สราญรมย์ (บาลีวันละคำ 4,958)

สราญรมย์
ลองลากเข้าบาลีให้ชมกันอีกสักคำ
อ่านว่า สะ-ราน-รม
ประกอบด้วยคำว่า สราญ + รมย์
(๑) “สราญ”
อ่านว่า สะ-ราน เป็นคำที่ใช้อยู่ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกว่า “สราญ” เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึง “สำราญ”
ตามไปดูที่คำว่า “สำราญ” พจนานุกรมฯ บอกไว้ดังนี้ –
“สำราญ : (คำกริยา) สุขสบาย เช่น วันอาทิตย์จะนอนให้สำราญเลย. (คำวิเศษณ์) ที่ทำให้มีความสุขสบาย เช่น เรือสำราญ. (ข. สํราล).”
พจนานุกรมฯ บอกว่า “สำราญ” คำเขมรว่า “สํราล”
ก็ต้องให้ผู้รู้ภาษาเขมรให้ความรู้ว่า “สํราล” เป็นคำเขมรแท้ ๆ หรือว่าเขมรรับมาจากภาษาอื่นอีกทีหนึ่ง
ในภาษาบาลีมีคำว่า “สลฺลหุก” ซึ่งผู้เขียนบาลีวันละคำเห็นว่า พอจะลาก “สํราล” มาที่คำนี้ได้
“สลฺลหุก” อ่านว่า สัน-ละ-หุ-กะ รากศัพท์มาจาก สํ (คำอุปสรรค = พร้อมกัน, ร่วมกัน, ดี) + ลหุก
(ก) “ลหุก” อ่านว่า ละ-หุ-กะ รากศัพท์มาจาก ลงฺฆฺ (ธาตุ = ไป, เป็นไป) + อุ ปัจจัย, ลบ งฺ แล้วแปลง ฆฺ เป็น หฺ (ลงฺฆฺ > ลฆฺ > ลหฺ) + ก สกรรถ (กะ-สะ-กัด)
: ลงฺฆฺ + อุ = ลงฺฆุ > ลฆุ > ลหุ + ก = ลหุก (คุณศัพท์) แปลตามศัพท์ว่า “อาการที่เป็นไปอย่างเบา” หมายถึง เบา, เร็ว (light, quick)
(ข) สํ + ลหุก แปลงนิคหิตที่ สํ เป็น ลฺ
: สํ + ลหุก = สํลหุก > สลฺลหุก แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่เคลื่อนไปได้ดี” หมายถึง เบา, กระปรี้กระเปร่า (light)
“สลฺลหุก” อ่านแบบไทยเป็น สัน-ละ-หุก แล้วหดเป็น สัน-ละ เขมรเอาไปอ่านเป็น “สํราล” ไทยเราเอามาใช้เป็น “สราญ”
นี่เป็นการลากเข้าวัดแท้ ๆ ท่านทั้งปวงพึงฟังหูไว้หูให้จงหนักเทอญ
(๒) “รมย์”
คำนี้บาลีเป็น “รมฺม” อ่านว่า รำ-มะ รากศัพท์มาจาก รมฺ (ธาตุ = ยินดี, รื่นรมย์) + ณฺย ปัจจัย, ลบ ณ (ณฺย > ย), แปลง มย (คือ มฺ ที่สุดธาตุ และ ย ปัจจัยที่ลบ ณฺ ออกแล้ว) เป็น มฺม
: รมฺ + ณฺย = รมณฺย > รมฺย > รมฺม แปลตามศัพท์ว่า “อันเป็นที่ตั้งแห่งความยินดี” “อันเป็นที่ตั้งแห่งความรื่นรมย์” หมายถึง น่ายินดี, น่าพอใจ, น่ารื่นรมย์, น่าพึงใจ, สวยงาม (delightful, pleasing, charming, pleasant, beautiful)
บาลี “รมฺม” สันสกฤตเป็น “รมฺย”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้
(สะกดตามต้นฉบับ)
“รมฺย : (คำวิเศษณ์) ต้องอารมณ์, ประโมทิน, มีความประโมท; งาม; pleasing, delightful; handsome or beautiful.”
โปรดสังเกตลำดับการแปลงรูปของบาลี เป็น “รมฺย” ก่อน แล้วจึงแปลงเป็น “รมฺม” ถ้าไม่แปลงก็จะเป็น “รมฺย” เหมือนสันสกฤต
“รมฺย” ในสันสกฤต ภาษาไทยใช้เป็น “รัมย์” และ “รมย์”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “รัมย์” บอกไว้ว่า “รัมย์” คือ “รมย์” แต่ไม่ได้เก็บคำว่า “รมย์” ไว้ แต่เก็บคำว่า “รื่นรมย์” และ “เริงรมย์” บอกไว้ว่า –
(1) รื่นรมย์ : (คำวิเศษณ์) สบายใจ, บันเทิง, เช่น สวนสาธารณะปลูกต้นไม้ไว้สวยงามน่ารื่นรมย์.
(2) เริงรมย์ : (คำวิเศษณ์) ที่ทำให้รื่นเริงหรือบันเทิงใจ เช่น หนังสือเริงรมย์ สถานเริงรมย์.
สราญ + รมย์ = สราญรมย์ แปลโดยประสงค์ว่า “สุขสำราญเบิกบานใจ”
ขยายความ :
คำว่า “สราญรมย์” ที่น่าสนใจ คือชื่อ “พระราชวังสราญรมย์”
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ที่คำว่า “พระราชวังสราญรมย์” (อ่านเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 20:30 น.) บอกประวัติของพระราชวังสราญรมย์ไว้ ขอคัดมาโดยประสงค์ ดังนี้ –
…………..

พระราชวังสราญรมย์ : เป็นวังที่ตั้งอยู่ระหว่างพระบรมมหาราชวังกับวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ทางทิศตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยใช้เป็นที่ทำการของกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นบ้านพักรับรองพระราชอาคันตุกะ
พระราชวังสราญรมย์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้น ออกแบบโดยเฮนรี อาลาบาศเตอร์ เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2409 โดยมีพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ (เพ็ง) เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเพื่อใช้เป็นที่ประทับ พระราชทานนามว่า สราญรมย์ แต่เสด็จสวรรคตก่อนที่จะสร้างเสร็จ
ในช่วงต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานวังสราญรมย์ให้เป็นที่ประทับชั่วคราว ของเจ้านายเมื่อแรกออกจากวังหลวง ก่อนที่วังประทับถาวรจะก่อสร้างแล้วเสร็จ อาทิเช่น เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ทรงประทับเมื่อ พ.ศ. 2419 – 2424 ระหว่างก่อสร้างวังบูรพาภิรมย์ ต่อมาทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ประทับรับรองพระราชอาคันตุกะจากต่างประเทศ เช่น เจ้าชายแห่งญี่ปุ่น ซาเรวิชหรือมกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย (ภายหลังเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดินีโคไลที่ 2 แห่งรัสเซีย) เจ้าชายจอร์จแห่งกรีซ พระราชอาคันตุกะพระองค์แรกที่เข้ามาประทับคือ เจ้าชายออสการ์ เมื่อ พ.ศ. 2427
เมื่อ พ.ศ. 2428 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ ทรงขอพระราชทานวังสราญรมย์ ให้เป็นที่ทำการของกระทรวงการต่างประเทศ ต่อมาจึงย้ายไปที่ตึกราชวัลลภ ในพระบรมมหาราชวัง ใน พ.ศ. 2430 วังสราญรมย์จึงใช้เป็นบ้านพักรับรองพระราชอาคันตุกะ เรื่อยมาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระองค์โปรดให้เรียก “วังสราญรมย์” เป็น “พระราชวังสราญรมย์” ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2459
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานวังสราญรมย์ให้เป็นที่ทำการของกระทรวงการต่างประเทศ อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากตึกราชวัลลภในพระบรมมหาราชวังชำรุดทรุดโทรมลงมาก เมื่ออาคารดังกล่าวกลายเป็นที่ทำการสำนักงานกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ก็กลับเรียกชื่อว่า “วังสราญรมย์” อีกครั้งหนึ่งเนื่องจากมิได้มีเจ้านายประทับเป็นการประจำ และได้ใช้วังสราญรมย์เป็นที่ทำการถาวรของกระทรวงการต่างประเทศสืบมาจนถึงประมาณช่วงปี 2535 จึงมีการย้ายสำนักงานส่วนใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศออกไปที่อาคารถนนศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบันนี้ …
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ทุกแห่งจะเป็นที่สราญรมย์
: ถ้าฝึกใจให้รื่นร่มอยู่ด้วยธรรม
#บาลีวันละคำ (4,958)
8-1-69
…………………………….
…………………………….
