บาลีวันละคำ

น้ำมนต์ – น้ำมนตร์ (บาลีวันละคำ 4,937)

น้ำมนต์น้ำมนตร์

ประแจกลของพจนานุกรม

ทั้ง 2 คำ อ่านเหมือนกันว่า น้ำ-มน

มีคำที่ควรเรียนรู้ 3 คำ คือ “น้ำ” “มนต์” “มนตร์” 

(๑) “น้ำ” 

เป็นคำไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

…………..

น้ำ :

(๑) (คำนาม) สารประกอบซึ่งมีองค์ประกอบเป็นธาตุไฮโดรเจนและออกซิเจนในอัตราส่วน ๑ : ๘ โดยน้ำหนัก เมื่อบริสุทธิ์มีลักษณะเป็นของเหลว ใส ไม่มีสี กลิ่น รส มีประโยชน์มาก เช่นใช้ดื่ม ชำระล้างสิ่งสกปรก, โบราณถือว่าเป็น ธาตุ ๑ ในธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม, ใช้เรียกสิ่งอื่นที่มีลักษณะเป็นน้ำหรือเหลวเหมือนน้ำ เช่น น้ำตา น้ำปลา น้ำส้ม

(๒) (คำนาม) โดยปริยายหมายถึง คุณสมบัติที่ถือว่าเป็นสาระของสิ่งที่กล่าวถึง เช่น น้ำคำ น้ำใจ น้ำพักน้ำแรง น้ำมือ

(๓) (คำนาม) ความแวววาว (ใช้แก่รัตนชาติ)

(๔) (คำนาม) ลักษณนามเรียกเรือที่ใช้มาแล้ว ๒ ปี ๓ ปี ว่า เรือ ๒ น้ำ เรือ ๓ น้ำ, และที่ใช้เกี่ยวกับน้ำหมายความว่า ครั้ง เช่น ล้าง ๓ น้ำ ต้ม ๓ น้ำ.

(๕) (คำวิเศษณ์) มีแสงแวววาว (ใช้แก่รัตนชาติ) เช่น เพชรน้ำหนึ่ง ทับทิมน้ำงาม.

…………..

(๒) “มนต์

เป็นรูปคำบาลี เขียนแบบบาลีเป็น “มนฺต” อ่านว่า มัน-ตะ รากศัพท์มาจาก –

(1) มนฺ (ธาตุ = รู้) + ปัจจัย

: มนฺ + = มนฺต แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่เป็นเหตุให้รู้” 

(2) มนฺต (ธาตุ = ปรึกษา) + (อะ) ปัจจัย

: มนฺต + = มนฺต แปลตามศัพท์ว่า “การปรึกษา

มนฺต” (ปุงลิงค์) ในภาษาบาลีมีความหมายดังต่อไปนี้ –

1 ความหมายเดิม คือ คำพูดหรือคำตัดสินของเทพเจ้าบนสวรรค์ แล้วกลายมาเป็นประมวลคำสอนที่เร้นลับของศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้แก่คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของพราหมณ์ หรือคัมภีร์พระเวท (a divine saying or decision, hence a secret plan)

2 คัมภีร์ศาสนา, บทร้องสวด, การร่ายมนตร์ (holy scriptures in general, sacred text, secret doctrine)

3 ศาสตร์ลี้ลับ, วิทยาคม, เสน่ห์, คาถา (divine utterance, a word with supernatural power, a charm, spell, magic art, witchcraft)

4 คำแนะนำ, คำปรึกษา, แผนการ, แบบแผน (advice, counsel, plan, design)

5 เล่ห์เหลี่ยม, ชั้นเชิง (a charm, an effective charm, trick)

6 สูตรวิชาในศาสตร์สาขาต่าง ๆ (เช่น H2O = น้ำ หรือแม้แต่สูตรคูณ ก็อยู่ในความหมายนี้) (law)

7 ปัญญา, ความรู้ (wisdom, knowledge, insight, discernment)

(๓) “มนตร์

เป็นรูปคำสันสกฤต เขียนแบบสันสกฤตเป็น “มนฺตฺร” 

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –

(สะกดตามต้นฉบับ)

มนฺตฺร : (คำนาม) ‘มนตร์,’ ภาคพระเวท; คูฒกาพย์; สูตร์อันเปนบุณยะแด่เทพดาองค์ใดองค์หนึ่ง, ดุจ ‘โอม วิษณเว นมหฺ’; การหรือคำหารือลับ; a division of the Vedas; a mystical versa; a formula sacred to any individual deity, as, ‘Om Vishṇave namah’; sacred consultation.”

สันสกฤตเป็น “มนฺตฺร” บาลีเป็น “มนฺต” ดังที่แสดงรากศัพท์ไว้ข้างต้น

ในภาษาไทยใช้เป็น “มนต์” ตามบาลี และ “มนตร์” ตามสันสกฤต พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

มนต์, มนตร์ : (คำนาม) คำศักดิ์สิทธิ์, คำสำหรับสวดเพื่อเป็นสิริมงคล เช่น สวดมนต์, คำเสกเป่าที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ เช่น ร่ายมนตร์ เวทมนตร์. (ป. มนฺต; ส. มนฺตฺร).”

การประสมคำ :

น้ำ + มนต์ = น้ำมนต์ แปลอนุรูปแก่ศัพท์ว่า “น้ำที่เสกด้วยมนต์

น้ำ + มนตร์ = น้ำมนตร์ แปลอนุรูปแก่ศัพท์ว่า “น้ำที่เสกด้วยมนตร์

ขยายความ :

แม้ “มนต์” และ “มนตร์” ในภาษาไทย พจนานุกรมฯ จะนิยามความหมายเหมือนกัน (ดูข้างต้น) แต่เมื่อประสมกับคำว่า “น้ำ” เป็น “น้ำมนต์” และ “น้ำมนตร์” พจนานุกรมฯ นิยามความหมายต่างกัน ดังนี้ –

(1) น้ำมนต์ : (คำนาม) น้ำที่เข้าพิธีทางพระพุทธศาสนาเพื่อให้อาบ กิน หรือประพรม เป็นต้น ถือกันว่าเป็นมงคล, เรียกเต็มว่า น้ำพระพุทธมนต์.

(2) น้ำมนตร์ : (คำนาม) น้ำที่พราหมณ์เสกเพื่อให้อาบ กิน หรือประพรมเป็นต้น ถือกันว่าเป็นมงคล, เรียกเต็มว่า น้ำเทพมนตร์.

สรุปว่า “น้ำมนต์” (-มนต์ ตามบาลี) พจนานุกรมฯ กำหนดให้เป็นน้ำทางพระพุทธศาสนา เรียกเต็มว่า “น้ำพระพุทธมนต์”

ส่วน “น้ำมนตร์” (-มนตร์ ตามสันสกฤต) พจนานุกรมฯ กำหนดให้เป็นน้ำทางศาสนาพราหมณ์ เรียกเต็มว่า “น้ำเทพมนตร์”

ตามไปดูที่คำว่า “น้ำพระพุทธมนต์” และ “น้ำเทพมนตร์” พจนานุกรมฯ บอกไว้ดังนี้ –

(1) น้ำพระพุทธมนต์ : (คำนาม) น้ำที่เข้าพิธีทางพระพุทธศาสนาเพื่อให้อาบ กิน หรือ ประพรมเป็นต้น ถือกันว่าเป็นมงคล, น้ำมนต์ ก็เรียก.

(2) น้ำเทพมนตร์ : (คำนาม) น้ำที่พราหมณ์เสกเพื่อให้อาบ กิน หรือประพรม เป็นต้น ถือกันว่าเป็นมงคล, น้ำมนตร์ ก็เรียก.

คำเตือน :

ถ้าถือตามพจนานุกรมฯ ต้องระวังให้ดี อย่าสับสน:

– ถ้าหมายถึงน้ำทางพระพุทธศาสนา ต้องเขียนเป็น มนต์ ไม่มี คือ “น้ำมนต์” เรียกเต็มว่า “น้ำพระพุทธมนต์

– ถ้าหมายถึงน้ำทางศาสนาพราหมณ์ ต้องเขียนเป็น มนตร์ มี ด้วย คือ “น้ำมนตร์” เรียกเต็มว่า “น้ำเทพมนตร์

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ถ้าท่านเห็นว่าเพราะมีกฎจึงทำให้ยุ่งยาก

: ก็จงยกเลิกกฎ

: แล้วท่านจะเห็นความยุ่งยากที่แท้จริง

#บาลีวันละคำ (4,937)

18-12-68

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้