บาลีวันละคำ

ป่าชัฏ – รกชัฏ (บาลีวันละคำ 5,098)

ป่าชัฏ – รกชัฏ

หญ้าปากคอกอีกแล้ว

“ป่าชัฏ” อ่านว่า ป่า-ชัด

“รกชัฏ” อ่านว่า รก-ชัด

“ป่า” กับ “รก” เป็นคำไทย “ชัฏ” เป็นคำบาลี

(๑) “ป่า” 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

…………..

ป่า :

(๑) (คำนาม) ที่ที่มีต้นไม้ต่าง ๆ ขึ้นมา, ถ้าเป็นต้นสัก เรียกว่า ป่าสัก, ถ้าเป็นต้นรัง เรียกว่า ป่ารัง, ถ้ามีพรรณไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งขึ้นอยู่มาก ก็เรียกตามพรรณไม้นั้น เช่น ป่าไผ่ ป่าคา ป่าหญ้า

(๒) (คำที่ใช้ในกฎหมาย) ที่ดินรวมตลอดถึง ภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะ และที่ชายทะเล ที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมาย

(๓) (คำนาม) เรียกปลากัดหรือปลาเข็มที่เป็นพันธุ์เดิมตามธรรมชาติ ว่า ลูกป่า

(๔) (คำโบราณ) (คำนาม) เรียกตำบลที่มีของขายอย่างเดียวกันมาก ๆ เช่น ป่าถ่าน ป่าตะกั่ว.

(๕) (คำวิเศษณ์) ที่ได้มาจากป่าหรืออยู่ในป่า เช่น ของป่า ช้างป่า สัตว์ป่า คนป่า, ที่ห่างไกลความเจริญ เช่น บ้านป่า เมืองป่า.

(๖) (คำกริยา) ตีดะไป ในคำว่า ตีป่า.

…………..

(๒)“รก” 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “รก” ไว้ 2 คำ บอกไว้ดังนี้ – 

…………..

(1) รก ๑ :

(คำวิเศษณ์) ที่กระจัดกระจายอยู่เกลื่อนกลาดไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย เช่น ทิ้งกระดาษไว้รกบ้าน, ที่งอกหรือขึ้นรวมกันอยู่อย่างยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย เช่น หญ้ารก ป่ารก, น่ารำคาญเพราะไม่เป็นระเบียบ เช่น รกตา รกหู รกสมอง.

(2) รก ๒ :

(๑) (คำนาม) เครื่องสำหรับหล่อเลี้ยงเด็กในครรภ์แนบอยู่กับมดลูก มีสายล่ามมาที่สะดือเด็ก

(๒) (คำนาม) สิ่งที่เป็นเส้นคล้ายรากไม้ที่ห้อยอยู่ตามกิ่งไม้บางอย่างเช่นมะดัน เรียกว่า รกมะดัน, บางทีเป็นแผ่นห่อกาบไม้เช่นต้นมะพร้าว เรียกว่า รกมะพร้าว.

…………..

ในที่นี้ใช้ในความหมายตาม “รก ๑”

(๓) “ชัฏ” 

เขียนแบบบาลีเป็น “ชฏ” อ่านว่า ชะ-ตะ รากศัพท์มาจาก ชฏฺ (ธาตุ = รวมกัน) + อ (อะ) ปัจจัย 

: ชฏฺ + อ = ชฏ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่รวมกันยุ่ง” 

“ชฏ” มักใช้เป็น “ชฏา” พจนานุกรม บาลี-อังกฤษ บอกความหมายไว้ดังนี้ –

(1) the matted hair as worn by ascetics (มวยผมของพวกชฎิล) 

(2) the tangled branches of trees (กิ่งไม้ที่พันกัน) 

(3) [the tangle of] desire, lust ([ชัฎแห่ง] ความปรารถนา, ราคะ)

ในที่นี้ “ชฏ” ใช้ในความหมายตามข้อ (2) 

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน มีคำว่า “ชฏ” บอกไว้ดังนี้ –

(สะกดตามต้นฉบับ)

“ชฏ : (คำนาม) ผมอันหมุ่น-เกล้า-หรือพันกันยุ่ง (ดั่งพระเกศของพระศิวะเปนเจ้าและดาบสทั่วไป); รากไม้; ต้นตปัสวินี หรือชฏิลาโลมศา, ต้นนลทา, ต้นตรังตังช้าง; the matted hair (as worn by the god Śiva and by all ascetics ); the root of a tree; spikenard.”

