บาลีวันละคำ

ปาราชิโก (บาลีวันละคำ 5,097)

ปาราชิโก

เป็นปาราชิกคือไม่ใช่พระ

อ่านว่า ปา-รา-ชิ-โก 

“ปาราชิโก” รูปคำเดิมเป็น “ปาราชิก” อ่านว่า ปา-รา-ชิ-กะ รากศัพท์มาจาก ปรา (ปะ-รา คำอุปสรรค = กลับความ) ชิ (ธาตุ = ชนะ) + ณฺวุ ปัจจัย, แปลง ณฺวุ เป็น อก (อะ-กะ), ทีฆะ อะ ที่ ป-(รา) เป็น อา “ด้วยอำนาจปัจจัยเนื่องด้วย ณ” (ปรา > ปารา) 

: ปรา + ชิ = ปราชิ + ณฺวุ = ปราชิณฺวุ > ปราชิก > ปาราชิก 

ข้างต้นบอกไว้ว่า “ปรา” คำอุปสรรคมีความหมายว่า “กลับความ” หมายถึง กลับความหมายของธาตุ ในที่นี้ คือ “ชิ” (ชิ-ธาตุ) ซึ่งมีความหมายว่า “ชนะ” แต่เมื่อมี “ปรา” มาประกอบเข้าข้างหน้าเป็น “ปราชิ” จึง “กลับความ” เป็นตรงกันข้าม จาก “ชนะ” กลับเป็น “พ่ายแพ้”

ดังนั้น “ปาราชิก” จึงแปลตามศัพท์ว่า “ผู้พ่ายแพ้”

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “ปาราชิก” ว่า one who has committed a grave transgression of the rules for bhikkhus; one who merits expulsion (ผู้ละเมิดกฎของภิกษุซึ่งมีโทษอย่างมหันต์; ผู้ซึ่งควรถูกขับไล่) 

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

“ปาราชิก : (คำนาม) ชื่ออาบัติหนักที่สุดในพระวินัย เมื่อภิกษุล่วงละเมิดแม้เพียงข้อใดข้อหนึ่งต้องขาดจากความเป็นภิกษุทันที บวชเป็นภิกษุอีกไม่ได้ มี ๔ ข้อ คือ ๑. เสพเมถุน ๒. ลักทรัพย์ ๓. ฆ่ามนุษย์ ๔. อวดอุตริมนุสธรรม. (คำวิเศษณ์) ผู้ละเมิดอาบัติปาราชิก เช่น พระปาราชิก. (ป.).”

“ปาราชิก” แจกด้วยวิภัตตินามที่หนึ่ง (ปฐมาวิภัตติ) เอกวจนะ ปุงลิงค์ เปลี่ยนรูปเป็น “ปาราชิโก”

ขยายความ : 

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “ปาราชิก” บอกไว้ว่า –

…………..

ปาราชิก : เป็นชื่ออาบัติหนักที่ภิกษุต้องเข้าแล้วขาดจากความเป็นภิกษุ, เป็นชื่อบุคคลผู้ที่พ่ายแพ้ คือ ต้องอาบัติปาราชิกที่ทำให้ขาดจากความเป็นภิกษุ, เป็นชื่อสิกขาบท ที่ปรับอาบัติหนักขั้นขาดจากความเป็นภิกษุ มี ๔ อย่าง คือ เสพเมถุน ลักของเขา ฆ่ามนุษย์ อวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีในตน

…………..

ในพระไตรปิฎกอันเป็นต้นฉบับแห่งพระธรรมวินัย ให้คำจำกัดความคำว่า “ปาราชิโก” ไว้ดังนี้ –

…………..

ปาราชิโก  โหตีติ  

คำว่า ปาราชิโก  โหติ (เป็นปาราชิก) หมายความว่า –

เสยฺยถาปิ  นาม  ปุริโส  สีสจฺฉินฺโน  อภพฺโพ  เตน  สรีรพนฺธเนน  ชีวิตุํ  

บุรุษถูกตัดศีรษะแล้วไม่อาจมีสรีระคุมกันมีชีวิตอยู่ได้ แม้ฉันใด

เอวเมว  ภิกฺขุ  เมถุนํ  ธมฺมํ  ปฏิเสวิตฺวา  อสฺสมโณ  โหติ  อสกฺยปุตฺติโย  

ภิกษุเสพเมถุนธรรม ย่อมไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร ฉันนั้นเหมือนกัน

เตน  วุจฺจติ  ปาราชิโก  โหตีติ  ฯ 

เพราะเหตุนั้น จึงตรัสว่า ปาราชิโก  โหติ (เป็นปาราชิก)

เสยฺยถาปิ  นาม  ปณฺฑุปลาโส  พนฺธนา  ปวุตฺโต  อภพฺโพ  หริตตฺตาย  

ใบไม้เหลืองหลุดจากขั้วแล้วไม่อาจจะเป็นของเขียวสดขึ้นได้ แม้ฉันใด

เอวเมว  ภิกฺขุ  ปาทํ  วา  ปาทารหํ  วา  อติเรกปาทํ  วา  อทินฺนํ  เถยฺยสงฺขาตํ  อาทิยิตฺวา  อสฺสมโณ  โหติ  อสกฺยปุตฺติโย  

ภิกษุถือเอาทรัพย์อันเขาไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมย หนึ่งบาทก็ดี เท่าราคาหนึ่งบาทก็ดี เกินกว่าหนึ่งบาทก็ดี ย่อมไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร ฉันนั้นเหมือนกัน

เตน  วุจฺจติ  ปาราชิโก  โหตีติ  ฯ 

เพราะเหตุนั้น จึงตรัสว่า ปาราชิโก  โหติ (เป็นปาราชิก)

เสยฺยถาปิ  นาม  ปุถุสิลา  เทฺวธา  ภินฺนา  อปฺปฏิสนฺธิกา  โหติ  

ก้อนหินแตกสองเสี่ยงต่อให้ติดสนิทเป็นเนื้อเดิมอีกไม่ได้ แม้ฉันใด 

เอวเมว  ภิกฺขุ  สญฺจิจฺจ  มนุสฺสวิคฺคหํ  ชีวิตา  โวโรเปตฺวา  อสฺสมโณ  โหติ  อสกฺยปุตฺติโย  

ภิกษุจงใจพรากชีวิตมนุษย์ ย่อมไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร ฉันนั้นเหมือนกัน

เตน  วุจฺจติ  ปาราชิโก  โหตีติ  ฯ 

เพราะเหตุนั้น จึงตรัสว่า ปาราชิโก  โหติ (เป็นปาราชิก)

เสยฺยถาปิ  นาม  ตาโล  มตฺถกจฺฉินฺโน  อภพฺโพ  ปุน  วิรุฬฺหิยา  

ตาลยอดด้วนไม่อาจจะงอกได้อีก ฉันใด 

เอวเมว  ภิกฺขุ  ปาปิจฺโฉ  อิจฺฉาปกโต  อสนฺตํ  อภูตํ  อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ  อุลฺลปิตฺวา  อสฺสมโณ  โหติ  อสกฺยปุตฺติโย  

ภิกษุตกอยู่ในอำนาจความอยาก ถูกความอยากครอบงำ พูดอวดอุตริมนุสธรรมอันไม่มีอยู่ อันไม่เป็นจริง ย่อมไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร ฉันนั้นเหมือนกัน

เตน  วุจฺจติ  ปาราชิโก  โหตีติ  ฯ 

เพราะเหตุนั้น จึงตรัสว่า ปาราชิโก  โหติ (เป็นปาราชิก)

ที่มา: วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ภาค 1 พระไตรปิฎกเล่ม 1 ข้อ 36, 98, 186, 235

…………..

ภิกษุที่ละเมิดอาบัติปาราชิก ท่านใช้คำเรียก 4 คำ คือ –

ปาราชิโก = ผู้พ่ายแพ้

อสํวาโส = ไม่มีสิทธิ์อยู่ร่วมกับภิกษุ

อสฺสมโณ = ไม่เป็นสมณะ

อสกฺยปุตฺติโย = ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร

ทุกคำมีความหมายร่วมกันว่า ขาดจากความเป็นภิกษุ คือที่เราพูดกันว่า ไม่เป็นพระ ไม่ใช่พระ

…………..

หมายเหตุ : ผู้เขียนบาลีวันละคำเห็นภาพข้อความที่มีผู้เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กบอกว่า พระปาราชิก ยังเป็นพระ แต่มีสถานะเป็น “อสังวาโส”

การบอกเช่นนี้ชวนให้เข้าใจผิดว่า พระที่ละเมิดอาบัติปาราชิกทำความผิดสำเร็จครบองค์ประกอบ ยังไม่ขาดจากความเป็นภิกษุ คือยังเป็นพระอยู่ 

นอกจากนี้ยังมีผู้อธิบายว่า พระที่ละเมิดอาบัติปาราชิก จะขาดจากความเป็นภิกษุต้องลาสิกขาก่อน ถ้ายังไม่ลาสิกขาก็ยังเป็นพระอยู่

และการลาสิกขาต้องทำเป็นพิธี ต้องมีภิกษุมาร่วมพิธีครบองค์สงฆ์ ถ้าไม่ได้ทำเป็นพิธีก็ถือว่าลาสิกขาไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลเป็นการลาสิกขา

แล้วยังอ้างเหตุผลว่า เมื่อบวช สงฆ์เป็นผู้อนุมัติให้เป็นภิกษุ ดังนั้น เมื่อลาสิกขา สงฆ์ก็ต้องเป็นผู้อนุมัติให้ลาสิกขา ถ้าสงฆ์ยังไม่อนุมัติก็ลาสิกขาไม่ได้ ก็คือยังคงเป็นพระอยู่-แม้จะต้องอาบัติปาราชิก

จะเห็นได้ว่า มีความพยายามทุกวิถีทาง พยายามอย่างยิ่งที่จะปกป้องพระที่ละเมิดอาบัติปาราชิกให้ยังคงเป็นพระอยู่ได้ต่อไป

โปรดเข้าใจให้ถูกต้องว่า ในตัวบทพระวินัยอันเป็นพุทธบัญญัติกำหนดไว้ว่า พระที่ละเมิดอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นภิกษุทันทีที่ทำความผิดสำเร็จครบองค์ประกอบ 

ดังนั้น แม้จะเลี่ยงไปเรียกว่า ยังเป็นพระ แต่มีสถานะเป็นอสังวาโส หรือมีสถานะเป็นอัสสมโณ หรือมีสถานะเป็นอสักยปุตติโย อย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม ก็คือขาดจากความเป็นภิกษุไปแล้วทั้งนั้น จะลาสิกขาหรือไม่ลาสิกขาก็ไม่เป็นพระไปแล้ว

ปาราชิโก = ไม่เป็นพระ

อสังวาโส = ไม่เป็นพระ

อัสสมโณ = ไม่เป็นพระ

อสักยปุตติโย = ไม่เป็นพระ

วิธีปกป้องพระที่ถูกต้องก็คือ คอยทักท้วงเตือนติงให้ท่านสำรวมระวังตัว อย่าละเมิดอาบัติ ไม่ว่าจะเป็นอาบัติหนักเบาแค่ไหนก็อย่าละเมิด ยิ่งอาบัติปาราชิกด้วยแล้วต้องละเว้นเด็ดขาด ช่วยกันเตือนพระให้ประพฤติอย่างนี้ จึงจะเป็นการปกป้องพระที่ถูกต้อง

ไม่ใช่ละเมิดอาบัติปาราชิกทำความผิดสำเร็จครบองค์ประกอบแล้ว ออกมาปกป้องว่าท่านยังเป็นพระอยู่ แบบนี้สวนทางกับพุทธบัญญัติตรง ๆ เต็ม ๆ ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง

…………..

ดูก่อนภราดา!

: เสพเมถุน หมดบุญเหมือนคนหัวขาด

: ฉ้อทรัพย์ หมดรสชาติเหมือนใบไม้หล่น

: ฆ่ามนุษย์ หมดกุศลเหมือนหินแตกสองเสี่ยง

: อวดคุณวิเศษ หมดเกลี้ยงเหมือนตาลยอดด้วน

#บาลีวันละคำ (5,097) 

27-5-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *