สัมมุขา (บาลีวันละคำ 4,905)

สัมมุขา
ราชาศัพท์ว่า “เฉพาะพระพักตร์”
ไม่ใช่ “ต่อหน้าพระพักตร์”
อ่านว่า สำ-มุ-ขา
“สัมมุขา” เขียนแบบบาลีเป็น “สมฺมุขา” อ่านว่า สำ-มุ-ขา รูปศัพท์เดิม “สมฺมุข” (สำ-มุ-ขะ) รากศัพท์มาจาก สํ + มุข
(๑) “สํ”
อ่านว่า สัง เป็นคำอุปสรรค ตำราบาลีไทยแปลว่า “พร้อม, กับ, ดี” หมายถึง พร้อมกัน, ร่วมกัน (together)
“สํ” นำหน้า “มุข” แปลงนิคหิตเป็น มฺ (สํ > สมฺ) ซึ่งเป็นพยัญชนะที่สุดวรรคของ ม (ป ผ พ ภ ม)
(๒) “มุข”
บาลีอ่านว่า มุ-ขะ รากศัพท์มาจาก –
(1) มุขฺ (ธาตุ = เปิด, ไป, เป็นไป) + อ (อะ) ปัจจัย
: มุขฺ + อ = มุข แปลตามศัพท์ว่า (1) “อวัยวะอันเขาเปิดเผย” (2) “อวัยวะเป็นเครื่องเป็นไปแห่งประโยชน์สุข”
(2) มุ (ธาตุ = ผูก) + ข ปัจจัย
: มุ + ข = มุข แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะเป็นเครื่องผูก”
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “มุข” (นปุงสกลิงค์) ไว้ดังนี้ –
(1) the mouth (ปาก)
(2) the face (หน้า)
(3) entrance, mouth [of a river] (ทางเข้า, ปาก [แม่น้ำ])
(4) cause, ways, means, reason, by way of (สาเหตุ, วิธี, หนทาง, เหตุผล, ทำนอง)
(5) front part, front, top (ด้านหน้า, ข้างหน้า, ยอด)
(6) the top of anything, front, head, best part (ยอด, ด้านหน้า, ข้างหน้า, ส่วนหัว, ส่วนที่ดีที่สุด)
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“มุข, มุข– : (คำนาม) หน้า, ปาก; ทาง; หัวหน้า; ส่วนของตึกหรือเรือนที่ยื่นออกมาจากส่วนใหญ่ มักอยู่ด้านหน้า. (ป., ส.).”
ในที่นี้ “มุข” หมายถึง หน้า (the face)
สํ + มุข = สํมุข > สมฺมุข แปลตามศัพท์ว่า “พร้อมหน้า”
“สมฺมุข” ใช้เป็นคุณศัพท์ หมายถึง ต่อหน้า, อยู่ต่อหน้า (face to face with, in presence)
“สมฺมุข” ใช้ในภาษาไทยเป็น “สัมมุข” อ่านว่า สำ-มุก
คำว่า “สัมมุข” ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554
ขยายความ :
บาลี “สมฺมุข” เมื่อใช้เป็นคุณศัพท์ย่อมเปลี่ยนรูปไปตามศัพท์นามที่ตนขยาย เช่นเป็น “สมฺมุขา” “สมฺมุเข” “สมฺมุขี”
ในบาลีไวยากรณ์ ท่านจัด “สมฺมุขา” เป็น “นิบาต” ชนิดหนึ่ง เรียกว่า “นิบาตบอกที่” แปลว่า “ต่อหน้า” คู่กับ “ปรมฺมุขา” (ปะ-รำ-มุ-ขา) แปลว่า “ลับหลัง”
ทำอะไรก็ทำกันตรง ๆ ต่อหน้าทั้งสองฝ่ายหรือทุกฝ่าย เรียกว่า “สมฺมุขา” ใช้ในภาษาไทยเป็น “สัมมุขา”
ส่วนกรณีที่ทำลับหลัง คือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือฝ่ายที่ถูกกระทำไม่ได้อยู่ต่อหน้า เรียกว่า “ปรมฺมุขา” ใช้ในภาษาไทยเป็น “ปรัมมุขา”
คำว่า “สัมมุขา” ที่น่ารู้คำหนึ่ง คือ “สัมมุขาวินัย” เป็นภาษาวิชาการทางพระวินัย อยู่ในคำว่า “อธิกรณสมถะ” คือ วิธีดำเนินการเพื่อระงับอธิกรณ์
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ อธิบายคำว่า “อธิกรณสมถะ” ไว้ดังนี้ –
…………..
อธิกรณสมถะ : ธรรมเครื่องระงับอธิกรณ์, วิธีดำเนินการเพื่อระงับอธิกรณ์ มี ๗ วิธี คือ
๑. สัมมุขาวินัย วิธีระงับในที่พร้อมหน้า
๒. สติวินัย วิธีระงับโดยถือสติเป็นหลัก
๓. อมูฬหวินัย วิธีระงับสำหรับผู้หายจากเป็นบ้า
๔. ปฏิญญาตกรณะ การทำตามที่รับ
๕. ตัสสปาปิยสิกา การตัดสินลงโทษแก่ผู้ผิด (ที่ไม่รับ)
๖. เยภุยยสิกา การตัดสินตามคำของคนข้างมาก
๗. ติณวัตถารกวินัย วิธีดุจกลบไว้ด้วยหญ้า (ประนีประนอม)
…………..
เฉพาะคำว่า “สัมมุขาวินัย” พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ฯ ขยายความไว้ดังนี้ –
…………..
สัมมุขาวินัย : ระเบียบอันพึงทำในที่พร้อมหน้า, วิธีระงับต่อหน้า ได้แก่
การระงับอธิกรณ์ในที่พร้อมหน้าสงฆ์ (สังฆสัมมุขตา คือภิกษุเข้าประชุมครบองค์สงฆ์),
ในที่พร้อมหน้าบุคคล (ปุคคลสัมมุขตา คือ บุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นอยู่พร้อมหน้ากัน),
ในที่พร้อมหน้าวัตถุ (วัตถุสัมมุขตา คือยกเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นวินิจฉัย),
ในที่พร้อมธรรมวินัย (ธัมมสัมมุขตา และวินยสัมมุขตา คือนำเอาหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามพระธรรมวินัยมาใช้ปฏิบัติ ได้แก่วินิจฉัยถูกธรรม ถูกวินัย);
สัมมุขาวินัย ใช้เป็นเครื่องระงับอธิกรณ์ได้ทุกอย่าง
…………..
แถม 1:
ในภาษาไทยมีสำนวนว่า “ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก” หมายถึง ต่อหน้าทำเป็นดี แต่พอลับหลังก็นินทาหรือหาทางทำร้าย, “หน้าไหว้หลังหลอก” ก็ว่า
มะพลับ กับ ตะโก เป็นต้นไม้ในวงศ์เดียวกัน แต่ตามค่านิยมของเราน่าจะเห็นว่า มะพลับมีศักดิ์ศรีหรือมีสถานะสูงกว่าตะโก
“ต่อหน้ามะพลับ” = ต่อหน้ายกย่องเหมือนมะพลับ
“ลับหลังตะโก” = แต่ลับหลังดูถูกเหมือนตะโก
สรุปว่า –
“ต่อหน้า” คำบาลีว่า “สัมมุขา”
“ลับหลัง” คำบาลีว่า “ปรัมมุขา”
แถม 2:
ทำอะไรต่อหน้าพระราชา คำราชาศัพท์ว่า “เฉพาะพระพักตร์”
ไม่ใช่ “ต่อหน้าพระพักตร์”
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ไม่เรียนบาลีก็ไม่ว่า
: ภาษาไทยที่อยู่ต่อหน้าทำไมไม่ใส่ใจเรียน?
#บาลีวันละคำ (4,905)
16-11-68
…………………………….
…………………………….
