เมื่อคุณปู่ลาไปเยี่ยมหลานสาว

เมื่อคุณปู่ลาไปเยี่ยมหลานสาว

—————————-

ผมมีหลานปู่คนแรก เกิดเมื่อวันที่  ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘ 

ตรงกับวันออกพรรษาปีนี้พอดี จำได้ง่ายดีด้วย

หลานผมชื่อ “ฟ้าสรร” ครับ ผมตั้งให้เอง

พ่อของหลาน-คือลูกชายคนเล็กของผม-จองชื่อจากผมตั้งแต่ลูกเพิ่งอยู่ในท้องได้ไม่กีวัน ผมก็เตรียมตั้งชื่อไว้ในใจเป็นเดือน

พอคลอดปุ๊บ ผมก็บอกชื่อที่คิดไว้ปั๊บ

ปรากฏว่าชื่อที่ผมคิดไว้นั้นไปตรงกับชื่อของน้าของหลาน-คือน้องของลูกสะใภ้ (ถ้างง ก็ค่อยๆ อ่านใหม่) โดยที่ผมไม่ได้รู้และไม่ได้นึกมาก่อน

ทีแรกผมก็ยืนยันว่าขอให้ใช้ชื่อนั้นแหละ อุตส่าห์คิดไว้เป็นเดือน คนในครอบครัวก็พูดกันว่าชื่อเพราะเสียด้วย เสียดาย

ระหว่าง “ฉันเพล” วันนั้น (วันนั้นเป็นวันพระ ผมถือศีลอุโบสถ) ผมมาคิดดูใหม่ อย่าเลย ซ้ำก็ตั้งใหม่ดีกว่า 

แล้วก็คิดได้ก่อนฉันเพลเสร็จนั่นเอง

พ่อชื่อ “สร” แม่ชื่อ “ฝน”

ผมก็เลยเอาเสียงชื่อแม่กับอักษรชื่อพ่อมาผสมกัน เป็น “ฟ้าสรร”

มีความหมายว่า ฟ้าเลือกแล้วส่งมาเกิด หรือผู้ที่เกิดมาด้วยความสูงส่งดีงาม

ชื่อเล่น- “ฟ้า”

เป็นอันว่าชื่อที่คิดล่วงหน้าเป็นเดือนไม่ได้ใช้

มาใช้ชื่อที่คิดขึ้นมาได้ไม่กี่นาที

เล่าเหมือนคนเห่อหลาน แต่ไม่ใช่ 

เล่าไว้เผื่อหลานโตขึ้นจะได้รู้ว่าชื่อของตัวเองเป็นมาอย่างไร

เวลานี้ผมเจอปัญหานี้บ่อยๆ คือมีคนชอบมาขอให้แปลความหมายของชื่อตัวเอง ผมก็บอกว่าชื่อเฉพาะตัวควรให้คนตั้งชื่อเป็นคนแปล เพราะคนตั้งจะรู้เจตนาของการตั้งได้ดีที่สุด 

เกือบร้อยทั้งร้อยบอกว่าคนตั้งเองก็ไม่รู้ 

หลายๆ คนบอกว่าไม่รู้ว่าใครตั้งด้วยซ้ำ

แล้วชื่อคนรุ่นใหม่ๆ นี่ก็แปลก ดูหน้าตาเหมือนบาลีสันสกฤต แต่ค้นหารากคำไม่เจอ

ก็เล่นเอาอักษรจากคำโน้นตัวหนึ่ง จากคำนี้ตัวหนึ่งมาผสมกัน

เกิดเป็นคำใหม่ ฟังดูหรูหราอลังการมาก

เช่น ภิษณธินี วริณลณี รุษาวมณ

ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร 

————-

คนในครอบครัวลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าผมต้องไปเยี่ยมหลาน

ผมก็เลยต้องออกเดินทางจากราชบุรี เข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘)

ยังไม่ได้กำหนดว่าจะกลับเมื่อไร

ถ้าผมอยู่บ้านที่ราชบุรี วันนี้ผมคงสามารถขน “ทอดกฐินให้ถูกวิธี” กับ “ถวายเงินให้ถูกวิธี” ไปส่งไปรษณีย์ได้อีกงวดหนึ่ง

คือว่า ก่อนมากรุงเทพฯ ผมเตรียมจ่าหน้าซองงวดใหม่ไว้แล้ว-งวดนี้มีประมาณเกือบ ๓๐๐-พิมพ์เป็นแผ่นรวมรายชื่อ-ที่อยู่ออกมาแล้ว 

รอตัดเป็นชื่อๆ แล้วปิดหน้าซอง 

ปิดแสตมป์ 

ประทับตราชื่อผู้ส่ง 

ประทับตรา “สิ่งตีพิมพ์” 

บรรจุหนังสือเข้าซอง 

ผนึกซอง

แล้วขนขึ้นรถ เอาไปส่งไปรษณีย์ 

งานทั้งปวงดังว่านี้ ผมเตรียมจะทำอยู่แล้ว ก็พอดีต้องมาค้างบ้านหลานที่กรุงเทพฯ

ก็เลยต้องวางงานธรรมทานค้างไว้ที่บ้านก่อน

กลับบ้านที่ราชบุรีเมื่อไรค่อยไปดำเนินการ

เพราะฉะนั้น ญาติมิตรที่ขอมาทั้งเก่าทั้งใหม่ ขอความกรุณาสวดมนต์รอไปก่อนสักพักหนึ่งนะครับ

ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย

————

ป.ล.

พี่สะใภ้ผมเป็นชาวชนบทขนานแท้และดั้งเดิม เมื่อไม่นานมานี้ผมพามาเที่ยวกรุงเทพฯ ค้างอยู่คืนหนึ่ง รุ่งขึ้นกระซิบบอกผมว่า “นี่ถ้าให้ฉันอยู่ต่อไม่เกิน ๓ คืน ไข้ขึ้นแน่”

ผมโชคดีที่เป็นลูกครึ่ง 

เกิดและโตในชนบท 

แต่ทำงานในกรุงเทพฯ 

เพราะฉะนั้น ผมอยู่ได้สบายทั้งสองน้ำ 

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *