สังฆาฏิ (บาลีวันละคำ 2,272)

สังฆาฏิ

พาดบ่าไว้ทำไม?

อ่านว่า สัง-คา-ติ

สังฆาฏิ” บาลีเป็น “สงฺฆาฏิ” (สัง-คา-ติ) รากศัพท์มาจาก สํ (คำอุปสรรค = พร้อมกัน, ร่วมกัน) + ฆฏฺ (ธาตุ = เบียดเสียด, เสียดสี) + อิ ปัจจัย, แปลงนิคหิตที่ สํ เป็น งฺ (สํ > สงฺ), “ทีฆะต้นธาตุ” คือ อะ ที่ -(ฏฺ) เป็น อา (ฆฏฺ > ฆาฏ)

: สํ > สงฺ + ฆฏฺ = สงฺฆฏฺ + อิ = สงฺฆฏิ > สงฺฆาฏิ (อิตถีลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ผ้าที่เบียดเสียดร่างกาย” หมายถึง ผ้าห่มกันหนาว

สงฺฆาฏิ” เขียนในภาษาไทยเป็น “สังฆาฏิ

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “สงฺฆาฏิ” ว่า one of the three robes of a Buddhist (หนึ่งในผ้าสามผืนของภิกษุ)

ปทานุกรม บาลี-ไทย-อังกฤษ-สันสกฤต ของกรมพระจันทบุรีนฤนาถ แปล “สงฺฆาฏิ” เป็นอังกฤษว่า double-thick outer robe of a Buddhist monk.

พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ไทย-อังกฤษ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต แปล “สังฆาฏิ” เป็นอังกฤษว่า the outer robe of a Buddhist monk.

พจนานุกรม สอ เสถบุตร แปล “สังฆาฏิ” เป็นอังกฤษว่า a yellow piece of cloth worn by a priest as protection against cold

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

สังฆาฏิ : (คำนาม) ผ้าคลุมกันหนาวที่ภิกษุใช้ทาบบนจีวร ตามปรกติใช้พับพาดบ่าซ้ายในพิธีสงฆ์. (ป.; ส. สํฆาฏิ).”

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต บอกไว้ว่า –

สังฆาฏิ : ผ้าทาบ, ผ้าคลุมกันหนาวที่พระใช้ทาบบนจีวร เป็นผ้าผืนหนึ่งในสามผืนที่เรียกว่า ไตรจีวร.”

หนังสือวินัยมุข เล่ม 2 กัณฑ์ที่ 12 บริขารบริโภค พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ตอนหนึ่งกล่าวถึง “สังฆาฏิ” ไว้ดังนี้ –

…………….

… ในคราวเป็นลำดับมา ทรงอนุญาตผ้าสังฆาฏิเติมขึ้นอีกผืนหนึ่งเพื่อใช้ในฤดูหนาว. มีเรื่องเล่าว่า ทรงลองห่มจีวรดูในหน้าหนาวจัด ในที่แจ้งชั้นหนึ่งพอชั่วยามหนึ่ง ตลอดราตรี ๓ ชั้นจึงพอ จึงทรงอนุญาตสังฆาฏิ ๒ ชั้นเพิ่มขึ้นอีกผืนหนึ่ง เข้ากับอุตราสงค์ชั้นเดียว จะได้เป็น ๓ ชั้น.

จำนวนจีวร ๓ ผืนนี้คงที่ตลอดมา เรียก “ติจีวรํ” แปลทับศัพท์ว่าไตรจีวร คือจีวร ๓ ผืน มีชื่อว่าสังฆาฏิ เป็นผ้าสำหรับใช้ห่มหนาวหรือซ้อนนอก ๑ อุตราสงค์ เป็นผ้าห่ม ๑ อันตรวาสก เป็นผ้านุ่ง ๑. สังฆาฏินั้นแม้เป็นของทรงอนุญาตขึ้นแล้ว แต่ใช้อย่างไรได้ความไม่ชัด ในพระสูตรกล่าวว่า พระสาวกปูถวายพระศาสดาเสด็จนั่งบ้าง ผทมบ้าง, ในพระวินัยกล่าวว่า ใช้ซ้อนห่มเข้าบ้าน แต่ในเวลาเข้าประชุมสงฆ์ในอารามใช้อย่างไรไม่กล่าวถึง ไม่ได้กล่าวว่าใช้พาดบ่า และมีภิกษุในเมืองเราเท่านั้นใช้พาดบ่า พระพม่า พระลังกาใช้ห่มซ้อนไปด้วยกันในเวลาเข้าบ้าน ในวัดไม่ได้ใช้.

