เอกนิติ (บาลีวันละคำ 5,058)

เอกนิติ
ตัวอย่างคำที่อ่านได้หลายหลากในภาษาไทย
คำว่า “เอกนิติ” หากไปพ้องกับชื่อหรือนามสกุลของท่านผู้ใดผู้หนึ่ง ขอได้โปรดทราบว่า ในที่นี้-คือบาลีวันละคำ-ไม่ได้จงใจจะให้หมายถึงชื่อหรือนามสกุลของท่านผู้หนึ่งผู้ใดทั้งสิ้น เป็นการยกคำบาลีขึ้นมาศึกษาในแง่ภาษาเท่านั้น
คำว่า “เอกนิติ” ประกอบด้วยคำว่า เอก + นิติ
(๑) “เอก”
บาลีอ่านว่า เอ-กะ รากศัพท์มาจาก อิ (ธาตุ = ไป, เป็นไป, ตั้งอยู่) + ณฺวุ ปัจจัย, แผลง อิ เป็น เอ, แปลง ณฺวุ เป็น อก (อะ-กะ)
: อิ + ณฺวุ = อิณฺวุ > เอณฺวุ > เอก แปลตามศัพท์ว่า (1) “ไปตามลำพัง” (คือไม่มีเพื่อนไปด้วย) (2) “ดำรงอยู่ในความเป็นหนึ่งเดียวเพราะไร้ผู้เหมือนกัน”
“เอก” ในบาลีใช้ใน 2 สถานะ คือ :
(1) เป็นสังขยา (คำบอกจำนวน) เช่น “ชายหนึ่งคน” เน้นที่จำนวน 1 คน = มุ่งจะกล่าวว่าชายที่เอ่ยถึงนี้มีเพียง “หนึ่งคน”
(2) เป็นคุณศัพท์ เช่น “ชายคนหนึ่ง” ไม่เน้นที่จำนวน = มุ่งจะกล่าวถึงชายคนใดคนหนึ่งเท่านั้น
“เอก” หมายถึง หนึ่ง, หนึ่งเดียว, ดีที่สุด
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“เอก, เอก– : (คำวิเศษณ์) หนึ่ง (จำนวน); ชั้นที่ ๑ (ใช้เกี่ยวกับลำดับชั้น หรือขั้นของยศ ตำแหน่ง คุณภาพ หรือวิทยฐานะ สูงกว่า โท) เช่น ร้อยเอก ข้าราชการชั้นเอก ปริญญาเอก; เรียกเครื่องหมายวรรณยุกต์รูปดังนี้ ‘่’ ว่า ไม้เอก; ดีเลิศ เช่น กวีเอก, สำคัญ เช่น ตัวเอก; (คำโบราณ) (คำนาม) เรียกลูกหญิงคนที่ ๗ ว่า ลูกเอก, คู่กับลูกชายคนที่ ๗ ว่า ลูกเจ็ด. (คำที่ใช้ในกฎหมาย). (ป., ส.).”
(๒) “นิติ”
บาลีเป็น “นีติ” (นี-ติ, โปรดสังเกตว่า บาลีเป็น นี- ไม่ใช่ นิ-) รากศัพท์มาจาก นี (ธาตุ = บรรลุ, ถึง) + ติ ปัจจัย
: นี + ติ = นีติ แปลตามศัพท์ว่า “ข้อบัญญัติเป็นเครื่องบรรลุ” “เครื่องนำไปให้บรรลุ” หมายถึง กฎหมาย, กฎ, แบบแผน
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “นีติ” ว่า guidance, practice, conduct, right conduct, propriety; statesmanship, polity (การนำทาง, การปฏิบัติ, ความประพฤติ, ความประพฤติที่ถูกต้อง, การทำที่เหมาะที่ควร; การใช้วิธีปกครอง, การปกครองประชาชน)
โปรดสังเกตว่า ฝรั่งไม่ได้แปล นีติ ว่า law อย่างที่เรานิยมแปลกัน
บาลี “นีติ” สันสกฤตก็เป็น “นีติ”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –
(สะกดตามต้นฉบับ)
“นีติ : (คำนาม) การนำ, การจัด; การได้, การบันลุถึง; ราชนีติ, ราชรีติ, ราชยศาสนศาสตร์, ราชการยาณิ, ‘รัฐประศาสน์’ ก็ใช้โดยมตินิยม – เปนวิทยาอันกล่าวว่าด้วยการปกครอง, รวมทั้งประโยคจรรยามรรยาททั่วไป, ทั้งพระผู้เปนเจ้าเปนใหญ่และไพร่ฟ้าประชาราษฎร์; guiding, directing; obtaining, acquirement or acquisition; polity, politics or political science – a science treating of the administration of government, including the practice of morality in private life, both by the sovereign and his subjects.”
บาลี “นีติ” ภาษาไทยใช้เป็น “นิติ” และ “นีติ”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
(1) นิติ : (คำนาม) นีติ, กฎหมาย, กฎปฏิบัติ, แบบแผน, เยี่ยงอย่าง, ขนบธรรมเนียม, ประเพณี, วิธีปกครอง, เครื่องแนะนำ, อุบายอันดี. (ป., ส. นีติ).
(2) นีติ : (คำแบบ; คำที่เลิกใช้แล้ว) (คำนาม) นิติ, แบบแผน, เยี่ยงอย่าง, ขนบธรรมเนียม, ประเพณี, กฎหมาย, วิธีปกครอง, เครื่องแนะนำ, อุบายอันดี. (ป., ส.).
หมายเหตุ: “คำแบบ” หมายถึง คำที่ใช้เฉพาะในหนังสือ ไม่ใช่คำพูดทั่วไป
ได้ความตามพจนานุกรมฯ ว่า “นิติ” ภาษาไทยเคยใช้เป็น “นีติ” (นี– สระ อี) แต่บัดนี้เลิกใช้แล้ว เป็นอันว่า คำนี้ภาษาไทยเป็น “นิติ” (นิ– สระ อิ) อย่างเดียว
เอก + นิติ = เอกนิติ
ขยายความ :
เมื่อเอาคำว่า “เอก” กับคำว่า “นิติ” มารวมกันเป็นคำเดียวกันเป็น “เอกนิติ” ปัญหาก็เกิดขึ้นว่า “เอกนิติ” จะอ่านว่าอย่างไร และมีความหมายว่าอย่างไร?
คำว่า “เอกนิติ” อ่านตามถ้อยคำที่ปรากฏได้ดังนี้ –
เอก-กะ-นิด
เอ-กะ-นิด
เอก-นิด
เอก-นิ-ติ
เอ-กะ-นิ-ติ
คำว่า “เอกนิติ” มีความหมายตามถ้อยคำที่ปรากฏดังนี้ –
ผู้เป็นเอกในทางกฎหมาย
ผู้เป็นหนึ่งในทางกฎหมาย
ผู้ยึดถือกฎหมายเป็นหนึ่ง
ผู้เป็นเอกในทางระเบียบแบบแผน
ผู้เป็นหนึ่งในทางระเบียบแบบแผน
ผู้ยึดถือระเบียบแบบแผนเป็นหนึ่ง
แต่ในกรณีที่คำว่า “เอกนิติ” เป็นชื่อหรือนามสกุลของบุคคล สถานที่ หรือชื่อของสิ่งใด ๆ ก็ตาม คำว่า “เอกนิติ” จะมีสถานะเป็น “วิสามานยนาม” หรือที่คำบาลีเรียกว่า “อสาธารณนาม” คำอังกฤษว่า proper name
ลักษณะพิเศษของคำชนิดนี้ก็คือ จะเขียนอย่างไร (สะกดคำอย่างไร) อ่านอย่างไร และมีความหมายอย่างไร ย่อมเป็นไปตามเจตนาของเจ้าของชื่อหรือผู้ตั้งชื่อนั้น ๆ จะใช้หลักภาษาปกติคือถ้อยคำที่ปรากฏเป็นเกณฑ์ในการเขียน การอ่าน ตลอดจนแปลความหมาย หาได้ไม่
ข้อเสนอแนะ:
สำหรับผู้ที่จะอ่านคำหรือชื่อที่เป็นวิสามานยนามต่อหน้าสาธารณชน ผู้อ่านต้องตรวจสอบสืบถามจากเจ้าของชื่อหรือผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้ความชัดเจนก่อน อย่าอ่านตามที่เข้าใจเอาเอง หรือเชื่อคำตอบหรือคำบอกกล่าวของผู้ใดโดยง่าย
สำหรับผู้ที่จะตั้งชื่อคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ ขอให้กำหนดให้ชัดเจนว่าชื่อนั้นสะกดอย่างไร อ่านอย่างไร และมีความหมายอย่างไร เพื่อมิให้เกิดปัญหาการเขียน การอ่าน และการเข้าใจความหมายที่ผิดพลาดไปจากเจตนา
ผู้เขียนบาลีวันละคำมีข้อสังเกตว่า ชื่อคนไทยทุกวันนี้มีแนวโน้มว่าจะเป็นภาษาฝรั่งกันมากขึ้น ส่วนที่ยังเป็นภาษาไทยก็ชักจะเป็นคำแปลก ๆ มากขึ้น เช่นเอาพยัญชนะตัวนี้ไปประสมกับสระตัวโน้น หรือเอาพยัญชนะตัวนั้นกับตัวโน้นมาประสมกัน เกิดเป็นรูปคำใหม่ ๆ เขียนก็ยาก อ่านก็ยาก ให้เขียนตามคำบอกก็ไม่รู้ว่าสะกดอย่างไรแน่ สะกดได้ก็ไม่รู้ว่าอ่านอย่างไร แม้อ่านได้ก็ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร
นับเป็นเรื่องชอบกลอย่างหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย
ผู้เขียนบาลีวันละคำเคยถูกขอให้ตั้งชื่อเด็กอยู่บ้าง หลักที่ยึดถือก็คือ (1) เป็นชื่อที่คนทั่วไปน่าจะรู้ความหมายได้ไม่ยาก ไม่ใช่คำลึกลับ และ (2) ควรเป็นชื่อที่เรียกขานกันจริง จะเรียกคำใดคำหนึ่งหรือเรียกชื่อเต็มก็แล้วแต่จะสะดวก
เท่าที่นิยมประพฤติกันทุกวันนี้ ชื่อที่ตั้งอย่างไพเราะเพราะพริ้งมักเอาไว้เขียนหรือเรียกอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็คือแทบจะไม่มีใครเรียก ส่วนชื่อที่เรียกขานกันจริงเป็นอีกชื่อหนึ่งที่ตั้งกันขึ้นเองง่าย ๆ
นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องชอบกลอีกอย่างหนึ่งในสังคมไทย
…………..
ดูก่อนภราดา!
: อาหารเลิศรส
แต่เก็บไว้ในตู้นิรภัย เปิดเอามากินไม่ได้ มีคติฉันใด
: ชื่อที่ประกอบด้วยสระและพยัญชนะเลิศหรู
แต่ไม่มีใครรู้ความหมายและไม่มีใครเรียก ก็มีคติฉันนั้น
#บาลีวันละคำ (5,058)
18-4-69
…………………………….
…………………………….
