บาลีวันละคำ

ปฏิบัติธรรม (บาลีวันละคำ 5,001)

ปฏิบัติธรรม

คำที่คุ้นหูคุ้นปาก

แต่บางคนก็ยากที่จะเข้าใจ

อ่านว่า ปะ-ติ-บัด-ทำ

ประกอบด้วยคำว่า ปฏิบัติ + ธรรม

(๑) “ปฏิบัติ

เขียนแบบบาลีเป็น “ปฏิปตฺติ” อ่านว่า ปะ-ติ-ปัด-ติ รากศัพท์มาจาก ปฏิ (คำอุปสรรค = เฉพาะ, ตอบ, ทวน, กลับ) + ปทฺ (ธาตุ = ไป, ถึง, บรรลุ) + ติ ปัจจัย, แปลงที่สุดธาตุเป็น ตฺ (ปทฺ > ปตฺ

: ปฏิ + ปทฺ = ปฏิปทฺ + ติ = ปฏิปทฺติ > ปฏิปตฺติ (อิตถีลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ความถึงเฉพาะ” “ที่ไปเฉพาะ” หมายถึง ทาง, วิธี, การปฏิบัติ, วิธีปฏิบัติ, การกระทำ, พฤติการณ์หรือความประพฤติ, ตัวอย่าง (way, method, conduct, practice, performance, behaviour, example)

ปฏิปตฺติ” ในภาษาไทยใช้ว่า “ปฏิบัติ” (ตัด ออกตัวหนึ่ง และแผลง ปลา เป็น ใบไม้) อ่านว่า ปะ-ติ-บัด

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายไว้ว่า –

ปฏิบัติ : (คำกริยา) ดำเนินการไปตามระเบียบแบบแผน เช่น ปฏิบัติราชการ, กระทำเพื่อให้เกิดความชำนาญ เช่น ภาคปฏิบัติ; กระทำตาม เช่น ปฏิบัติตามสัญญา; ประพฤติ เช่น ปฏิบัติสมณธรรม ปฏิบัติต่อกัน; ปรนนิบัติรับใช้ เช่น ปฏิบัติบิดามารดา ปฏิบัติครูบาอาจารย์. (ป. ปฏิปตฺติ).”

(๒) “ธรรม

บาลีเป็น “ธมฺม” อ่านว่า ทำ-มะ รากศัพท์มาจาก ธรฺ (ธาตุ = ทรงไว้) + รมฺม (ปัจจัย) ลบ รฺ ที่สุดธาตุ (ธรฺ > ) และ ต้นปัจจัย (รมฺม > มฺม)

: ธรฺ > + รมฺม > มฺม : + มฺม = ธมฺม (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า –

(1) “กรรมที่ทรงไว้ซึ่งความดีทุกอย่าง” (หมายถึงบุญ)

(2) “สภาวะที่ทรงผู้ดำรงตนไว้มิให้ตกไปในอบายและวัฏทุกข์” (หมายถึงคุณธรรมทั่วไปตลอดจนถึงโลกุตรธรรม)

(3) “สภาวะที่ทรงไว้ซึ่งสัตว์ผู้บรรลุมรรคเป็นต้นมิให้ตกไปในอบาย” (หมายถึงโลกุตรธรรม คือมรรคผล)

(4) “สภาวะที่ทรงลักษณะของตนไว้ หรืออันปัจจัยทั้งหลายทรงไว้” (หมายถึงสภาพหรือสัจธรรมทั่วไป)

(5) “สภาวะอันพระอริยะมีโสดาบันเป็นต้นทรงไว้ ปุถุชนทรงไว้ไม่ได้” (หมายถึงโลกุตรธรรม คือมรรคผล)

คำแปลตามศัพท์ที่เป็นกลาง ๆ “ธมฺม” คือ “สภาพที่ทรงไว้

บาลี “ธมฺม” สันสกฤตเป็น “ธรฺม” เราเขียนอิงสันสกฤตเป็น “ธรรม

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “ธรรม” ไว้ดังนี้ –

(1) คุณความดี เช่น เป็นคนมีธรรมะ เป็นคนมีศีลมีธรรม

(2) คำสั่งสอนในศาสนา เช่น แสดงธรรม ฟังธรรม ธรรมะของพระพุทธเจ้า

(3) หลักประพฤติปฏิบัติในศาสนา เช่น ปฏิบัติธรรม ประพฤติธรรม

(4) ความจริง เช่น ได้ดวงตาเห็นธรรม

(5) ความยุติธรรม, ความถูกต้อง, เช่น ความเป็นธรรมในสังคม

(6) กฎ, กฎเกณฑ์, เช่น ธรรมะแห่งหมู่คณะ

(7) กฎหมาย เช่น ธรรมะระหว่างประเทศ

(8 ) สิ่งของ เช่น เครื่องไทยธรรม

ปฏิบัติ + ธรรม = ปฏิบัติธรรม เป็นคำประสมแบบไทย แปลทับศัพท์จากหน้าไปหลังว่า “ปฎิบัติธรรม

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เก็บคำว่า “ปฏิบัติธรรม” ไว้ด้วย บอกไว้ว่า – 

ปฏิบัติธรรม : (คำกริยา) ประพฤติตามธรรม; เจริญภาวนา.”

ขยายความ : 

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “ปฏิบัติธรรม” อธิบายไว้ดังนี้ –

…………..

ปฏิบัติธรรม : ดำเนินตามธรรม, ประพฤติธรรม, บำเพ็ญธรรม, นำธรรมมาใช้มาปฏิบัติมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตทำกิจทำการ (เป็นการนำคำไทยที่มาจากบาลี ๒ คำ คือ คำว่า “ปฏิบัติ” กับ คำว่า “ธรรม” มาใช้ในข้อความภาษาไทยหรือรูปประโยคภาษาไทย ถือได้ว่าเป็นคำแปลของคำบาลีว่า “ธมฺมปฏิปตฺติ” ซึ่งแปลเป็นไทยว่า การปฏิบัติธรรม) การนำธรรมมาใช้มาปฏิบัติมาบำเพ็ญนี้ พึงให้เป็นไปตามหลักธรรมานุธรรมปฏิบัติ (ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ); ดู ธรรมานุธรรมปฏิบัติ 

…………..

ตามไปดูที่คำว่า “ธรรมานุธรรมปฏิบัติ” บอกไว้ดังนี้ –

…………..

ธรรมานุธรรมปฏิบัติ : การประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม หมายถึงการปฏิบัติธรรมถูกต้องตามหลัก เช่น หลักย่อยสอดคล้องกับหลักใหญ่ และเข้าแนวกับธรรมที่เป็นจุดมุ่งหมาย, ปฏิบัติถูกต้องตามกระบวนธรรม สอดสมที่จะให้ลุถึงจุดหมาย;

…………..

ในภาษาไทย เมื่อพูดว่า “ปฏิบัติธรรม” มักเข้าใจกันในความหมายว่า “เจริญภาวนา” ดังที่พจนานุกรมฯ ให้คำนิยามไว้เป็นความหมายหลัง (ดูข้างต้น)

ปฏิบัติธรรม” ในความหมายว่า “เจริญภาวนา” คือทำอะไร ทำอย่างไร?

คนไทยเข้าใจว่า “ปฏิบัติธรรม” ก็คือ ต้องไปที่วัดหรือสำนักที่มีกิจกรรมปฏิบัติธรรม แต่งชุดขาว กินตามเวลา นอนตามเวลา ปฏิบัติกิจต่าง ๆ ตามวิธีและตามรูปแบบที่วัดหรือสำนักนั้นกำหนด 3 วัน 5 วัน หรือ 7 วัน หรือกี่วันก็แล้วแต่ ครบกำหนดแล้วก็กลับบ้านได้ แล้วก็เข้าใจว่า แบบนั้นแหละคือ “ปฏิบัติธรรม”

ปฏิบัติธรรมที่คนไทยเข้าใจ คือแบ่งเวลาออกจากชีวิตประจำวัน

ข้อเท็จจริง: ปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา คือปฏิบัติอยู่ในชีวิตจริงชีวิตประจำวัน กล่าวโดยรวบยอดคือ ทำพูดคิดทุกอย่างโดยมีสติกำกับจิตตลอดเวลา รู้เท่าทันสภาวะต่าง ๆ ตามความเป็นจริง นี่คือ “ปฏิบัติธรรม > เจริญภาวนา”

จะแต่งชุดขาวหรือไม่ขาวก็ปฏิบัติได้

จะนั่ง จะนอน จะยืน จะเดิน ก็ปฏิบัติได้-เมื่อฝึกจนรู้วิธีปฏิบัติแล้ว

ขออธิบายเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้

ปฏิบัติธรรมตามวัดหรือตามสำนัก 3 วัน 5 วัน 7 วัน นั่นคือแบบฝึกเพื่อให้รู้วิธีปฏิบัติ 

แบบฝึกเป็นสิ่งจำเป็น ต้องฝึกทำให้ถูก แต่เมื่อทำถูกทำเป็นแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปทำแบบฝึกอีก หากแต่ทำจริง ๆ ในชีวิตจริงกันเลย และไม่ต้องแยกออกจากชีวิตประจำวัน ปฏิบัติได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ในชีวิตประจำวัน

แบบฝึก เหมือนห่วงยาง จำเป็นสำหรับคนที่ยังว่ายน้ำไม่เป็น

ว่ายน้ำเป็นแล้ว ไม่ต้องใช้ห่วงยาง

คนไทยปฏิบัติธรรมเหมือนคนที่ยังว่ายน้ำไม่เป็นตลอดกาล

หัดว่ายน้ำเพื่อจะได้ว่ายน้ำเป็น ไม่ใช่หัดว่ายน้ำตลอดชีวิต

กิจกรรมปฏิบัติธรรม 3 วัน 5 วัน 7 วัน ยังจำเป็นต้องมี เพราะคนที่ไม่รู้วิธีปฏิบัติธรรมยังมีอยู่ 

อุปมาเหมือนวิธีหัดว่ายน้ำ-ไม่ว่าจะหัดหรือสอนด้วยวิธีใด ๆ-ยังจำเป็นต้องมี เพื่อฝึกสอนคนที่ยังว่ายน้ำไม่เป็นให้ว่ายน้ำเป็น แต่ต้องมีเป้าหมายที่-สอนให้ว่ายน้ำเป็นแล้วก็ไม่ต้องมาหัดว่ายน้ำอีก ไปว่ายจริง ๆ ได้เลย

กิจกรรมปฏิบัติธรรม 3 วัน 5 วัน 7 วัน ยังจำเป็นต้องมี เพื่อฝึกสอนคนที่ยังปฏิบัติไม่เป็นให้ปฏิบัติเป็น แต่ต้องมีเป้าหมายที่-สอนให้ปฏิบัติเป็นแล้วก็ไม่ต้องมาฝึกปฏิบัติอีก ไปปฏิบัติจริง ๆ ในชีวิตประจำวันได้เลย

…………..

ดูก่อนภราดา!

: เจริญสติกำกับจิตอยู่เป็นประจำ

: นี่แหละคือปฏิบัติธรรมถูกวิธี

#บาลีวันละคำ (5,001) 

20-2-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้