ที่มา: วินัยมุข เล่ม 2 หน้า 11-12

…………….

อภิปราย :

เป็นอันได้ความว่า “สังฆาฏิ” ก็คือผ้าห่มกันหนาว รูปร่างก็เหมือน “อุตราสงค์” หรือที่คำไทยเรียกกันว่า “จีวร” นั่นเอง จะพูดว่า “สังฆาฏิ” คือจีวรผืนที่สองก็ได้ กำหนดให้ภิกษุต้องมีไว้เป็นผืนหนึ่งในจำนวน “ไตรจีวร” สำหรับใช้ในฤดูที่มีอากาศหนาว

ในเมืองไทยโดยปกติอากาศไม่หนาวจัด ดังนั้นพระสงฆ์ในเมืองไทยจึงแทบจะไม่ได้ใช้ผ้าสังฆาฏิห่มกันหนาวตามวัตถุประสงค์ แต่จะไม่มีก็ไม่ได้เพราะพระวินัยกำหนดไว้ให้ต้องมีเป็น 1 ในบริขาร 8 (อัฐบริขาร)

เมื่อจำต้องมีและต้องนำติดตัวไว้เสมอตามพระวินัย จะห่มเหมือนจีวรก็เกินจำเป็น กิริยานำไปที่สะดวกที่สุดก็คือพาดบ่าไป (ขอให้นึกถึงผ้าขาวม้าพาดบ่าของชาวบ้าน) และเพื่อมิให้รุ่ยร่ายรุงรังก็จึงนิยมพับให้เรียบร้อย การพับตามยาวแล้วพาดบ่าน่าจะเป็นอาการที่รัดกุมดีกว่าวิธีอื่น และนี่เองน่าจะเป็นที่มาของการที่พระสงฆ์ไทยใช้สังฆาฏิพาดบ่าจนกลายเป็นแบบแผนการครองจีวรดังที่พจนานุกรมฯ บอกไว้ว่า “ใช้พับพาดบ่าซ้ายในพิธีสงฆ์”

เรามองเห็นแต่พระท่านใช้สังฆาฏิพาดบ่า ถ้าไม่ศึกษาสืบค้นให้รู้ความเป็นจริงที่เป็นมา ก็อาจจะเข้าใจไปตามที่ตามองเห็นว่า “สังฆาฏิ” มีไว้สำหรับพาดบ่า

แต่จะพาดบ่าไว้เพื่อประโยชน์อะไรก็คิดไม่ออก เมื่อคิดไม่ออกก็อาจจะคิดเลยต่อไปอีกว่า เครื่องนุ่งห่มของพระนี่ดูไปก็ไม่ค่อยมีเหตุผล

หลักพระธรรมวินัยเป็นอันมากที่คนสมัยใหม่มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผล ก็มีมูลแบบเดียวกันนี้ คือไม่ชอบศึกษาสืบค้น เอาแต่ความเข้าใจของตนเป็นที่ตั้ง

…………..

บาลีวันละคำชุด:-

: ช่วยกันสืบทอดพระศาสนา

: ช่วยกันรู้ภาษาพระธรรมวินัย

…………..

ดูก่อนภราดา!

ทุกสิ่งที่ตาเห็น

อาจไม่เป็นอย่างใจคิด

จงแจกแจงจนแจ้งจิต

จึงเจาะจงตกลงใจ

————–

ภาพประกอบ: จาก google

#บาลีวันละคำ (2,272)

1-9-61

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *