บาลีวันละคำ

อนุรักษนิยม (บาลีวันละคำ 4,896)

อนุรักษนิยม

ไม่ได้แปลว่าหลงงมอยู่กับความล้าสมัย

อ่านตามหลักภาษาว่า อะ-นุ-รัก-สะ-นิ-ยม

อ่านตามสะดวกปากว่า อะ-นุ-รัก-นิ-ยม (ไม่มี -สะ-)

ประกอบด้วยคำว่า อนุรักษ + นิยม 

(๑) “อนุรักษ” 

อ่านว่า อะ-นุ-รัก-(สะ) ประกอบด้วยคำว่า อนุ + รักษ 

(ก) “อนุ” เป็นคำอุปสรรค แปลว่า น้อย, ภายหลัง, ตาม, เนือง ๆ

แปลว่า “น้อย” เช่น “อนุเถระ” = พระเถระชั้นผู้น้อยอนุภรรยา” = เมียน้อย

แปลว่า “ภายหลัง” เช่นคำว่า “อนุช” หรือ “อนุชา” = ผู้เกิดภายหลัง คือน้อง “อนุชน” = คนภายหลัง คือคนรุ่นหลัง, คนรุ่นต่อไป

แปลว่า “ตาม” เช่น “อนุบาล” = ตามเลี้ยงดู, ตามระวังรักษา

แปลว่า “เนือง ๆ” เช่น “อนุสรณ์” = ระลึกถึงเนือง ๆ คือเครื่องระลึก, ที่ระลึก 

ในที่นี้ “อนุ” แปลว่า ตาม

(ข) “รักษ” บาลีเป็น “รกฺข” อ่านว่า รัก-ขะ รากศัพท์มาจาก รกฺข (ธาตุ = ดูแล, รักษา) + (อะ) ปัจจัย

: รกฺข + = รกฺข แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ดูแล” “ผู้รักษา

รกฺข” ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) คุ้มครอง, ป้องกัน, ระมัดระวัง, เอาใจใส่ (guarding, protecting, watching, taking care)

(2) ปฏิบัติ, รักษา (observing, keeping)

(3) ผู้เพาะปลูก (สติปัญญา) (a cultivator)

(4) ทหารยาม (a sentry, guard, guardian)

อนุ + รกฺข = อนุรกฺข แปลตามศัพท์ว่า “ตามรักษา

อนุรกฺข” ออกจากคำกริยา (ประถมบุรุษ เอกพจน์) ว่า “อนุรกฺขติ” (อะ-นุ-รัก-ขะ-ติ) แปลว่า เฝ้าดู, สอดส่อง, ดูแล (to guard, watch over) อนุรักษ์, อารักขา, ป้องกัน (to preserve, protect, shield) 

ยังมีศัพท์ที่ออกจาก “อนุรกฺขติ” อีก ขอนำมาเสนอเพื่อให้เห็นความหมายชัดเจนขึ้น ดังนี้ –

(1) “อนุรกฺขก” (อะ-นุ-รัก-ขะ-กะ) แปลว่า ผู้อนุรักษ์, ผู้รักษา (preserving, keeping up)

(2) “อนุรกฺขณ” (อะ-นุ-รัก-ขะ-นะ) แปลว่า การเฝ้าดูแล, การคุ้มครอง, การอนุรักษ์ (guarding, protection, preservation)

(3) “อนุรกฺขา” (อะ-นุ-รัก-ขา) การเฝ้าดู, การคุ้มครอง, การอนุรักษ์ (guarding, protection, preservation)

อนุรกฺข” ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บไว้เป็น “อนุรักษ-” (มีคำอื่นมาสมาสข้างท้าย) และ “อนุรักษ์” บอกไว้ว่า –

อนุรักษ-, อนุรักษ์ : (คำกริยา) รักษาให้คงเดิม. (ส.).”

