บาลีวันละคำ

โลกีย์ – โลกุตร์ (บาลีวันละคำ 4,903)

โลกีย์โลกุตร์ 

คู่คำ – คู่ธรรม

อ่านว่า โล-กี โล-กุด

(๑) “โลกีย์

บาลีเป็น “โลกิย” อ่านว่า โล-กิ-ยะ รากศัพท์มาจาก โลก + อิย ปัจจัย

(ก) “โลก” บาลี (ปุงลิงค์) อ่านว่า โล-กะ

: ในแง่ภาษา

(1) “โลก” มีรากศัพท์มาจาก ลุชฺ (ธาตุ = พินาศ) + ปัจจัย แปลง เป็น แผลง อุ เป็น โอ

: ลุชฺ > ลุก > โลก + = โลกณ > โลก แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่จะพินาศไป

(2) “โลก” มีรากศัพท์มาจาก ลุจฺ (ธาตุ = ย่อยยับ, พินาศ) + (อะ) ปัจจัย แปลง เป็น แผลง อุ เป็น โอ

: ลุจฺ > ลุก > โลก + = โลก แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่จะย่อยยับไป” 

(3) “โลก” มีรากศัพท์มาจาก โลกฺ (ธาตุ = เห็น, ปรากฏ) + (อะ) ปัจจัย

: โลก + = โลก แปลตามศัพท์ว่า “ร่างอันเขาเห็นอยู่

(4) “โลก” มีรากศัพท์มาจาก โลกฺ (ธาตุ = ตั้งอยู่) + (อะ) ปัจจัย

: โลก + = โลก แปลตามศัพท์ว่า “ร่างเป็นที่ตั้งอยู่แห่งบุญบาปและผลแห่งบุญบาปนั้น

: ในแง่ความหมาย

(1) โลก หมายถึง ดินแดน แผ่นดิน วัตถุธาตุ หรือดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง คือโลกที่เรามองเห็นและอาศัยอยู่นี้ รวมทั้งดาวดวงอื่น

(2) โลก หมายถึง สิ่งมีชีวิต เช่น คน สัตว์ เช่นในคำว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม 

(3) โลก หมายถึง สังคม หมู่ชน ชุมชน เช่นในคำว่า โลกติเตียน เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

(4) โลก หมายถึง ชีวิต อันประกอบด้วยร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม ของแต่ละคน ที่สำนวนเก่าเรียกว่า “โลกคือกายยาววา หนาคืบ กว้างศอก”

(5) โลก หมายถึงวิสัยหรือธรรมดาของโลก เช่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย พบ พราก ได้ เสีย อิ่ม อด สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์

(6) โลก หมายถึง ค่านิยม ความคิดจิตใจ ความประพฤติแบบหนึ่ง ที่ตรงกันข้ามกับ “ธรรม” เช่น ดื่ม กิน เที่ยว เสพสุข เป็น “โลก” สงบ สำรวม ควบคุมขัดเกลาตนเอง เป็น “ธรรม

(ข) โลก + อิย = โลกิย แปลตามศัพท์ว่า “เกี่ยวข้องกับโลก” “ตั้งอยู่ในโลก” “อันเป็นของโลก” (belonging to the world)

โลกิย” ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) ทั่วโลก, ครอบคลุมทั่วโลก, มีชื่อเสียง, มีกิตติศัพท์ (world-wide, covering the whole world, famed, widely known)

(2) เป็นของโลก, พลเมืองหรือผู้อยู่ประจำโลก (belonging to the world of, an inhabitant of as lokika

(3) สามัญ, ทั่วไป, เป็นธรรมดาโลก (common, general, worldly)

(4) (ความหมายพิเศษเมื่อใช้ตรงกันข้ามกับ โลกุตฺตร) ทางโลก, ทางโลกีย์ (worldly, mundane)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

โลกิย-, โลกิยะ, โลกีย์ : (คำวิเศษณ์) เกี่ยวกับโลก, ทางโลก, ธรรมดาโลก, ของโลก, ตรงข้ามกับ โลกุตระ, เช่น โลกิยธรรม เรื่องโลกิยะ, โดยปริยายหมายถึงที่เกี่ยวกับกามารมณ์ เช่น เรื่องโลกีย์. (ป.; ส. เลากฺย).”

(๒) “โลกุตร์” 

อ่านโดยประสงค์ว่า โล-กุด ประกอบด้วยคำว่า โลก + อุตร์

(ก) “โลก” ดูที่ “โลกีย์” ข้างต้น

(ข) “อุตร์” สะกดเช่นนี้โดยประสงค์ รูปคำบาลีเป็น “อุตฺตร” อ่านว่า อุด-ตะ-ระ รากศัพท์มาจาก อุ (คำอุปสรรค = ขึ้น, นอก) + ตรฺ (ธาตุ = ข้าม) + (อะ) ปัจจัย, ซ้อน ตฺ ระหว่างอุปสรรคกับธาตุ

: อุ + ตฺ + ตรฺ = อุตฺตรฺ + = อุตฺตร แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งเป็นเครื่องข้ามขึ้นไป” 

อุตฺตร” ใช้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายดังนี้ –

(1) สูงกว่า, ดีกว่า, ยอดกว่า, เหนือกว่า (higher, high, superior, upper)

