บาลีวันละคำ

คฤหัสถ์ [2] (บาลีวันละคำ 5,120)

คฤหัสถ์ [2]

วัยครองเรือน

อ่านว่า คะ-รึ-หัด 

“คฤหัสถ์” เป็นรูปคำสันสกฤต บาลีเป็น “คหฏฺฐ” อ่านว่า คะ-หัด-ถะ รากศัพท์มาจาก คห (บ้าน, เรือน) + ฐา (ธาตุ = ดำรงอยู่) ซ้อน ฏ + กฺวิ ปัจจัย, ลบ กฺวิ, รัสสะ อา ที่ ฐา เป็น อะ (ฐา > ฐ) 

: คหฺ + ฏ + ฐา = คหฏฺฐา + กฺวิ = คหฏฺฐากฺวิ > คหฏฺฐา > คหฏฺฐ แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ดำรงอยู่ในเรือนหรือในกามคุณห้าด้วยอำนาจความยินดี” หมายถึง ผู้ครองเรือน, คฤหัสถ์ (a householder, one who leads the life of a layman)

บาลี “คหฏฺฐ” สันสกฤตเป็น “คฺฤหสฺถ” 

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ – 

“คฺฤหสฺถ : (คำวิเศษณ์) ‘คฤหัสถ์,’ ผู้ครองเรือน, สามานยชน, สาธารณชน, ฯลฯ; a householder, a layman.”

“คหฏฺฐ” ในภาษาไทยใช้ว่า “คฤหัสถ์” ตามรูปสันสกฤต พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“คฤหัสถ์ : (คำนาม) ผู้ครองเรือน, ผู้ไม่ใช่นักบวช, ฆราวาส, ภาษาปากใช้ว่า กระหัด. (ส. คฺฤหสฺถ; ป. คหฏฺฐ).”

ขยายความ : 

คำว่า “คฤหัสถ์” ในความหมายทั่วไปเป็นดังแสดงมา

แต่ “คฤหัสถ์” ยังมีความหมายพิเศษอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ หมายถึงช่วงวัยหนึ่งของชีวิตตามลัทธิของพราหมณ์อันว่าด้วย “อาศรม”

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “อาศรม” บอกไว้ดังนี้ –

…………..

อาศรม : ที่อยู่ของนักพรต; ตามลัทธิของพราหมณ์ ในยุคที่กลายเป็นฮินดูแล้วได้วางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของชาวฮินดูวรรณะสูง โดยเฉพาะวรรณะพราหมณ์ โดยแบ่งเป็นขั้นหรือช่วงระยะ ๔ ขั้น หรือ ๔ ช่วง เรียกว่า อาศรม ๔ กำหนดว่าชาวฮินดูวรรณะพราหมณ์ทุกคนจะต้องครองชีวิตให้ครบทั้ง ๔ อาศรมตามลำดับ (แต่ในทางปฏิบัติ น้อยคนนักได้ปฏิบัติเช่นนั้น โดยเฉพาะปัจจุบันไม่ได้ถือกันแล้ว) คือ 

๑. พรหมจารี เป็นนักเรียนศึกษาพระเวท ถือพรหมจรรย์ 

๒. คฤหัสถ์ เป็นผู้ครองเรือน มีภรรยาและมีบุตร 

๓. วานปรัสถ์ ออกอยู่ป่าเมื่อเห็นบุตรของบุตร 

๔. สันยาสี (เขียนเต็มเป็น สันนยาสี) เป็นผู้สละโลก มีผ้านุ่งผืนเดียว ถือภาชนะขออาหารและหม้อน้ำเป็นสมบัติ จาริกภิกขาจารเรื่อยไปไม่ยุ่งเกี่ยวกับชาวโลก 

(ปราชญ์บางท่านว่าพราหมณ์ได้ความคิดจากพระพุทธศาสนาไปปรับปรุงจัดวางระบบของตนขึ้น เช่น สันยาสี ตรงกับภิกษุ แต่หาเหมือนกันจริงไม่)

แถม :

ขอขยายความตามสำนวนของผู้เขียนบาลีวันละคำว่า ในวัฒนธรรมพราหมณ์กำหนดการบริหารชีวิตในช่วงวัยต่าง ๆ โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วง หรือ 4 อาศรม

อาศรมที่ 1 เรียกว่า “พรหมจารี” พอจะแปลได้ว่า “วัยบริสุทธิ์” หรือ “วัยเรียนรู้” คือศึกษาเล่าเรียนวิทยาการต่าง ๆ เป็นการเตรียมความพร้อมที่จะใช้ชีวิตในช่วงต่อไป

อาศรมที่ 2 เรียกว่า “คฤหัสถ์” พอจะแปลได้ว่า “วัยครองเรือน” คือมีคู่ครอง ตั้งครอบครัว ทำมาหากิน หาทรัพย์ให้เป็นหลักฐานมั่นคง 

อาศรมที่ 3 เรียกว่า “วานปรัสถ์” หรือ “วนปรัสถะ” พอจะแปลได้ว่า “วัยออกป่า” คือเมื่อลูกหลานเติบโตมีครอบครัวแล้ว ตนเองก็เข้าป่าจำศีลถือพรตบำเพ็ญตบะสร้างสาระในบั้นปลายชีวิตต่อไป 

อาศรมที่ 4 เรียกว่า “สันยาสี” พอจะแปลได้ว่า “วัยสละโลก” คือปล่อยวางหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ติดข้องอยู่กับอะไรหมด เป็นช่วงชีวิตที่อยู่ต่อไปจาก “วานปรัสถ์” อีกทีหนึ่ง เป็นวัยเตรียมพร้อมที่จะไปอยู่กับพรหม

ถ้าเอาอายุ 100 ปีเป็นเกณฑ์มาตรฐาน ก็จะใช้เวลาอาศรมละ 25 ปีพอดี 

ตั้งแต่เกิดจนอายุ 25 เป็น “พรหมจารี” วัยบริสุทธิ์หรือวัยเรียนรู้ 

อายุ 25 ถึง 50 เป็น “คฤหัสถ์” วัยครองเรือน

อายุ 50 ถึง 75 เป็น “วานปรัสถ์” วัยออกป่า

อายุ 75 ถึง 100 เป็น “สันยาสี” วัยสละโลก

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ไม่มีเรือนให้ครองไม่ต้องน้อยใจ

: โลกอันกว้างใหญ่เป็นเรือนอยู่แล้วในตัว

#บาลีวันละคำ (5,120) 

19-6-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *