มนุษย์หนังสือ

มนุษย์หนังสือ

————–

มนุษย์ยุคนี้เริ่มจะถ่ายอะไรๆ จากสมองหรือความจำไปเก็บไว้ในอุปกรณ์ไฮเทค-เช่นโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่

ถ่ายจากความจำไปเก็บไว้ในเล่มกระดาษ-เช่นบทสวดมนต์

เวลาจะทำสิ่งที่เรียกว่า “สวดมนต์” ก็เปิดอ่านจากกระดาษ

เวลานี้เอาบทสวดมนต์ไปเก็บไว้ในโทรศัพท์ด้วย 

เวลาจะ “สวดมนต์” ก็เปิดอ่านจากโทรศัพท์

ที่ต้องไม่ต้อง “สวด” เอง แต่เปิดฟังจากโทรศัพท์ก็มีทำกัน

แปลว่า ในสมอง ในจิตใจ ในความจำ เริ่มจะไม่มีอะไรเหลืออยู่กันแล้ว

ผมเคยพูดประชดว่า ในอนาคต คนเราเจอกัน จะทักกัน ต้องเปิดอุปกรณ์ไฮเทคก่อน เพราะในสมองไม่ได้เก็บคำทักไว้ จำไม่ได้ว่าต้องทักกันอย่างไร

…………………..

นานมาแล้ว ผมเคยดูหนังเรื่องหนึ่งครับ ชื่อเรื่องอะไรจำไม่ได้ ใครแสดงจำไม่ได้ รายละเอียดของเรื่องเป็นอย่างไรก็จำไม่ได้

เห็นไหม อย่าว่าแต่ใครเลย ตัวเองก็ไม่จำ

แต่จำได้แม่นว่า-เค้าโครงหนังเรื่องนั้นก็คือ เกิดปัญหาผู้ปกครองประเทศต้องการจะทำลายหนังสือให้หมดไปจากประเทศ 

ผู้คนในเมืองนั้นที่รักหนังสือ รักการอ่าน ก็เลยแบ่งหน้าที่กันท่องจำหนังสือเป็นเล่มๆ 

ถ้าเทียบกับหนังสือไทยก็อย่างเช่น ขุนช้างขุนแผนก็มีคนท่องจำคนหนึ่ง พระอภัยมณีก็คนหนึ่ง สามก๊กก็คนหนึ่ง 

ไปไหนมาไหน เจอกัน ก็เรียกชื่อกันเป็นชื่อหนังสือ เช่น คุณขุนช้างขุนแผน คุณพระอภัยมณี คุณสามก๊ก 

ใครอยากอ่านเล่มไหน ก็ให้คุณนั้นๆ ท่องออกมาให้ฟัง

ด้วยวิธีนี้ แม้หนังสือที่เป็นเล่มกระดาษจะถูกเผาทำลายหมดทั้งเมือง แต่หนังสือที่อยู่ตัวของแต่ละคนจะยังคงอยู่ 

และหากกำหนดให้ท่องจำถ่ายทอดสืบต่อกันไปจากรุ่นสู่รุ่น หนังสือที่เป็นคนนี้ก็จะอยู่ยั่งยืนไปตลอดกาลนาน-เท่าที่ยังมีคนรับถ่ายทอดสืบกันไป

ผมดูหนังเรื่องนี้มาหลายสิบปีแล้ว แนวคิดไม่ธรรมดา

…………………..

ถ้ามนุษย์คิดจะฝากความจำไว้กับเครื่องจักรกลอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่สมองของตัวเองจะไม่ยอมจำอะไรเลย-ดังที่เริ่มเป็นกันมากแล้วในเวลานี้ เช่นเมื่อก่อนจำเบอร์โทรศัพท์ได้ แต่เดี๋ยวนี้-“อยู่ในเครื่อง” อะไรๆ ก็ชักจะ “อยู่ในเครื่อง” กันมากขึ้น

ถ้าในอนาคต เกิดมีผู้มีอำนาจสั่งทำลายเครื่องจักรกลชนิดนั้นให้สูญสิ้นหมด-เหมือนกับที่สั่งเผาทำลายหนังสือที่เป็นเล่มกระดาษแบบในหนังเรื่องนั้น

มนุษย์จะเหลืออะไร-ถ้าในสมอง ในจิตใจ ในความคิด ไม่ได้จดจำอะไรไว้เลย?

ผมหวังว่าฟิล์มหรือไฟล์หนังเรื่องนั้นคงยังไม่ได้ถูกทำลายหายไปจากโลก ใครมีอุตสาหะ ลองไปควานหามาดูเพื่อสร้างแรงบันดาลใจกันนะครับ

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

๑๖:๓๓

……………………………………..

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *