ช่วยกันทำให้ มส. ตื่น เราก็จะได้มติ

ช่วยกันทำให้ มส. ตื่น เราก็จะได้มติ

———————————

มีเรื่องแทรกอีกแล้วครับ

มีญาติมิตรหลายท่านส่งเรื่องกฐินพระรูปเดียว ซึ่งเป็นคำอธิบายของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ. ปยุตฺโต มาให้ผม 

ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ขอเรียนว่า เรื่องนี้ผมเคยอ่านแล้ว พระเดชพระคุณท่านอธิบายเรื่องนี้มานานแล้วด้วย 

ปัญหาเรื่องกฐินที่เกิดขึ้นวันนี้ อุปมาให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนมีคนก่อเหตุอะไรขึ้นอย่างหนึ่งที่น่าจะผิดกฎหมาย 

แล้วก็มีคนมามุงดู 

คนที่มามุงดูต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา 

บ้างว่าทำผิด 

บ้างว่าไม่ได้ทำผิด 

บ้างก็ว่าผิดอย่างนั้น 

บ้างก็ว่าผิดอย่างนี้

ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมายังที่เกิดเหตุ 

ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ

ส่งเรื่องให้อัยการ

อัยการส่งฟ้องศาล

ศาลตัดสิน 

เรื่องก็จบ

เรื่องกฐินนี่ก็เช่นเดียวกัน 

ไม่ใช่จบที่คำอธิบายหรือความเห็นของท่านผู้ใด 

แต่ต้องจบที่มหาเถรสมาคม 

ปัญหาเกี่ยวกับพระธรรมวินัยต้องให้มหาเถรสมาคมตัดสินทุกเรื่องหรือ?

ไม่ใช่ทุกเรื่อง 

เรื่องอะไรที่ประเด็นชัดเจนอยู่แล้ว ก็ใช้หลักพระธรรมวินัยตัดสินได้เลย

เช่น ภิกษุบริโภคอาหารในเวลาวิกาล ผิดหรือไม่ผิด 

สิกขาบทที่บัญญัติห้ามไว้ มีชัดเจน

บริโภคคือทำอะไร ชัดเจน

อาหารคืออะไร ชัดเจน

เวลาวิกาลคือเวลาอะไร ชัดเจน

แบบนี้ไม่ต้องให้มหาเถรสมาคมตัดสิน 

เอาหลักพระวินัยมาตัดสินได้เลย

แต่เรื่องกฐินไม่ใช่แบบนี้

เรื่องกฐินมีเงื่อนไขเงื่อนแง่ซับซ้อน 

ทำอย่างไรผิด ทำอย่างไรไม่ผิด 

ต้องมีคำวินิจฉัยที่ละเอียดชัดเจน

จะตัดสินทำกันเองในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็ไม่ได้

กลุ่มนี้ว่าทำอย่างนี้ได้ กลุ่มโน้นแย้งว่าทำไม่ได้

กลุ่มโน้นว่าทำอย่างโน้นไม่ได้ กลุ่มนี้แย้งว่าทำได้

กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอธิบายอย่างนี้ ตัดสินแบบนี้ คนอื่นกลุ่มอื่นสามารถแย้งค้านได้ ไม่เห็นด้วยได้ ไม่ทำตามได้

เกิดความลักลั่น

เกิดจลาจลทางพระวินัย

เรื่องไม่จบ

คำวินิจฉัยตัดสินจึงต้องมาจากศูนย์กลางของคณะสงฆ์ คือมหาเถรสมาคม

คำวินิจฉัยตัดสินของมหาเถรสมาคมถือเป็นสิ้นสุดยุติเด็ดขาด ไม่ปฏิบัติตามไม่ได้

คำวินิจฉัยตัดสินของมหาเถรสมาคมมาจากไหน?

ก็มาจากหลักในพระธรรมวินัย 

ไม่ใช่คิดขึ้นเอง

ความจริงคำอธิบายหรือความเห็นของท่านผู้นั้นท่านผู้โน้น รวมทั้งคำอธิบายของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ. ปยุตฺโต ท่านก็อ้างอิงเอามาจากหลักพระธรรมวินัยนั่นเอง เพียงแต่ยังเป็นความเห็นของบุคคล ยังอาจมีคนแย้งค้าน และไม่ทำตามได้

ต้องเป็นความเห็นสูงสุดคือมติของมหาเถรสมาคมจึงจะสิ้นสุดยุติ

มติของมหาเถรสมาคมก็อาจจะเอามาหรือตรงกับคำอธิบายของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จฯ หรือตรงกับคำอธิบายของท่านผู้นั้นผู้นี้อีกก็เป็นได้ แต่คราวนี้จะไม่ใช่ความเห็นของบุคคล แต่เป็นมติของส่วนรวมที่ต้องถือปฏิบัติเป็นแบบเดียวกันทั่วสังฆมณฑล 

เพราะฉะนั้น ใครมีความเห็นอย่างไร หรือใครไปได้ความเห็นของใครมาจากไหน ไม่ต้องเอามาถกเถียงกับผม หรือเอามาถกเถียงกันเอง ทำแบบนั้นเรื่องไม่มีวันจบ

เอาไปถวายมหาเถรสมาคมโดยตรงได้เลย

แล้วก็ช่วยกันปลุกให้ท่านลุกขึ้นมาวินิจฉัยด้วยนะขอรับ

ผมปลุกท่านมานานแล้ว ท่านยังไม่ตื่น

 

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๓

๑๔:๐๔

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น