บาลีวันละคำ

ลหุภาโร (บาลีวันละคำ 4,936)

ลหุภาโร

“ภาระดี” ตัวจริงเสียงจริง

อ่านว่า ละ-หุ-พา-โร

ประกอบด้วยคำว่า ลหุ + ภาโร

(๑) “ลหุ” 

อ่านว่า ละ-หุ รากศัพท์มาจาก ลงฺฆฺ (ธาตุ = ไป, เป็นไป) + อุ ปัจจัย, ลบ งฺ แล้วแปลง ฆฺ เป็น หฺ (ลงฺฆฺ > ลฆฺ > ลหฺ)

: ลงฺฆฺ + อุ = ลงฺฆุ > ลฆุ > ลหุ (คุณศัพท์) แปลตามศัพท์ว่า “อาการที่เป็นไปอย่างเบา” หมายถึง เบา, เร็ว (light, quick)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ลหุ : (คำวิเศษณ์) เบา; เร็ว, ฉับไว; ใช้ในตำราฉันทลักษณ์ หมายถึง พยางค์ที่มีเสียงเบา ได้แก่ พยางค์ที่ประกอบด้วยสระเสียงสั้นที่ไม่มีตัวสะกด เช่น จะ มิ ดุ, ใช้เครื่องหมาย (สระ อุ) แทน, คู่กับ ครุ ซึ่งใช้เครื่องหมาย (ไม้หันอากาศ) แทน.”

(๒) “ภาโร” 

รูปคำเดิมเป็น “ภาร” อ่านว่า พา-ระ รากศัพท์มาจาก ภรฺ (ธาตุ = เลี้ยงดู, ทรงไว้) + ปัจจัย, ลบ , “ทีฆะต้นธาตุด้วยอำนาจปัจจัยเนื่องด้วย ” คือยืดเสียง อะ ที่ -(รฺ) เป็น อา (ภรฺ > ภาร)

: ภรฺ + = ภรณ > ภร > ภาร (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า (1) “สิ่งที่ทรงไว้” (สิ่งที่แบกรับน้ำหนักของสิ่งอื่นไว้) (2) “สิ่งอันเขาทรงไว้” (สิ่งที่เป็นน้ำหนักให้ผู้อื่นหรือสิ่งอื่นต้องแบกรับ)

ภาร” ในภาษาบาลี ใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) สิ่งที่นำไป, สัมภาระ (anything to carry, a load)

(2) การบรรทุก, เต็มรถคันหนึ่ง [เป็นการวัดปริมาณ] (a load, cartload [as measure of quantity]) 

(3) สิ่งที่ยากลำบาก, ภาระหรือหน้าที่, สิ่งที่อยู่ในการดูแล, ธุรกิจ, หน้าที่, การงาน, กิจธุระ (a difficult thing, a burden or duty, a charge, business, office, task, affair)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ภาร, ภาร-, ภาระ ๑ : (คำนาม) ของหนัก, นํ้าหนัก; ธุระที่หนัก, การงานที่หนัก; หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เช่น พ่อแม่มีภาระในการเลี้ยงดูลูก ครูมีภาระในการอบรมสั่งสอนศิษย์, ความรับผิดชอบ เช่น พ่อแม่ตายหมด พี่ต้องรับภาระส่งเสียเลี้ยงดูน้อง. (คำวิเศษณ์) หนัก. (ป.).”

ลหุ + ภาร = ลหุภาร (ละ-หุ-พา-ระ) แปลตามศัพท์ว่า “ภาระที่เบา” 

ลหุภาร” แจกตามประสงค์ด้วยวิภัตตินามที่หนึ่ง (ปฐมาวิภัตติ) เอกวจนะ ปุงลิงค์ เปลี่ยนรูปเป็น “ลหุภาโร” เพื่อให้รูปศัพท์เทียบกับคำว่า “สุภโร” 

ขยายความ :

ลหุภาโร” หรือ “ลหุภาร” หมายถึง สิ่งที่มีน้ำหนักเบา สามารถแบกขนนำพาไปได้สะดวกสบาย

ลหุภาร” มีใช้ในคัมภีร์ เช่นคำว่า “ลหุภาเรหิ” ในตัวอย่างต่อไปนี้ –

(“ลหุภาเรหิ” รูปคำเดิมเป็น “ลหุภาร” แจกด้วยวิภัตตินามที่สาม (ตติยาวิภัตติ) พหุวจนะ ปุงลิงค์ เปลี่ยนรูปเป็น “ลหุภาเรหิ”)

…………..

… ปุรโต  กนฺตาเร  มหาเมโฆ  อภิปฺปวุฏฺโฐ  อาสิตฺโตทกานิ  วฏุมานิ  พหุํ  ติณญฺจ  กฏฺฐญฺจ  อุทกญฺจ  

ในทางกันดารข้างหน้าฝนตกชุก หนทางก็มีน้ำบริบูรณ์ หญ้า ไม้ และน้ำก็มีมาก

ฉฑฺเฑถ  โภ  ปุราณานิ  ติณานิ  กฏฺฐานิ  อุทกานิ  

โปรดทิ้งหญ้า ไม้ และน้ำของเก่าเสียเถิด

ลหุภาเรหิ  สกเฏหิ  สีฆํ  สีฆํ  คจฺฉถ  

เกวียนมีภาระเบา จะไปได้เร็ว ๆ

ที่มา: ปายาสิราชัญญสูตร ทีฆนิกาย มหาวรรค พระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 319

…………..

อภิปราย :

ผู้เขียนบาลีวันละคำได้อ่านโพสต์ของญาติมิตรท่านหนึ่ง ยกคำอธิบายธรรมะของพระคุณเจ้ารูปหนึ่งมาเสนอ มีข้อความตอนหนึ่งว่า – 

…………..

พระพุทธเจ้าสั่งสอนให้พระสาวกฝึกตนให้เป็นสุภโร แปลว่าภาระดี พระอยู่ด้วยปัจจัยสี่ที่ญาติโยมนำมาถวายก็คือว่าเป็นภาระ ในการเป็นภาระไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีเสมอไป พระพุทธองค์ไม่สั่งเตือนพระว่าอย่าเป็นภาระแก่เขาเลย พระพุทธองค์สอนว่าเมื่อเป็นภาระแก่เขาแล้วให้เป็นภาระที่ดีคือสุภโร เพราะฆราวาสดูแลพระสงฆ์เป็นภาระ เขาจึงมีโอกาสทำทาน เรียนรู้เรื่องศีลธรรม และการภาวนา เมื่อพระมีข้อวัตรปฏิบัติที่ดีงาม และสามารถแนะนำฆราวาสในหลักธรรม ก็เรียกได้ว่าท่านเป็นภาระที่ดีของโยม

…………..

ตามคำอธิบายนี้ “สุภโร” ท่านแปลว่า “ภาระดี” และย้ำว่า “เป็นภาระที่ดีคือสุภโร” ซึ่งคำแปลดังนี้ไม่ตรงตามศัพท์ 

ศัพท์ในที่นี้เป็น “-ภโร” ไม่ใช่ “-ภาโร

คำในชุด “สุภโร” มีอีกหลายคำ โปรดศึกษาจาก “กรณียเมตตสูตร” ต่อไปนี้ –

…………..

สกฺโก  อุชู  จ  สุหุชู  จ

สุวโจ  จสฺส  มุทุ  อนติมานี.

สนฺตุสฺสโก  จ  สุภโร  จ

อปฺปกิจฺโจ  จ  สลฺลหุกวุตฺติ

สนฺตินฺทฺริโย  จ  นิปโก  จ

อปฺปคพฺโภ  กุเลสุ  อนนุคิทฺโธ.

…………..

ยกมาเฉพาะคำที่แสดงคุณสมบัติของภิกษุนักปฏิบัติธรรม (เขียนเป็นคำอ่านเพื่อเทียบกับคำบาลีข้างต้น, ภาษาอังกฤษในวงเล็บ กรุณาตรวจสอบอีกครั้ง) ดังนี้ –

(1) สักโก = สามารถ, อาจหาญ (able, possible) 

(2) อุชู = ซื่อตรง (honest, upright) 

(3) สุหุชู = ใจดี (true-hearted) 

(4) สุวะโจ = ว่าง่ายสอนง่าย (compliant, meek) 

(5) มุทุ = อ่อนโยน (tender) 