(๒) “นิยม” 

บาลีอ่านว่า นิ-ยะ-มะ รากศัพท์มาจาก นิ (คำอุปสรรค = เข้า, ลง) + ยมุ (ธาตุ = สงบ, ระงับ) + (อะ) ปัจจัย

: นิ + ยมฺ = นิยมฺ + = นิยม (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ข้อที่ต้องกำหนดด้วยเวลาเป็นต้น” (คือ เหตุผลที่จะนำมาใช้เป็นข้อกำหนดมีหลายอย่าง หนึ่งในหลายอย่างนั้นคือกาลเวลา)

นิยม” ในบาลีใช้ในความหมายว่า –

(1) การสำรวม, การบังคับยับยั้ง, การฝึกฝน, การควบคุมตนเอง (restraint, constraint, training, self-control)

(2) การกำหนดแน่, ความแน่นอน, การจำกัด (definiteness, certainty, limitation)

(3) กฎธรรมชาติ, กฎของจักรวาล (natural law, cosmic order)

ความหมายของ “นิยม” ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

นิยม : (คำแบบ) (คำนาม) การกำหนด. (ป., ส.). (คำกริยา) ชมชอบ, ยอมรับนับถือ, ชื่นชมยินดี, ใช้ประกอบท้ายคำสมาสบางคำใช้เป็นชื่อลัทธิ เช่น ลัทธิชาตินิยม ลัทธิสังคมนิยม.”

อนุรักษ + นิยม = อนุรักษนิยม แปลตามศัพท์ว่า “การกำหนดให้มีการรักษาไว้ให้คงเดิม” 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

อนุรักษนิยม : (คำนาม) อุดมคติทางการเมือง การเศรษฐกิจ เป็นต้น ที่มีแนวโน้มไปในทางต้านทานการเปลี่ยนแปลง โดยยึดถือสนับสนุนระเบียบที่ตั้งมั่นอยู่แล้ว.”

อภิปรายขยายความ :

อนุรักษนิยม” เป็นศัพท์บัญญัติจากคำอังกฤษว่า conservative หรือ conservatism

พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล conservative เป็นบาลี ดังนี้: 

(1) cirappavattaka จิรปฺปวตฺตก (จิ-รับ-ปะ-วัด-ตะ-กะ) = ทำให้ (แบบแผน) ดำเนินไปยั่งยืน

(2) saṅkharaṇaviruddha สงฺขรณวิรุทฺธ (สัง-ขะ-ระ-นะ-วิ-รุด-ทะ) = ไม่ต้องการให้เปลี่ยนแปลง

มักเข้าใจกันว่า พวก “อนุรักษนิยม” คือพวกที่ยึดถือของเก่าของเดิม ไม่ชอบให้ใครมาเปลี่ยนแปลง มีอะไรทำอะไรกันมาอย่างไร ก็ต้องการให้มีให้ทำกันอย่างนั้นสืบต่อไป

ความจริง “อนุรักษนิยม” ไม่ได้แปลว่า ไม่ให้เปลี่ยนแปลงหรือห้ามเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง 

จะเปลี่ยนก็ได้ แต่ต้องคิดให้รอบด้าน เช่น –

สิ่งที่ดีงาม เป็นระเบียบตั้งมั่นอยู่แล้ว จะเปลี่ยนเพื่อให้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา 

จะต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ก่อน ประโยชน์ที่ต้องการนั้นจึงจะเกิดมีขึ้นได้ เช่นนั้นหรือ 

คงสิ่งนี้ไว้ ประโยชน์ที่ต้องการนั้นจะเกิดมีขึ้นไม่ได้ กระนั้นหรือ 

เมื่อคิดรอบด้านแล้ว เห็นว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงแล้วมีประโยชน์ มีคุณค่า ดีงามขึ้นกว่าของเดิม จึงค่อยเปลี่ยนแปลง อนุรักษนิยมมีเหตุผลเช่นนี้

…………..

ข้อสังเกต :

สังคมไทยปัจจุบันมีการรณรงค์ให้อนุรักษ์สิ่งต่าง ๆ เป็นอันมาก แต่น่าสังเกตว่า รณรงค์ให้อนุรักษ์อะไร สิ่งนั้นมักจะฉิบหายไปในที่สุด เช่น –

อนุรักษ์ป่าไม้: ป่าไม้ก็เหี้ยนเตียนหมด

อนุรักษ์น้ำ: น้ำก็แห้งหมด ที่ไม่แห้งก็เน่าหมด

อนุรักษ์ภาษาไทย: ภาษาไทยก็เสื่อมทรามไปหมด

อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย: คนไทยก็ทิ้งวัฒนธรรมของตัวเองจนหมด

เราพูดว่า “อนุรักษ์” 

แต่ทำตรงข้ามกับอนุรักษ์ 

…………..

ดูก่อนภราดา!

: อนุรักษนิยมไม่สำเร็จด้วยคำพูด

: แต่ต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ

#บาลีวันละคำ (4,896)

7-11-68 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้