“ชฏ” ในภาษาไทยใช้เป็น “ชัฏ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

“ชัฏ : (แบบ) (คำนาม) ป่าทึบ, ป่ารก, เซิง, เช่น ตัวก่านกาจชาติชัฏขน (ม. คำหลวง ทานกัณฑ์). (ป., ส. ชฏา).”

ป่า + ชัฏ = ป่าชัฏ (ป่า-ชัด) 

รก + ชัฏ = รกชัฏ (รก-ชัด) 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

(1) ป่าชัฏ : (คำนาม) ป่าที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น โดยมากเป็นไม้เลื้อยและไม้หนาม.

(2) รกชัฏ : (คำวิเศษณ์) รกยุ่ง, รกอย่างป่าทึบ.

โปรดสังเกต: 

“ป่าชัฏ” เป็นคำนาม

“รกชัฏ” เป็นคำวิเศษณ์

ขยายความ : 

คำว่า “ป่าชัฏ” และ “รกชัฏ” เป็นคำที่สื่อความหมายถึงสถานที่อันเป็นป่า และเมื่อพูดว่า “ป่า” ก็ชวนให้นึกถึงสถานที่สงบสงัดเหมาะแก่การบำเพ็ญธรรมของสมณะ และ 1 ในสถานที่บำเพ็ญธรรมของสมณะก็คือ “ป่าชัฏ”

ขอยกข้อความจากพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “สุญญาคาร” ซึ่งกล่าวถึงสถานที่บำเพ็ญธรรมไว้ดังนี้ – 

…………..

สุญญาคาร : “เรือนว่าง”, โดยนัย หมายถึง สถานที่ที่สงัด ปลอดคน ปราศจากเสียงรบกวน, มักมาในข้อความว่า “ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไปสู่ป่า ก็ดี ไปสู่โคนไม้ ก็ดี ไปสู่สุญญาคาร ก็ดี …” ซึ่งท่านมักอธิบายว่า สุญญาคาร ได้แก่ เสนาสนะ (อันสงัด) ทั้ง 7 ที่นอกจากป่าและโคนไม้ กล่าวคือ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง ลอมฟาง

…………..

ได้ความตามนี้ว่า เสนาสนะอันสงัดทั้ง 7 รวมกับป่าและโคนไม้เป็น 9 เป็นสถานที่เหมาะแก่การบำเพ็ญธรรม

สถานที่ทั้ง 9 มีศัพท์บาลีที่ควรรู้ดังนี้ –

(1) อรญฺญ (อะรัญญะ) = ป่า

(2) รุกฺขมูล (รุกขะมูละ) = โคนไม้

(3) ปพฺพต (ปัพพะตะ) = ภูเขา

(4) กนฺทรา (กันทะรา) = ซอกเขา

(5) คิริคุหา (คิริคุหา) = ถ้ำ

(6) สุสาน (สุสานะ) = ป่าช้า

(7) วนปตฺถ (วะนะปัตถะ) = ป่าชัฏ

(8 ) อพฺโภกาส (อัพโภกาสะ) = ที่แจ้ง 

(9) ปลาลปุญฺช (ปะลาละปุญชะ) = ลอมฟาง

โปรดสังเกตว่า “ป่าชัฏ” ตามรายการนี้ ศัพท์บาลีใช้ว่า “วนปตฺถ” ซึ่งควรจะต้องหาความรู้กันต่อไป

…………..

ดูก่อนภราดา!

คาเม  วา  ยทิ  วารญฺเญ 

นินฺเน  วา  ยทิ  วา  ถเล  

ยตฺถ  อรหนฺโต  วิหรนฺติ 

ตํ  ภูมิรามเณยฺยกํ.

ที่มา: รามเณยยกสูตร สคาถวรรค สังยุตนิกาย พระไตรปิฎกเล่ม 15 ข้อ 921

อยู่บ้านหรืออยู่ป่า

อยู่ธาราหรือแดนดอน

ใจแรมกิเลสรอน

ย่อมรื่นร่มล้วนรมณีย์

#บาลีวันละคำ (5,098) 

28-5-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *