บาลีวันละคำ

ยถาสตฺติ ยถาพลํ (บาลีวันละคำ 5,096)

ยถาสตฺติ ยถาพลํ

คำที่นักเรียนบาลีมักเข้าใจผิด

“ยถาสตฺติ” อ่านว่า ยะ-ถา-สัด-ติ 

“ยถาพลํ” อ่านว่า ยะ-ถา-พะ-ลัง

เป็นคำบาลี 2 คำ คือ “ยถาสตฺติ” คำหนึ่ง “ยถาพลํ” คำหนึ่ง เอามาพูดรวมกันเป็น “ยถาสตฺติ ยถาพลํ” นับเป็นบาทหนึ่ง คือวรรคหนึ่งในคำที่แต่งเป็นคาถา

“ยถาสตฺติ ยถาพลํ” เอามาพูดรวมกัน แต่ก็ยังเป็นคนละคำ ไม่ใช่คำเดียวกัน

“ยถาสตฺติ ยถาพลํ” มีคำบาลี 3 คำ คือ “ยถา” “สตฺติ” “พลํ”

(๑) “ยถา” 

อ่านว่า ยะ-ถา เป็นคำจำพวกนิบาต แปลว่า ฉันใด, เหมือน, ตาม 

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ บอกความหมายของ “ยถา” ว่า as, like, in relation to, after [the manner of] (อย่าง, เหมือน, เกี่ยวกับ, ฉันใด, ตามอย่าง) 

หลักการใช้ ยถา :

– ถ้าใช้โดด ๆ จะต้องมีข้อความที่มีคำว่า “เอวํ” หรือ “ตถา” มาคู่กัน เหมือนภาษาไทยว่า “ฉันใด” ต้องมี “ฉันนั้น” มารับ 

– ถ้าสมาสกับคำอื่น นิยมแปลว่า “ตาม-” เช่น “ยถากรรม” : ยถา + กมฺม = ยถากมฺม > ยถากมฺมํ > ยถากรรม แปลว่า “ตามกรรม”

(๒) “สตฺติ” 

โปรดสังเกตว่า มีจุดใต้ ตฺ ตัวหน้า ทำให้เป็นตัวสะกด อ่านว่า สัด-ติ รากศัพท์มาจาก –

(1) สกฺ (ธาตุ = สามารถ) + ติ ปัจจัย, แปลง กฺ ที่สุดธาตุเป็น ตฺ (นัยหนึ่งว่า ลบ กฺ ซ้อน ตฺ)

: สกฺ + ติ = สกฺติ > สตฺติ แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะที่สามารถ” หมายถึง ความสามารถ, กำลัง, อำนาจ (ability, power)

(2) สสฺ (ธาตุ = เบียดเบียน) + ติ ปัจจัย, แปลง สฺ ที่สุดธาตุเป็น ตฺ

: สสฺ + ติ = สสฺติ > สตฺติ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่เบียดเบียน” หมายถึง หอก, หลาว; มีด, กริช, ดาบ (a spear, javelin; knife, dagger, sword)

บาลี “สตฺติ” สันสกฤตเป็น “ศกฺติ”

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

(สะกดตามต้นฉบับ)

“ศกฺติ : (คำนาม) ‘ศักติ,’ กำลัง, แรง, ความกล้า; หอกหรือศรเหล็ก; เตชัส (หรือเดช) ของเทพดา, อันโรปยติเปนชายาของเธอ; นัยหรือความหมายของศัพท์; power, strength, prowess; an iron spear or dart; the energy of a deity, personified as his wife; signification or meaning of words.”

ในที่นี้ใช้ตามแบบบาลีเป็น “สัตติ” หมายถึง หอก, หลาว; มีด, กริช, ดาบ (a spear, javelin; knife, dagger, sword)

คำว่า “สัตติ” ยังไม่ได้เก็บไว้พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 

(๓) “พลํ” 

อ่านว่า พะ-ลัง รูปคำเดิมเป็น “พล” อ่านว่า พะ-ละ รากศัพท์มาจาก พลฺ (ธาตุ = มีชีวิต, ระวัง, ครอบงำ) + อ (อะ) ปัจจัย 

: พล + อ = พล (นปุงสกลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “เหตุอันทำให้มีชีวิตอยู่ได้” “ผู้เฝ้าระวัง” “ผู้ครอบงำศัตรู”

“พล” ใช้ในความหมาย 2 อย่างคือ –

(1) ความแข็งแรง, พลัง, อำนาจ (strength, power, force)

(2) กองทัพ, กองกำลังทหาร (an army, military force)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

…………..

พล, พล– : (คำนาม)

(๑) กำลัง, มักใช้ประกอบคำอื่น เช่น พระทศพล อันเป็นพระนามพระพุทธเจ้า หมายความว่า ทรงมีพระญาณอันเป็นกำลัง ๑๐ ประการ มี ฐานาฐานญาณ คือ ปรีชาหยั่งรู้ฐานะและสิ่งที่มิใช่ฐานะเป็นต้น (ป., ส.).

(๒) ทหาร เช่น กองพล ตรวจพล ยกพลขึ้นบก (ป., ส.).

(๓) สามัญ, ธรรมดา ๆ, พื้น ๆ, เช่น ของพล ๆ (ป., ส.).

(๔) ยศทหารและตำรวจสัญญาบัตร รองจากจอมพล (เดิมใช้ว่า นายพล). (ป., ส.).

…………..

คำที่เขียนว่า “พล” ในภาษาไทย :

– ถ้าใช้ตามลำพังอ่านว่า พน 

– ถ้ามีคำอื่นมาสมาสข้างท้ายอ่านว่า พน-ละ- ก็มี อ่านว่า พะ-ละ- ก็มี 

การประสมคำ : 

ยถา + สตฺติ = ยถาสตฺติ (ยะ-ถา-สัด-ติ) แปลว่า “ตามความสามารถ” 

ยถา + พล = ยถาพล (ยะ-ถา-พะ-ละ) แปลว่า “ตามกำลัง” 

“ยถาพล” ใช้เป็นกิริยาวิเสสนะ แจกด้วยทุติยาวิภัตติ เอกวจนะ เปลี่ยนรูปเป็น “ยถาพลํ”

พจนานุกรม บาลี-อังกฤษ แปล “ยถาสตฺติ” ว่า according to one’s power (ตามความสามารถ) และแปล “ยถาพลํ” ว่า according to one’s power or means (ตามกำลังหรือความสามารถ)

ขยายความ : 

“ยถาสตฺติ ยถาพลํ” เป็นคำที่มักจะมาคู่กัน เป็นหลักนิยมอย่างหนึ่งในภาษาบาลี

คำว่า “ยถาสตฺติ” นี้ นักเรียนบาลีมักจะ “หลงทาง” คือเข้าใจไปว่าเป็น “ยถาสติ” ทั้งนี้เพราะคุ้นกับศัพท์ว่า “สติ” ที่แปลว่า “ความระลึกได้” แต่ไม่คุ้นกับศัพท์ว่า “สตฺติ” 

ที่ถึงกับเข้าใจไปว่า “ยถาสตฺติ” เขียนผิด คำถูกคือ “ยถาสติ” – ขนาดนี้ก็มี

จึงขอย้ำว่า “ยถาสตฺติ” แปลว่า “ตามความสามารถ” เป็นคำที่ถูกต้อง 

–สตฺติ ไม่ใช่ –สติ 

“สตฺติ” = ความสามารถ

“สติ” = ความระลึกได้

เป็นคนละคำกัน

และในที่นี้ที่มาคู่กับ “ยถาพลํ” คือ “ยถาสตฺติ” ไม่ใช่ “ยถาสติ”

“ยถาสตฺติ” มีในพระไตรปิฎก

แต่ “ยถาสติ” ขณะที่เขียนนี้ยังไม่พบว่ามีในพระไตรปิฎก

“ยถาสตฺติ ยถาพลํ” บางแห่งท่านแปลรวมกันไปว่า “ตามกำลังความสามารถ” 

แต่มีบางแห่งท่านแปลทับศัพท์ “สตฺติ” เป็น “ตามสัตติกำลัง”

คำแปลว่า “ตามสัตติ…” นั่นเอง คนฟังได้ยินเป็น “ตามสติ…” เพราะไม่คุ้นกับคำว่า “…สัตติ…” จับมาพูดเป็น “ตามสติกำลัง” แล้วก็พูดตามกันไปโดยไม่มีใครสนใจว่าคำเดิมตามต้นฉบับท่านใช้ว่าอย่างไร

คำถูกกลายเป็นคำผิด

และคำผิดนี่เอง พูดกันมากเข้า เข้าใจผิดกันมากเข้า เลยกลายเป็นคำถูก 

ถูก-ตามที่เข้าใจผิด

ไม่ใช่ถูก-ตามหลักภาษา

เห็นหรือยังว่า การไม่ศึกษาสืบสวนค้นคว้า เอาแต่ทำตามกันไป เป็นต้นเหตุแห่งความวิปริตผิดพลาดได้อย่างไร

นักเรียนบาลีที่เรียนจบ สอบได้ สังคมชื่นชมกันเอิกเกริกในวันประกาศผลสอบ ตอนนี้กำลังทำอะไรกันอยู่?

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ภาษาเป็นสมบัติวัฒนธรรมประจำชาติ

: อย่าทำให้สมบัติพินาศเพราะเข้าใจผิดคิดเอาเอง

#บาลีวันละคำ (5,096) 

26-5-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *