บาลีวันละคำ

จาริตศีล – วาริตศีล (บาลีวันละคำ 4,906)

จาริตศีลวาริตศีล

ฝากไว้ในวงวรรณอีกสองคำ

จาริตศีล” อ่านว่า จา-ริด-ตะ-สีน

วาริตศีล” อ่านว่า วา-ริด-ตะ-สีน

(๑) “จาริตศีล

บาลีเป็น “จาริตฺตสีล” อ่านว่า จา-ริด-ตะ-สี-ละ แยกศัพท์เป็น จาริตฺต + สีล 

(ก) “จาริตฺต” อ่านว่า จา-ริด-ตะ รากศัพท์มาจาก จรฺ (ธาตุ = ประพฤติ, บำเพ็ญ, ศึกษา) + ปัจจัย, ลง อิ อาคมระหว่างธาตุกับปัจจัย (จรฺ + อิ + ), ทีฆะ อะ ที่ -(ร) เป็น อา (จรฺ > จาร), แปลง เป็น ตฺต 

: จรฺ + อิ + = จริต > จาริต = จาริตฺต แปลตามศัพท์ว่า “-ที่ประพฤติกันมาแล้ว” 

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “จาริตฺต” ว่า practice, proceeding, manner of acting, conduct (การปฏิบัติ, กรรมพิธี, วิธีการ, พฤติกรรม, จารีต)

จาริตฺต” ใช้ในภาษาไทยเป็น “จารีต” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

จารีต : (คำนาม) ประเพณีที่ถือสืบต่อกันมานาน. (ป. จาริตฺต; ส. จาริตฺร).”

ในที่นี้ “จาริตฺต” ใช้เป็น “จาริต

(ข) “สีล” อ่านว่า สี-ละ รากศัพท์มาจาก –

(1) สีลฺ (ธาตุ = สงบ, ทรงไว้) + (อะ) ปัจจัย

: สีลฺ + = สีล แปลตามศัพท์ว่า “เหตุสงบแห่งจิต” “เหตุให้ธำรงกุศลธรรมไว้ได้” “ธรรมที่ธำรงผู้ปฏิบัติไว้มิให้เกิดในอบาย” 

(2) สิ (ธาตุ = ผูก) + ปัจจัย, ทีฆะ อิ ที่ สิ เป็น อี (สิ > สี)

: สิ + = สิล > สีล แปลตามศัพท์ว่า “เครื่องผูกจิตไว้

นัยหนึ่งนิยมแปลกันว่า “เย็น” หรือ “ปกติ” โดยความหมายว่า เมื่อไม่ละเมิดข้อห้ามก็จะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นปกติเรียบร้อย

สีล” (นปุงสกลิงค์) หมายถึง :

(1) ข้อปฏิบัติทางศีลธรรม, นิสัยที่ดี, จริยธรรมในพุทธศาสนา, หลักศีลธรรม (moral practice, good character, Buddhist ethics, code of morality)

(2) ธรรมชาติ, นิสัย, ความเคยชิน, ความประพฤติ (nature, character, habit, behavior)

บาลี “สีล” ภาษาไทยใช้ตามสันสกฤตเป็น “ศีล” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

ศีล : (คำนาม) ข้อบัญญัติทางพระพุทธศาสนาที่กําหนดการปฏิบัติกายและวาจา เช่น ศีล ๕ ศีล ๘, การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย, เป็นธรรมข้อ ๑ ในทศพิธราชธรรม; (ดู ทศพิธราชธรรม); พิธีกรรมบางอย่างทางศาสนา เช่น ศีลจุ่ม ศีลมหาสนิท. (ส. ศีล ว่า ความประพฤติที่ดี; ป. สีล).”

จาริตฺต + สีล = จาริตฺตสีล (จา-ริด-ตะ-สี-ละ) แปลว่า “ศีลที่ประพฤติกันมาแล้ว” 

จาริตฺตสีล” ใช้ในภาษาไทยเป็น “จาริตศีล” (จา-ริด-ตะ-สีน) 

(๒) “วาริตศีล

บาลีเป็น “วาริตฺตสีล” อ่านว่า วา-ริด-ตะ-สี-ละ แยกศัพท์เป็น วาริตฺต + สีล 

(ก) “วาริตฺต” บาลีอ่านว่า วา-ริด-ตะ รากศัพท์มาจาก วรฺ (ธาตุ = ห้าม, ป้องกัน) + ปัจจัย, ลง อิ อาคมระหว่างธาตุกับปัจจัย (วรฺ + อิ + ), ทีฆะ อะ ที่ -(ร) เป็น อา (วรฺ > วาร), แปลง เป็น ตฺต 

: วรฺ + อิ + = วริต > วาริต = วาริตฺต แปลตามศัพท์ว่า “-ที่ห้ามกันมาแล้ว” 

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “วาริตฺต” ว่า avoidance, abstinence (การหลีกเลี่ยง, การละเว้น)

วาริตฺต” ใช้ในภาษาไทยเป็น “วาริต” 

คำว่า “วาริต” ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 

(ข) “สีล” ดูที่ “จาริตศีล” ข้างต้น

วาริตฺต + สีล = วาริตฺตสีล (วา-ริด-ตะ-สี-ละ) แปลว่า “ศีลที่งดเว้นกันมาแล้ว” 

วาริตฺตสีล” ใช้ในภาษาไทยเป็น “วาริตศีล” (วา-ริด-ตะ-สีน) 

ขยายความ :

คัมภีร์วิสุทธิมรรคขยายความ “จาริตศีลวาริตศีล” ไว้ดังนี้ –

…………..

ทุวิธโกฏฺฐาเส  ฯ 

วินิจฉัยในศีลส่วนที่เป็น 2 อย่าง ดังต่อไปนี้ 

ยํ  ภควตา  อิทํ กตฺตพฺพนฺติ  ปญฺญตฺตสิกฺขาปทปูรณํ 

การบำเพ็ญสิกขาบทอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า นี่ควรทำ อันใด 

ตํ  จาริตฺตํ  

การบำเพ็ญนั้นชื่อว่า จาริตศีล 

ยํ  อิทํ  น  กตฺตพฺพนฺติ  ปฏิกฺขิตฺตสฺส  อกรณํ 

การไม่กระทำข้อที่ทรงห้ามไว้ว่า นี่ไม่ควรทำ อันใด 

ตํ  วาริตฺตํ  ฯ 

การไม่กระทำนั้นชื่อ วาริตศีล 

ตตฺรายํ  วจนฏฺโฐ  ฯ 

อธิบายคำในศีลทั้ง 2 นั้นเป็นดังนี้ –

จรนฺติ  ตสฺมึ  สีเลสุ  ปริปูรีการิตาย  ปวตฺตนฺตีติ  จาริตฺตํ  ฯ 

บุคคลทั้งหลายย่อมประพฤติในศีลนั้น คือ (ประคองการกระทำและคำพูด) ให้ดำเนินไปโดยเป็นผู้ทำให้บริบูรณ์ในศีลทั้งหลาย เหตุนั้น ศีลนั้นจึงชื่อว่า จาริตะ (เป็นข้อประพฤติ) 

วาริตํ  ตายนฺติ  รกฺขนฺติ  เตนาติ  วาริตฺตํ  ฯ 

บุคคลทั้งหลายย่อมป้องกัน คือย่อมรักษาข้อที่ทรงห้ามด้วยศีลนั้น เหตุนั้น ศีลนั้นจึงชื่อว่า วาริตะ (เป็นเครื่องรักษาข้อห้าม) 

ตตฺถ  สทฺธาวิริยสาธนํ  จาริตฺตํ 

ในศีล 2 อย่างนั้น จาริตศีลสำเร็จได้ด้วยศรัทธาและวิริยะ 

สทฺธาสาธนํ  วาริตฺตํ  ฯ 

วาริตศีลสำเร็จด้วยศรัทธา (อย่างเดียว) 

เอวํ  จาริตฺตวาริตฺตวเสน  ทุวิธํ  ฯ 

ศีลเป็น 2 อย่าง คือเป็นจาริตศีลและวาริตศีล ดังแสดงมานี้

ที่มา : สีลนิทเทส วิสุทธิมรรค ภาค 1 หน้า 13

…………..

สรุปว่า ศีล 2 อย่าง คือ –

จาริตศีล” เรื่องที่ต้องทำ

วาริตศีล” เรื่องที่ห้ามทำ

เรื่องที่ห้ามทำ ต้องมีศรัทธาคือความเต็มใจที่จะไม่ทำ หรือตั้งใจที่จะหยุด

เรื่องที่ต้องทำ ต้องมีศรัทธาคือความเต็มใจที่จะทำด้วย ต้องมีวิริยะคือกล้าที่จะทำด้วย นั่นคือ ไม่ใช่แค่หยุดอย่างเดียว แต่ต้องก้าวไปข้างหน้าด้วย

จาริตศีลวาริตศีล” ท่านสอนมานานนักหนา แต่ไม่เป็นที่รู้กัน จะว่า-มีผู้ประพฤติกันอยู่ แต่ไม่มีใครรู้จักชื่อหรือเรียกชื่ออย่างนี้-ก็ได้

จึงขอฝาก “จาริตศีลวาริตศีล” ไว้ให้รู้จัก ให้เรียก ให้พูดคำนี้กันให้คุ้นปากต่อไปด้วยเทอญ

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ถ้ารู้จักห้ามใจ

: ก็ไม่ต้องให้ใครมาห้ามเรา

#บาลีวันละคำ (4,906)

17-11-68

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้