ประมาท — Appamāda–gāravatā: reverence for earnestness)
6. ปฏิสันถารคารวตา (ความเคารพในปฏิสันถาร คือ การต้อนรับปราศรัย — Paṭisanthāra–gāravatā: reverence for hospitality)
ธรรม 6 อย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแห่งภิกษุ.
…………..
(๒) “อาลัย”
บาลีเป็น “อาลย” อ่านว่า อา-ละ-ยะ รากศัพท์มาจาก อา (คำอุปสรรค = ทั่ว, มาก, ยิ่ง) + ลิ (ธาตุ = ติดใจ, ติดแน่น) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, แปลง อิ ที่ ลิ เป็น ย (ลิ > ลย)
: อา + ลิ = อาลิ + ณ = อาลิณ > อาลิ > อาลย แปลตามศัพท์ว่า “ที่เป็นที่ติดใจยินดีแห่งผู้คน” “สิ่งที่ใจไปติดแน่นอยู่”
นักภาษาอธิบาย “อาลย” เป็นรูปธรรมว่า เหมือน “คอน” ที่นกเกาะนอน เท้านกจะต้องยึดแน่นอยู่กับคอนนั้น มิเช่นนั้นก็ตก อาการที่จับติดแน่นไม่ยอมปล่อยนั่นเองคือ “อาลัย”
ตามรากศัพท์เช่นนี้ “อาลัย” ในทางรูปธรรมจึงหมายถึงสถานที่พักอาศัย, ที่อยู่, แหล่งรวมของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น –
ชลาลัย = แหล่งรวมแห่งน้ำ คือแม่น้ำ หรือทะเล
บรรณาลัย = แหล่งรวมแห่งหนังสือ คือสถานที่เก็บรักษาคัมภีร์ต่าง ๆ ทางศาสนา, ห้องสมุด
“อาลย” ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –
(1) คอนสำหรับนกหรือไก่เกาะหรือนอน (ความหมายเดิม), สถานที่พักอาศัย, บ้านเรือน (roosting place, perch, abode settling place, house)
(2) เกาะเกี่ยวอยู่, ความรักใคร่, ความต้องการ, ตัณหา, ราคะ (hanging on, attachment, desire, clinging, lust)
(3) การแสร้งทำ, มารยา, ข้อแก้ตัว (pretence, pretext, feint)
บาลี “อาลย” ภาษาไทยใช้เป็น “อาลัย” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
(1) อาลัย ๑ : (คำกริยา) ห่วงใย, พัวพัน, ระลึกถึงด้วยความเสียดาย.น. ความห่วงใย, ความพัวพัน, ความระลึกถึงด้วยความเสียดาย. (ป., ส. อาลย).
(2) อาลัย ๒ : (คำนาม) ที่อยู่, ที่พัก, เช่น ชลาลัย = ที่อยู่แห่งนํ้า หมายถึง ทะเล แม่น้ำ เป็นต้น หิมาลัย = ที่อยู่แห่งหิมะ เป็นชื่อของเทือกเขาสูงอยู่ทางทิศเหนือของอินเดีย ยอดเขามีหิมะปกคลุมตลอดปี.
คารว + อาลัย = คารวาลัย แปลว่า (1) “เคารพด้วยความลัย” (2) “อาลัยด้วยความเคารพ” (3) “เคารพและอาลัย”
ขยายความ :
“คารวาลัย” เป็นคำที่มีผู้ประดิษฐ์คิดขึ้นเพื่อใช้เรียกข้อความหรือถ้อยคำที่แสดงความระลึกถึงผู้ที่จากไปซึ่งเป็นผู้ที่คนทั้งหลายเคารพนับถืออยู่โดยปกติทั่วไป
หลักสำคัญคือ –
(1) เป็นคำที่ผู้น้อยแสดงต่อผู้ใหญ่
(2) ใช้ในโอกาสที่ผู้ใหญ่ผู้อาวุโสกว่าถึงแก่กรรม
“คารวาลัย” เป็นคำใหม่ ยังไม่มีเก็บไว้ในพจนานุกรม และยังไม่พบคำอธิบายขอบเขตการใช้ อาจมีผู้นำคำนี้ไปใช้ในโอกาสอื่นเหตุการณ์อื่นอีกก็ได้
…………..
ปัญหาเกี่ยวกับการใช้ถ้อยคำภาษาในเวลานี้ก็คือ –
คนคิดถ้อยคำก็คิดขึ้นมาตามใจชอบ
คนเอาถ้อยคำไปใช้ก็ใช้กันไปตามใจชอบ
ผิดถูกอย่างไรไม่รับรู้ ไม่มีใครสนใจ
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ถ้าไม่ใช้กฎเกณฑ์ของภาษาให้แน่ชัด
: คนก็จะสื่อสารกันเหมือนสัตว์ที่ส่งเสียงให้กัน
#บาลีวันละคำ (4,894)
5-11-68
…………………………….
…………………………….
