ปปัญจธรรม (บาลีวันละคำ 4,994)

ปปัญจธรรม
เรียนธรรมจากคำบาลี
อ่านว่า ปะ-ปัน-จะ-ทำ
ประกอบด้วยคำว่า ปปัญจ + ธรรม
(๑) “ปปัญจ”
เขียนแบบบาลีเป็น “ปปญฺจ” อ่านว่า ปะ-ปัน-จะ รากศัพท์มาจาก –
(1) ป (คำอุปสรรค = ทั่วไป, ข้างหน้า, ก่อน, ออก) + ปจิ (ธาตุ = กว้างขวาง) + อ (อะ) ปัจจัย, ลงนิคหิตอาคมที่ต้นธาตุแล้วแปลงเป็น ญฺ (ปจิ > ปํจิ > ปญฺจิ), “ลบสระหน้า” คือ อิ ที่ (ป)-จิ (ปจิ > ปจ)
: ป + ปจิ = ปปจิ > ปปํจิ > ปปญฺจิ > ปปญฺจ + อ = ปปญฺจ แปลตามศัพท์ว่า (1) “ภาวะที่กว้างขวาง” (2) “กิเลสที่ยังสังสารวัฏของสัตว์ที่ตนอาศัยให้กว้างออกไป” (3) “กิเลสที่ยังสันดานอันเป็นที่ตนเกิดให้กว้างออกไป” (4) “กิเลสที่ยังการสืบเนื่องแห่งสัตวโลกให้กว้างขวางออกไปในสังสารวัฏ”
(2) ป (คำอุปสรรค = ทั่วไป, ข้างหน้า, ก่อน, ออก) + ปญฺจ (ธาตุ = ไป) + อ (อะ) ปัจจัย
: ป + ปญฺจฺ = ปปญฺจฺ + อ = ปปญฺจ แปลตามศัพท์ว่า “กิเลสเป็นเหตุชักช้าอยู่ในสังสารวัฏแห่งสัตวโลก”
“ปปญฺจ” (ปุงลิงค์) ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –
(1) อุปสรรค, สิ่งขัดขวาง, ภาระอันทำให้เกิดความล่าช้า, เครื่องหน่วงเหนี่ยว, เครื่องกีดขวาง, ความล่าช้า (obstacle, impediment, a burden which causes delay, hindrance, delay)
(2) ความหลงผิด, ความหลงใหล, การขัดขวางความก้าวหน้าทางจิตใจ (illusion, obsession, hindrance to spiritual progress)
(3) ความเนิ่นช้า, ความยืดยาด (diffuseness, copiousness)
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“ปปัญจ-, ปปัญจะ : (คำแบบ) (คำนาม) ความเนิ่นช้า, ความนาน. (คำวิเศษณ์) เนิ่นช้า. (ป.).”
หมายเหตุ: “คำแบบ” หมายถึง คำที่ใช้เฉพาะในหนังสือ ไม่ใช่คำพูดทั่วไป
(๒) “ธรรม”
บาลีเป็น “ธมฺม” อ่านว่า ทำ-มะ รากศัพท์มาจาก ธรฺ (ธาตุ = ทรงไว้) + รมฺม (ปัจจัย) ลบ รฺ ที่สุดธาตุ (ธรฺ > ธ) และ ร ต้นปัจจัย (รมฺม > มฺม)
: ธรฺ > ธ + รมฺม > มฺม : ธ + มฺม = ธมฺม แปลตามศัพท์ว่า “สภาพที่ทรงไว้”
“ธมฺม” มีความหมายหลายหลาก ดังต่อไปนี้ –
สภาพที่ทรงไว้, ธรรมดา, ธรรมชาติ, สภาวธรรม, สัจธรรม, ความจริง; เหตุ, ต้นเหตุ; สิ่ง, ปรากฏการณ์, ธรรมารมณ์, สิ่งที่ใจคิด; คุณธรรม, ความดี, ความถูกต้อง, ความประพฤติชอบ; หลักการ, แบบแผน, ธรรมเนียม, หน้าที่; ความชอบ, ความยุติธรรม; พระธรรม, คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งแสดงธรรมให้เปิดเผยปรากฏขึ้น
บาลี “ธมฺม” สันสกฤตเป็น “ธรฺม” เราเขียนอิงสันสกฤตเป็น “ธรรม”
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “ธรรม” ไว้ดังนี้ –
(1) คุณความดี เช่น เป็นคนมีธรรมะ เป็นคนมีศีลมีธรรม
(2) คำสั่งสอนในศาสนา เช่น แสดงธรรม ฟังธรรม ธรรมะของพระพุทธเจ้า
(3) หลักประพฤติปฏิบัติในศาสนา เช่น ปฏิบัติธรรม ประพฤติธรรม
(4) ความจริง เช่น ได้ดวงตาเห็นธรรม
(5) ความยุติธรรม, ความถูกต้อง, เช่น ความเป็นธรรมในสังคม
(6) กฎ, กฎเกณฑ์, เช่น ธรรมะแห่งหมู่คณะ
(7) กฎหมาย เช่น ธรรมะระหว่างประเทศ
(8 ) สิ่งของ เช่น เครื่องไทยธรรม
ในที่นี้ “ธรรม” มีความหมายเน้นหนักตามข้อ (2)
ปปญฺจ + ธมฺม = ปปญฺจธมฺม > ปปัญจธรรม แปลว่า “ธรรมคือเหตุที่ทำให้เนิ่นช้า”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “ปปัญจธรรม” ไว้ด้วย บอกไว้ว่า –
“ปปัญจธรรม : (คำแบบ) (คำนาม) ธรรมที่ทําให้เนิ่นช้า คือ ตัณหา มานะ ทิฐิ. (ป.).”
ขยายความ :
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “ปปัญจธรรม” บอกไว้ดังนี้ –
…………..
ปปัญจธรรม : กิเลสเครื่องเนิ่นช้า, กิเลสที่ปั่นให้เชือนแชชักช้าอยู่ในสังสารวัฏ หรือปั่นสังสารวัฏให้เวียนวนยืดเรื้อ, กิเลสที่เป็นตัวการปั่นเรื่องทำให้คิดปรุงแต่งยืดเยื้อแผกเพี้ยนพิสดาร พาให้เขวออกไปจากความเป็นจริง และก่อปัญหาความยุ่งยากเดือดร้อนเพิ่มขยายทุกข์ มี ๓ คือ ตัณหา มานะ ทิฏฐิ
…………..
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ข้อ [91] แสดง “ปปัญจธรรม” ไว้ดังนี้ –
…………..
ปปัญจะ หรือ ปปัญจธรรม 3 (กิเลสเครื่องเนิ่นช้า, กิเลสที่เป็นตัวการทำให้คิดปรุงแต่งยืดเยื้อพิสดาร ทำให้เขวห่างออกไปจากความเป็นจริงที่ง่าย ๆ เปิดเผย ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ และขัดขวางไม่ให้เข้าถึงความจริงหรือทำให้ไม่อาจแก้ปัญหาอย่างถูกทางตรงไปตรงมา — Papañca: proliferation; diversification; diffuseness; mental diffusion)
1. ตัณหา (ความทะยานอยาก, ความปรารถนาที่จะบำรุงบำเรอปรนเปรอตน, ความอยากได้อยากเอา — Taṇhā: craving; selfish desire)
2. ทิฏฐิ (ความคิดเห็น ความเชื่อถือ ลัทธิ ทฤษฎี อุดมการณ์ต่างๆ ที่ยึดถือไว้โดยงมงายหรือโดยอาการเชิดชูว่าอย่างนี้เท่านั้นจริง อย่างอื่นเท็จทั้งนั้น เป็นต้น ทำให้ปิดตัวแคบ ไม่ยอมรับฟังใคร ตัดโอกาสที่จะเจริญปัญญา หรือคิดเตลิดไปข้างเดียว ตลอดจนเป็นเหตุแห่งการเบียดเบียนบีบคั้นผู้อื่นที่ไม่ถืออย่างตน, ความยึดติดในทฤษฎี ฯลฯ ถือความคิดเห็นเป็นความจริง — Diṭṭhi: view; dogma; speculation)
3. มานะ (ความถือตัว, ความสำคัญตนว่าเป็นนั่นเป็นนี่ ถือสูงถือต่ำ ยิ่งใหญ่เท่าเทียม หรือด้อยกว่าผู้อื่น, ความอยากเด่นอยากยกชูตนให้ยิ่งใหญ่ — Māna: conceit)
ในคัมภีร์วิภังค์ เรียกปปัญจะ 3 นี้เป็น ฉันทะ (คือตัณหา) มานะ ทิฏฐิ
…………..
หนังสือปฐมสมโพธิ แบบเรียนนักธรรมชั้นตรี ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย สมเด็จพระสังฆราช สา ปุสฺสเทโว วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ทรงรจนา บรรยายความไว้ว่า –
…………..
… ก็แลตัณหามานะทิฏฐิทั้ง ๓ นั้น เป็นปปัญจธรรม ทำให้สัตว์เนิ่นช้า เมื่อสัตว์ยังมาสำคัญถือมั่นอยู่ด้วยตัณหาว่า เอตํ มม นั่นของของเรา ด้วยมานะว่า เอโสหมสฺมิ สภาพนั่นเป็นตัวเรา ด้วยทิฏฐิว่า เอโส เม อตฺตา สภาพนั่นเป็นอาตมะตัวตนแก่นสารของเรา ดังนี้อยู่แล้ว ความบริสุทธิ์แห่งทัสสนะ ปัญญาอันเห็นจริงเห็นแท้ก็มิได้มีมา เมื่อไม่เห็นตามเป็นจริงอย่างไรได้แล้ว ก็ไม่พ้นไม่หลุดไปจากทุกข์ทั้งปวงได้ ตัณหา มานะ ทิฏฐิ ทั้ง ๓ ทำสัตว์ให้เนิ่นช้า ด้วยประการฉะนี้ …
ที่มา: ปฐมสมโพธิ หน้า 143
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ถ้าปลดไม่หลุด
: ก็ไปไม่รอด
#บาลีวันละคำ (4,994)
13-2-69
…………………………….
…………………………….
