ปัญจโวการภพ (บาลีวันละคำ 4,947)

ปัญจโวการภพ
มีกันครบทุกคน แต่ไม่รู้จัก
อ่านว่า ปัน-จะ-โว-กา-ระ-พบ
แยกศัพท์เป็น ปัญจ + โวการ + ภพ
(๑) “ปัญจ”
เขียนแบบบาลีเป็น “ปญฺจ” อ่านว่า ปัน-จะ แปลว่า ห้า (จำนวน 5) ภาษาไวยากรณ์เรียกว่า “ปกติสังขยา” คือคำบอกจำนวนของสิ่งที่นับ คู่กับ “ปูรณสังขยา” คือคำบอกเฉพาะลำดับของสิ่งที่นับ
แวะหาความรู้ :
“ปกติสังขยา” เช่นพูดว่า “ปญฺจ ชนา” = คน 5 คน (รวมหมดทั้ง 5 คน)
“ปูรณสังขยา” เช่นพูดว่า “ปญฺจโม ชโน” = คนที่ 5 (เฉพาะคนที่ 5 คนเดียว)
“ปญฺจโม” ศัพท์เดิม “ปญฺจม” ก็คือ ปญฺจ + ม (มะ ปัจจัย)
“ม” ปัจจัยใช้ประกอบเข้าข้างท้ายศัพท์ปกติสังขยาทำให้เป็นปูรณสังขยา
“ปญฺจม” ก็คือที่เราเอามาใช้ในภาษาไทยว่า “เบญจม” (เบน-จะ-มะ)
ปญฺจ เป็น ปกติสังขยา
ปญฺจม เป็น ปูรณสังขยา
เทียบคำอังกฤษอาจช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น >
one two three (1 2 3) เป็น ปกติสังขยา
first second third (ที่1 ที่ 2 ที่ 3) เป็น ปูรณสังขยา
ปญฺจ (five) เป็น ปกติสังขยา
ปญฺจม (fifth) เป็น ปูรณสังขยา
(๒) “โวการ”
อ่านว่า โว-กา-ระ รากศัพท์มาจาก วิ (คำอุปสรรค = วิเศษ, พิเศษ, แจ้ง, ต่าง ๆ กัน) + กรฺ (ธาตุ = ทำ) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, ทีฆะ อะ ที่ ก-(รฺ) เป็น อา (กรฺ > การ), แผลง อิ ที่ วิ เป็น โอ (วิ > โว)
: วิ + กรฺ = วิกรฺ + ณ = วิกรณ > วิกร > วิการ > โวการ (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “การทำให้แปลกไปเป็นอย่างอื่น”
“โวการ” ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –
(1) ความแตกต่าง difference
(2) องค์แห่งขันธ์ [คือ ขนฺธ] (constituent of being [i. e. the khandhas])
(3) สิ่งไร้ค่า, ของเล็ก ๆ น้อย ๆ (worthless thing, trifle)
(4) ความไม่สะดวก, ความเสียเปรียบ (inconvenience, disadvantage)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “โวการ” ไว้ด้วย บอกไว้ว่า –
“โวการ : (คำนาม) ขันธ์ เช่น เบญจโวการ ว่า ขันธ์ ๕. (ป.).”
(๓) “ภพ”
บาลีเป็น “ภว” อ่านว่า พะ-วะ รากศัพท์มาจาก ภู (ธาตุ = มี, เป็น) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, แผลง อู ที่ ภู เป็น โอ แล้วแปลง โอ เป็น อว (ภู > โภ > ภว)
: ภู + ณ = ภูณ > ภู > โภ > ภว (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า (1) “ภาวะที่เจริญ” (2) “เหตุเป็นเครื่องเจริญแห่งเหล่าสัตว์” (3) “ที่เป็นที่เกิดขึ้น” (4) “เหตุที่ทำให้มีการเกิดขึ้น” หมายถึง ความเกิดใหม่, ภพ, รูปกำเนิด, ความมี, ชีวิต (becoming, form of rebirth, state of existence, a life)
บาลี “ภว” ในภาษาไทย แผลง ว เป็น พ จึงเป็น “ภพ”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“ภพ : (คำนาม) โลก, แผ่นดิน; วัฏสงสาร. (ป. ภว).”
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต บอกความหมายของ “ภพ” ไว้ว่า –
…………..
ภพ : โลกเป็นที่อยู่ของสัตว์, ภาวะชีวิตของสัตว์ มี ๓ คือ
๑. กามภพ ภพของผู้ยังเสวยกามคุณ
๒. รูปภพ ภพของผู้เข้าถึงรูปฌาน
๓. อรูปภพ ภพของผู้เข้าถึงอรูปฌาน.
…………..
การประสมคำ :
๑ โวการ + ภว = โวการภว (โว-กา-ระ-พะ-วะ) > โวการภพ แปลว่า “ภพที่ทำความต่างกัน”
๒ ปญฺจ + โวการภว = ปญฺจโวการภว (ปัน-จะ-โว-กา-ระ-พะ-วะ) > ปัญจโวการภพ แปลว่า “ภพที่ทำความต่างกันเป็นห้าอย่าง” = ภพที่มีห้าขันธ์
ขยายความ :
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “ปัญจโวการภพ” บอกให้ดูที่คำว่า “โวการ”
ตามไปดูที่คำว่า “โวการ” บอกไว้ว่า –
…………..
โวการ “ความแผกผัน”, “ภาวะหลากหลาย”, เป็นคำที่นิยมใช้ในพระอภิธรรมและคัมภีร์อรรถาธิบาย เช่น อรรถกถาเป็นต้น ในความหมายว่า ความหลากหลายหรือความเป็นไปต่าง ๆ แห่งขันธ์ หรือขันธ์ที่ผันแปรหลากหลายเป็นไปต่าง ๆ โดยนัยหมายถึง ขันธ์ นั่นเอง, มักใช้แสดงลักษณะของ “ภพ” ซึ่งจำแนกได้เป็น ๓ ประเภท คือ
เอกโวการภพ ภพที่มีขันธ์เดียว ได้แก่ อสัญญีภพ (มีรูปขันธ์เท่านั้น)
จตุโวการภพ ภพที่มีสี่ขันธ์ ได้แก่ อรูปภพ (มีแต่นามขันธ์ ๔ คือ เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ)
ปัญจโวการภพ ภพที่มีห้าขันธ์ ได้แก่ กามภพ และรูปภพที่นอกจากอสัญญีภพ (ในพระสุตตันตปิฎก มีเฉพาะนิทเทสและปฏิสัมภิทามัคค์ เท่านั้น ที่ใช้คำว่า โวการ หมายถึงขันธ์)
…………..
แถม :
“ปัญจโวการภพ” = ภพที่มีห้าขันธ์ ขันธ์ห้าหรือ “เบญจขันธ์” มีอะไรบ้าง?
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ข้อ [216] แสดงเรื่อง “เบญจขันธ์” ไว้ดังนี้ –
…………..
ขันธ์ 5 หรือ เบญจขันธ์ (กองแห่งรูปธรรมและนามธรรมห้าหมวดที่ประชุมกันเข้าเป็นหน่วยรวม ซึ่งบัญญัติเรียกว่า สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา–เขา เป็นต้น, ส่วนประกอบห้าอย่างที่รวมเข้าเป็นชีวิต — Pañca–khandha: the Five Groups of Existence; Five Aggregates)
1. รูปขันธ์ (กองรูป, ส่วนที่เป็นรูป, ร่างกาย พฤติกรรม และคุณสมบัติต่างๆ ของส่วนที่เป็นร่างกาย, ส่วนประกอบฝ่ายรูปธรรมทั้งหมด, สิ่งที่เป็นร่างพร้อมทั้งคุณและอาการ — Rūpa–khandha: corporeality)
2. เวทนาขันธ์ (กองเวทนา, ส่วนที่เป็นการเสวยรสอารมณ์, ความรู้สึก สุข ทุกข์ หรือเฉยๆ — Vedanā–khandha: feeling; sensation)
3. สัญญาขันธ์ (กองสัญญา, ส่วนที่เป็นความกำหนดหมายให้จำอารมณ์นั้นๆ ได้, ความกำหนดได้หมายรู้ในอารมณ์ 6 เช่นว่า ขาว เขียว ดำ แดง เป็นต้น — Saññā–khandha: perception)
4. สังขารขันธ์ (กองสังขาร, ส่วนที่เป็นความปรุงแต่ง, สภาพที่ปรุงแต่งจิตให้ดีหรือชั่วหรือเป็นกลางๆ, คุณสมบัติต่างๆ ของจิต มีเจตนาเป็นตัวนำ ที่ปรุงแต่งคุณภาพของจิต ให้เป็นกุศล อกุศล อัพยากฤต — Saŋkhāra–khandha: mental formations; volitional activities)
5. วิญญาณขันธ์ (กองวิญญาณ, ส่วนที่เป็นความรู้แจ้งอารมณ์, ความรู้อารมณ์ทางอายตนะทั้ง 6 มีการเห็น การได้ยิน เป็นต้น ได้แก่ วิญญาณ 6 — Viññāṇa–khandha: consciousness)
ขันธ์ 5 นี้ ย่อลงมาเป็น 2 คือ นาม และ รูป; รูปขันธ์จัดเป็นรูป, 4 ขันธ์นอกนั้นเป็นนาม.
…………..
ดูก่อนภราดา!
: มีแล้วคนละห้ายังไม่สาหัส
: ถีบกัดหามาอีกคนละห้าขันธ์
: เหมือนคนบ้าแบกสมบัติโอ้อัศจรรย์
: ใครรู้ทันวางทุกข์ถึงสุขเอย.
#บาลีวันละคำ (4,947)
28-12-68
…………………………….
…………………………….