(6) อะนะติมานี = ไม่ถือตัว, ไม่เย่อหยิ่ง (un-arrogance, un-conceit) 

(7) สันตุสสะโก = สันโดษ (content) 

(8 ) สุภะโร = เลี้ยงง่าย (easy to support)

(9) อัปปะกิจโจ = มีกิจธุระน้อย (ไม่มีงานยุ่ง) (having few or no duties) 

(10) สัลละหุกะวุตติ = ประพฤติเบากายเบาจิต (whose wants are easily met) 

(11) สันตินท๎ริโย = มีอินทรีย์สงบระงับ (สำรวมกายใจ) (one whose senses are tranquil) 

(12) นิปะโก = มีปัญญารักษาตน (intelligent) 

(13) อัปปะคัพโภ = ไม่คะนอง (un-reckless) 

(14) กุเลสุ  อะนะนุคิทโธ = ไม่คลุกคลีกับชาวบ้าน (not in love with a particular family) 

ที่มา:

– ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ พระไตรปิฎก เล่ม 25 ข้อ 10

– ขุททกนิกาย สุตตนิบาต พระไตรปิฎก เล่ม 25 ข้อ 308

…………..

สุภโร” รูปคำเดิมเป็น “สุภร” ถ้าใช้เป็นคำไทย อ่านว่า สุ-พอน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

สุภร : (คำวิเศษณ์) เลี้ยงง่าย. (ป.)”

…………..

ถ้าจะแปลว่า “ภาระดี” หรือ “เป็นภาระที่ดี” คำนั้นก็ควรจะเป็น “สุภาโร” ไม่ใช่ “สุภโร” 

แต่ศัพท์ว่า “สุภาโร” ในความหมายว่า “ภาระดี” หรือ “เป็นภาระที่ดี” ก็ยังไม่พบว่ามีใช้ในคัมภีร์ 

ถ้าประสงค์จะกล่าวว่า “เมื่อเป็นภาระแก่เขาแล้วให้เป็นภาระที่ดี” และต้องการใช้คำว่า “ภาร” คำบาลีที่มีความหมายตรงกับความประสงค์คือคำว่า “ลหุภาโร” (ลหุภาร) ดังที่แสดงรากศัพท์ข้างต้น

คำว่า “ลหุภาโร” แปลว่า “ภาระที่เบา” หมายความว่า หากจะต้องให้ใครดูแล คนดูแลก็เบาใจ หรือหากเราต้องดูแลใคร เราก็เบาใจ 

ก็คือ-ถ้าใช้ภาษาไทยว่า “เป็นภาระที่ดี” ก็ควรพูดเป็นบาลีว่า “ภาระที่เบา” 

คือเป็น “ลหุภาโร” ไม่ใช่ “สุภาโร” (ซึ่งคำนี้ไม่มี) 

และไม่ใช่ “สุภโร” ซึ่งความหมายที่ท่านประสงค์คือ “เลี้ยงง่าย” ไม่ใช่ “เป็นภาระที่ดี” 

และไม่จำเป็นอะไรเลยที่จะต้องอธิบาย “เลี้ยงง่าย” ให้โน้มเข้าไปหา “เป็นภาระที่ดี” หรืออธิบาย “เป็นภาระที่ดี” ให้โน้มเข้าไปหา “เลี้ยงง่าย” เพราะทั้ง 2 คำนี้เป็นคนละคำ คนละความหมายกัน และไม่ใช่เป็นคำอธิบายของกันและกัน

โปรดทราบว่า ที่ว่ามาทั้งหมดนี้เป็นการแสดงหลักวิชาทางภาษาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะคัดค้านโต้แย้งคำบรรยายของพระคุณเจ้า 

เมื่อทราบหลักวิชาดังแสดงมานี้แล้ว ต่อจากนั้น จะนับถือเลื่อมใสคำบรรยายหรือจะเห็นเป็นประการใด ย่อมเป็นเสรีภาพทางวิชาการและเป็นสิทธิแห่งศรัทธาโดยสมบูรณ์ของแต่ละคน

…………..

ดูก่อนภราดา!

: เลี้ยงยากเป็นควาย

: เลี้ยงง่ายเป็นพระ

#บาลีวันละคำ (4,936)

17-12-68

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้