(2) ทางทิศเหนือ (northern)

(3) ภายหลัง, หลังจาก, ถัดออกไป (subsequent, following, second)

(4) เกินกว่า, เหนือไปกว่า (over, beyond)

โลก + อุตฺตร = โลกุตฺตร (โล-กุด-ตะ-ระ) แปลตามศัพท์ว่า “เหนือขึ้นไปจากโลก” 

โลกุตฺตร” ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ – 

(1) สูงสุดในโลก, ดีที่สุด, ดีเลิศ (the highest of the world, best, sublime)

(2) พ้นโลก, เหนือโลก, ดีเยี่ยม (beyond these worlds, supra-mundane, transcendental)

บาลี “โลกุตฺตร” ในภาษาไทยตัด ออกตัวหนึ่งตามหลักนิยม ใช้เป็น “โลกุตร-” (มีคำอื่นมาสมาสข้างท้าย) และ “โลกุตระ” 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

โลกุตร-, โลกุตระ : (คำวิเศษณ์) เหนือโลก, พ้นวิสัยของโลก, เช่น โลกุตรธรรม เรื่องโลกุตระ.”

อภิปรายขยายความ :

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต บอกความหมายของ “โลกียะ” และ “โลกุตระ” ไว้ดังนี้ –

…………..

(1) โลกิยะ, โลกียะ, โลกีย์ : เกี่ยวกับโลก, ทางโลก, เนื่องในโลก, เรื่องของชาวโลก, ยังอยู่ในภพสาม, ยังเป็นกามาวจร รูปาวจร หรืออรูปาวจร; คู่กับ โลกุตตระ 

(2) โลกุดร, โลกุตตระ, โลกุตระ : พ้นจากโลก, เหนือโลก, พ้นวิสัยของโลก, ไม่เนื่องในภพทั้งสาม (พจนานุกรม เขียน โลกุตร, พึงทราบอย่างนี้ทุกแห่ง); คู่กับ โลกิยะ 

…………..

บาลี “โลกิย” ในที่นี้เลือกใช้ภาษาไทยว่า “โลกีย์” เพื่อล้อเสียงกับ “โลกุตร์

บาลี “โลกุตฺตร” ภาษาไทยในที่นี้ประสงค์จะให้อ่านว่า โล-กุด เพื่อล้อเสียงกับ “โลกีย์” จึงสะกดเป็น “โลกุตร์

โลกีย์” ในคำเดิม หมายถึงวิสัยหรือธรรมดาของโลก เช่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย พบ พราก ได้ เสีย อิ่ม อด สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์ ซึ่งอาจเรียกรวมว่า “วิถีชีวิต” หรือ “ความเป็นไปของชีวิต”

แต่ในภาษาไทย คำว่า “โลกีย์” มักเข้าใจกันว่า หมายถึงการเสพสุขทางเนื้อหนัง ทางกามารมณ์หรือทางเพศ (กิน ดื่ม เที่ยว เล่น ร่วมเพศ)

ในความหมายทางธรรม เมื่อพูดถึง “โลกีย์” คู่กับ “โลกุตร์” จะมีความหมายตรงกันข้าม คือ “โลกีย์” หมายถึง ยังเป็นธรรมดาสามัญ, ยังเลวหรือยังต่ำอยู่, ยังเสื่อมหรือยังกลับเสียหายได้อีก ในขณะที่ “โลกุตร์” หมายถึง สภาพจิตที่พ้นโลก, เหนือโลก, ไม่หวนกลับมาเลวทรามตกต่ำทำชั่วอีกต่อไป หรือระบุชัด ๆ ก็คือ บรรลุมรรคผลนิพพาน 

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า “โลกุตร์” ก็คือพวกที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลก คือไม่ยุ่งกับสังคม ปลีกตัวออกไปอยู่ต่างหาก แต่ความเป็นจริง “โลกุตร์” เป็นสภาพหรือคุณภาพของจิต เมื่ออบรมจิตถึงระดับแล้ว จิตของผู้นั้นจะพ้นจากกระแสโลก คือแม้ถูกโลกธรรมกระทบก็ไม่กระเทือน ไม่ไหวตาม หมุนตาม หรือขึ้น ๆ ลง ๆ ไปกับกระแสโลก 

ผู้อบรมจิตถึงระดับ “โลกุตร์” ตามปกติก็ยังอยู่ในสังคมนั่นเอง ไม่ได้หลบลี้หนีหน้าไปไหน เช่นพระพุทธเจ้าและเหล่าพระอรหันตสาวกทั้งหลาย บรรลุธรรมแล้วก็ยังอยู่ในสังคม ทำงานช่วยเหลือชาวโลกอยู่ต่อไป แต่กระแสโลกไม่สามารถครอบงำหรือมีอิทธิพลเหนือท่านเหล่านั้นได้ และเมื่อล่วงลับดับขันธ์แล้วก็ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏอีกต่อไป

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ยังอยู่ในโลกีย์ สุขทุกข์ก็มีไม่สิ้นสุด

: เมื่อใดถึงโลกุตร์ เมื่อนั้นก็หลุดจากโลกีย์

#บาลีวันละคำ (4,903)

14-11-68

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้