อรรถรส – พยัญชนรส (บาลีวันละคำ 4,939)

อรรถรส – พยัญชนรส
รสความ – รสคำ
“อรรถรส” อ่านว่า อัด-ถะ-รด
“พยัญชนรส” อ่านว่า พะ-ยัน-ชะ-นะ-รด
คำที่ควรเรียนรู้คือ “อรรถ” “พยัญชน” และ “รส”
(๑) “อรรถ”
เขียนแบบบาลีเป็น “อตฺถ” อ่านว่า อัด-ถะ รากศัพท์มาจาก –
(1) อรฺ (ธาตุ = ไป, ถึง, เป็นไป) + ถ ปัจจัย, แปลง รฺ ที่ (อ)-รฺ เป็น ตฺ (อรฺ > อตฺ)
: อรฺ + ถ = อรถ > อตฺถ แปลตามศัพท์ว่า (1) “สิ่งเป็นเครื่องให้ดำเนินไปได้” (2) “สิ่งที่ให้ดำเนินไปตามการณ์” (3) “สิ่งอันบุคคลถึง คือได้รับตามครรลองแห่งเหตุ”
(2) อสฺ (ธาตุ = มี, เป็น) + ถ ปัจจัย, แปลง ส ที่ (อ)-สฺ เป็น ตฺ (อสฺ > อตฺ)
: อสฺ + ถ = อสถ > อตฺถ แปลตามศัพท์ว่า (1) “สิ่งเป็นเหตุให้มีให้เป็น” (2) “เหตุให้มีศัพท์”
(3) อตฺถฺ (ธาตุ = ขอ, ปรารถนา) + อ (อะ) ปัจจัย
: อตฺถ + อ = อตฺถ แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะที่ต้องการ”
“อตฺถ” (ปุงลิงค์) มีความหมายหลายอย่าง เช่น –
(1) กำไร, ผลประโยชน์, การได้เปรียบ, ความดี (ทางศีลธรรม), พร, สวัสดิภาพ, ผลที่ได้มา, ความรุ่งเรือง, สวัสดิการ (interest, advantage, gain; (moral) good, blessing, welfare; profit, prosperity, well-being)
(2) ความประสงค์, ความต้องการ, ความปรารถนา (need, want)
(3) เนื้อความ, ความหมาย, ความสำคัญ (ของคำพูด), การหมายถึง (sense, meaning, import, denotation, signification)
(4) เรื่องราว, ความเห็น, คดี (affair, cause, case)
“อตฺถ” ในภาษาไทยนิยมใชอิงสันสกฤตเป็น “อรรถ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“อรรถ, อรรถ– : (คำนาม) เนื้อความ เช่น แปลโดยอรรถ, คำที่ยังไม่ได้แปลความหมาย เช่น คำอรรถ. (ส. อรฺถ; ป. อตฺถ).”
(๒) “พยัญชน”
เขียนรูปภาษาไทยเป็น “พยัญชนะ” อ่านว่า พะ-ยัน-ชะ-นะ บาลีเป็น “พฺยญฺชน”
โปรดสังเกตว่ามีจุดใต้ พฺ บังคับให้ พฺ กับ ย ต้องอ่านควบกัน
ออกเสียงว่า เพียน-ชะ-นะ จะได้เสียงที่ตรง
อีกรูปหนึ่งเป็น “วฺยญฺชน” (เวียน-ชะ-นะ) วฺ แปลงเป็น พฺ เป็นหลักเกณฑ์ที่พบได้เสมอ
“พฺยญฺชน” รากศัพท์มาจาก –
(1) วิ (คำอุปสรรค = วิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + อญฺช (ธาตุ = ไป, ถึง) + ยุ ปัจจัย, แปลง อิ (ที่ วิ) เป็น ย, ว เป็น พ, ยุ เป็น อน
: วิ > วฺย + อญฺช = วฺยญฺช + ยุ > อน = วฺยญฺชน > พฺยญฺชน แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งเป็นเครื่องให้ถึงภัตโดยพิเศษ” (คือทำให้รู้รสชาติอาหาร หรือช่วยให้กินอาหารได้อย่างออกรส) หมายถึง เครื่องปรุง, แกง, กับข้าว (condiment, curry)
พฺยญฺชน ในความหมายนี้มักมาคู่กับ “สูป” (สู-ปะ) คือ น้ำเนื้อต้ม, ซุป, แกง (broth, soup, curry)
ตามความเข้าใจทั่วไป สูป กับ พฺยญฺชน เมื่อพูดควบคู่กัน จะแยกความหมายกันชัดเจน คือ :
“สูป” หมายถึง กับข้าวชนิดที่เป็นน้ำ ( = น้ำๆ)
“พฺยญฺชน” หมายถึง กับข้าวชนิดที่ไม่เป็นน้ำ ( = แห้งๆ)
(2) วิ (คำอุปสรรค = วิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + อญฺช (ธาตุ = ประกาศ) + ยุ ปัจจัย, แปลง อิ (ที่ วิ) เป็น ย, ว เป็น พ, ยุ เป็น อน
: วิ > วฺย + อญฺช = วฺยญฺช + ยุ > อน = วฺยญฺชน > พฺยญฺชน แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ประกาศความหมาย”
พฺยญฺชน ตามรากศัพท์ข้อนี้ มีความหมายดังนี้ :
(1) ตัวหนังสือ (letter)
ความหมายนี้มักมาคู่กับ “อตฺถ” > อรรถะ (อัด-ถะ) ซึ่งแปลว่า เนื้อความ, ความหมาย, ความสำคัญ, การหมายถึง (sense, meaning, import (of a word), denotation, signification) เช่นในคำว่า –
– แปล “โดยพยัญชนะ” (according to the letter, by letter, orthographically)
– แปล “โดยอรรถ” (according to its meaning, by the correct sense)
(2) เครื่องบ่งชี้, เครื่องหมาย, คุณลักษณะติดตัว, เครื่องหมายเฉพาะ, ลักษณะพิเศษ (sign, mark, accompanying attribute, distinctive mark, characteristic), เครื่องหมายเพศ เช่น –
– ปุริสวฺยญฺชน = อวัยวะเพศของบุรุษ (membrum virile)
– อุภโตพฺยญฺชนก = มีลักษณะของทั้งสองเพศ, กะเทย (having the characteristics of both sexes, hermaphrodite)
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –
(สะกดตามต้นฉบับ อนึ่ง ความหมายของคำไทยบางคำโปรดเทียบเคียงกับคำอังกฤษเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน)
“วฺยญฺชน : (คำนาม) ‘วยัญชน, พยัญชนะ,’ เครื่องหมาย; ลักษณะ, ลิงค์หรือเครื่องหมายบอกลักษณะ; เครา; ส่วน- ภาค- หรือองค์ที่ลับ; อุปสกร, เครื่องชูรสอาหาร (ได้แก่-น้ำสอซ, น้ำปลา, น้ำพริก, ฯลฯ); อักษรตัวหนึ่งในหมวดพยัญชนะ (อันมิใช่สระ); สาลังการพจน์หรืออุปมาโวหาร; บริภาษณ์; a token; an insignia; the beard; A privy part; sauce or condiment; a consonant; a figurative expression; an irony, a sarcasm.”
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “พยัญชนะ” ไว้ว่า –
(๑) เสียงพูดที่เปล่งออกมาโดยใช้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ในปากและคอ เช่น เสียง ป โดยทั่วไปจะออกเสียงพยัญชนะร่วมกับเสียงสระ, เสียงพยัญชนะ ก็เรียก.
(๒) ตัวอักษรที่ใช้แทนเสียงพยัญชนะ เช่น ก ข, รูปพยัญชนะ ก็เรียก, ตัวหนังสือ เช่น แปลโดยพยัญชนะ.
(๓) กับข้าวที่ไม่ใช่แกง, คู่กับ สูปะ ซึ่งหมายถึง แกง. (ป. พฺยญฺชน, วฺยญฺชน; ส. วฺยญฺชน).
(๔) ลักษณะของร่างกาย.
สรุปว่า “พยัญชนะ” ไม่ได้หมายถึงตัวหนังสืออย่างเดียวดังที่เรามักคุ้นกัน
(๓) “รส”
บาลีอ่านว่า ระ-สะ รากศัพท์มาจาก –
(1) รสฺ (ธาตุ = ยินดี; ติดใจ, เยื่อใย) + อ (อะ) ปัจจัย
: รสฺ + อ = รส (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า (1) “สิ่งเป็นที่ยินดีแห่งเหล่าสัตว์” (2) “สิ่งอันเหล่าสัตว์ติดใจ” “สิ่งเป็นเหตุติดใจ”
(2) ร (แทนศัพท์ “รม” = พอใจ) + อสฺ (ธาตุ = กิน) + กฺวิ ปัจจัย, ลบ กฺวิ
: ร + อสฺ = รส + กฺวิ = รสกฺวิ > รส (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่สัตว์พอใจกิน”
“รส” ในบาลีใช้ในความหมายหลายหลากมากกว่าที่เรารู้กันในภาษาไทย พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ รวบรวมไว้ดังนี้ –
(1) juice (น้ำผลไม้)
(2) taste as [objective] quality, the sense-object of taste (รสในฐานเป็นคุณลักษณะ [เชิงวัตถุวิสัย], รสายตนะ)
(3) sense of taste, as quality & personal accomplishment (ความรู้สึกเกี่ยวกับรสในฐานเป็นใหญ่ และความสำเร็จส่วนตน)
(4) object or act of enjoyment, sensual stimulus, material enjoyment, pleasure (วัตถุ หรือสิ่งเร้าเพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน, สิ่งกระตุ้นทางอารมณ์, ความเพลิดเพลินทางวัตถุ, สุขารมณ์)
(5) flavour and its substance or substratum (รสและสาระของรส หรือสิ่งที่ประกอบขึ้นมาเป็นรส)
(6) essential property, elegance, brightness (สมบัติอันเป็นสาระสำคัญ, ความสง่างาม, ความเจิดจ้า)
(7) essential property [in philosophy] (สมบัติอันเป็นสาระสำคัญ [คำเฉพาะในทางปรัชญา])
(8 ) fine substance, semi-solid semiliquid substance, extract, delicacy, fineness, dust (สิ่งของที่ละเอียดอ่อน, สิ่งของครึ่งแข็งครึ่งเหลว, สิ่งที่กลั่นออกจากของอื่น, ของที่แบบบาง, ความละเอียด, ละออง)
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“รส : (คำนาม) สิ่งที่รู้ได้ด้วยลิ้น เช่น เปรี้ยว หวาน เค็ม ฝาด, โดยปริยายหมายถึง ความไพเราะ เช่น กลอนบทนี้ไม่มีรส. (ป., ส.).”
การประสมคำ :
๑ อรรถ + รส = อรรถรส แปลว่า “รสแห่งเนื้อความ” = รสความ
๒ พยัญชน + รส = พยัญชนรส แปลว่า “รสแห่งถ้อยคำ” = รสคำ
อภิปรายขยายความ :
คำว่า “อรรถรส” และ “พยัญชนรส” ผู้เขียนบาลีวันละคำคิดขึ้นโดยเทียบกับคำว่า “สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ” ในภาษาบาลี ที่เราสวดกันคุ้นปากก็คือ พุทธาภิถุติ ในบททำวัตรเช้า มีข้อความตอนหนึ่งว่า –
…………..
โย ธมฺมํ เทเสสิ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสสิ.
พระผู้มีพระภาคพระองค์ใด ทรงแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถพร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง
หมายเหตุ: ถ้อยคำในบททำวัตรเช้าตอนนี้ ต้นฉบับเป็นพุทธพจน์ มีในคัมภีร์มหาขันธกะ วินัยปิฎก มหาวรรค พระไตรปิฎกเล่ม ๔ ข้อ ๓๒
…………..
“สาตฺถํ” (สาด-ถัง) แปลตามศัพท์ว่า “เป็นไปกับด้วยเนื้อความ” ถอดเป็นคำไทยว่า “อรรถรส” = รสความ
“สพฺยญฺชนํ” (สับ-เพียน-ชะ-นัง) แปลตามศัพท์ว่า “เป็นไปกับด้วยถ้อยคำ” ถอดเป็นคำไทยว่า “พยัญชนรส” = รสคำ
คำว่า “อรรถรส” มีเก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“อรรถรส : (คำนาม) รสแห่งถ้อยคำ, ถ้อยคำที่ทำให้เกิดความซาบซึ้ง, ถ้อยคำที่ทำให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจ.”
ส่วนคำว่า “พยัญชนรส” ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฯ ตกอยู่ในฐานะเป็นคำที่ผู้เขียนบาลีวันละคำบัญญัติหรือคิดขึ้นมาเอง เหตุผลที่ใช้คำนี้ก็เป็นดังที่กล่าวไว้ข้างต้น คือ คิดเทียบกับคำว่า “สพฺยญฺชนํ”
เมื่อคำว่า “สาตฺถํ” ถอดออกมาว่า “อรรถรส” = รสความ
คำว่า “สพฺยญฺชนํ” ก็ควรถอดออกมาว่า “พยัญชนรส” = รสคำ
แต่เมื่อดูคำนิยามในพจนานุกรมฯ แล้ว ความหมายของคำว่า “อรรถรส” อยู่ข้างจะเป็นความหมายของ “พยัญชนรส” มากกว่า โดยเฉพาะคำว่า “รสแห่งถ้อยคำ” ตามคำนิยามในพจนานุกรมฯ ก็ตรงกับคำว่า “รสคำ” นั่นเอง
แต่ผู้เขียนบาลีวันละคำเห็นว่า –
“พฺยญฺชน” ในคำว่า “สพฺยญฺชนํ” คือ “คำ”
“พยัญชนรส” จึงหมายถึง “รสคำ”
“อตฺถ” ในคำว่า “สาตฺถํ” คือ “ความ”
“อรรถรส” จึงควรหมายถึง “รสความ”
โปรดทราบว่า ผู้เขียนบาลีวันละคำมิได้มีเจตนาที่จะ “บังอาจ” ขัดแย้งกับพจนานุกรมฯ แต่ประการใดทั้งสิ้น ขอให้ถือว่านี่เป็นเสรีภาพทางวิชาการอย่างหนึ่ง
และท่านผู้อ่านจะเห็นตามพจนานุกรมฯ หรือเห็นตามผู้เขียนบาลีวันละคำ ก็ย่อมเป็นเสรีภาพทางวิชาการด้วยเช่นกัน
…………..
ดูก่อนภราดา!
ภาษานุสติ :
: เปลี่ยนความคิดออกเป็นเสียง
: เปลี่ยนเสียงออกเป็นรูปคำ
: เปลี่ยนรูปคำออกเป็นความหมาย
: เปลี่ยนความหมาย ความคิดก็เปลี่ยน
#บาลีวันละคำ (4,939)
20-12-68
…………………………….
…………………………….
