บาลีวันละคำ

ห้าพัน (บาลีวันละคำ 5,000)

ห้าพัน

บาลีว่าอย่างไร

ห้าพัน” เป็นคำไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 บอกไว้ว่า – 

(1) ห้า : (คำนาม) จำนวนสี่บวกหนึ่ง.

(2) พัน ๑: (คำวิเศษณ์) เรียกจำนวน ๑๐ ร้อย.

โปรดสังเกตว่า “ห้า” พจนานุกรมฯ บอกว่าเป็นคำนาม ส่วน “พัน” เป็นคำวิเศษณ์

จำนวนห้า (5) บาลีเป็น “ปญฺจ” อ่านว่า ปัน-จะ เอามาใช้ในภาษาไทย แปลงเป็น “เบญจ” พบได้บ่อย ๆ

จำนวนพัน (1,000) บาลีเป็น “สหสฺส” อ่านว่า สะ-หัด-สะ ในภาษาไทยมักใช้เป็น “สหัส-” (มีคำอื่นมาสมาสข้างท้าย) เช่น –

สหัสธารา = เครื่องโปรยนํ้าให้เป็นฝอย

สหัสนัยน์ = พันตา หมายถึง พระอินทร์

สหัสเนตร = พันตา หมายถึง พระอินทร์

สหัสรังสี = พันแสง หมายถึง ดวงอาทิตย์

สหัสวรรษ = รอบ 1,000 ปี (อ. millennium)

ห้า + พัน = ห้าพัน

ปญฺจ + สหสฺส = ปญฺจสหสฺส (ปัน-จะ-สะ-หัด-สะ) = ห้าพัน 

นี่คือบอกพอให้เข้าใจง่าย ๆ แต่หลักไวยากรณ์ในบาลียังมีรายละเอียดอีก เช่น “ปญฺจ” เป็นสังขยาคุณ “สหสฺส” เป็นสังขยานาม

สังขยาคุณ หมายความว่า ต้องมีคำนามที่ “ปญฺจ” ทำหน้าที่ขยายขึ้นมาก่อน เช่น คน 5 คน รถ 5 คัน จะพูดว่า “5” เฉย ๆ ไม่ได้ เช่น –

ปญฺจ  ชนา = คน 5 คน

ปญฺจ  รถา = รถ 5 คัน

สังขยานาม หมายความว่า ใช้เป็นคำนามในประโยค พูดขึ้นมาว่า “1,000” ได้เลย เป็นจำนวนพันของอะไรก็เอาคำนั้นไว้หน้า เช่น –

ชนานํ  สหสฺสํ = พันแห่งคนทั้งหลาย > คน 1,000 คน

รถานํ  สหสฺสํ = พันแห่งรถทั้งหลาย > รถ 1,000 คัน

ที่ว่ามานี้พูดพอให้เห็นเค้าโครง ไม่ประสงค์จะให้เข้าใจแจ่มแจ้ง อ่านไว้พอเป็นอุปนิสัยปัจจัย ถ้ามีโอกาสเรียนบาลีจริง ๆ จะได้พอระลึกได้ว่าเรื่องนี้เคยผ่านตามานิดหน่อย-เท่านี้ก็พอใจแล้ว

ขยายความ :

ที่เอาคำว่า “ห้าพัน” มาเขียนเป็นบาลีวันละคำก็เพราะบาลีวันละคำวันนี้เป็นคำที่ 5,000 พอดี! 

ผู้เขียนบาลีวันละคำรู้สึกอิ่มใจที่มีชีวิตรอดอยู่จนถึงเขียนบาลีวันละคำได้ 5,000 คำ จึง “หาเรื่อง” พูดถึง “ห้าพัน” ตามวิสัยนักเลงบาลี

จำนวน 5,000 สำหรับชาวพุทธ น่าจะสะดุดใจชวนให้นึกไปถึงอายุพระพุทธศาสนาห้าพันปี

คนไทยรู้จักคำว่า “อายุพระศาสนาห้าพันปี” กันเป็นส่วนมาก แต่ส่วนมากไม่รู้ว่า อายุพระศาสนาห้าพันปีมีที่ไปที่มาอย่างไร

เมื่อสตรีขอบวชเป็นภิกษุณีในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ตรัสว่า อายุของพระศาสนาซึ่งจะดำรงอยู่ได้ 1,000 ปี (หนึ่งพันปี) จะลดลงเหลือเพียง 500 ปี (ห้าร้อยปี)

แต่เมื่อพระองค์ทรงบัญญัติ “ครุธรรม” 8 ประการให้ภิกษุณีถือปฏิบัติตลอดชีวิต ถ้าภิกษุณีปฏิบัติตามได้อย่างเคร่งครัด อายุของพระศาสนาก็จะดำรงอยู่ได้ 1,000 ปีเหมือนเดิม

ที่ว่า อายุของพระศาสนาจะดำรงอยู่ได้ 1,000 ปี คำบาลีในพระไตรปิฎกว่า วสฺสสหสฺสํ  สทฺธมฺโม  ติฏฺเฐยฺย แปลว่า สัทธรรมพึงดำรงอยู่ได้ 1,000 ปี

ที่ว่า อายุพระศาสนาจะลดลงเหลือเพียง 500 ปี คำบาลีในพระไรปิฎกว่า ปญฺเจวทานิ  อานนฺท  วสฺสสตานิ  สทฺธมฺโม  ฐสฺสติ แปลว่า ดูก่อนอานนท์ บัดนี้สัทธรรมจักดำรงอยู่ได้เพียง 500 ปีเท่านั้น

ที่มา: ภิกขุนีขันธกะ วินัยปิฎก จุลวรรค ภาค 2 

พระไตรปิฎกเล่ม 7 ข้อ 518

…………..

คำว่า “วสฺสสหสฺสํ = 1,000 ปี” อรรถกถาอธิบายว่า คำว่า “1,000 ปี” ไม่ได้แปลว่า พระศาสนาจะดำรงอยู่ได้ 1,000 ปีนับจากพระพุทธองค์ปรินิพพาน 

แต่หมายความว่า 1,000 ปี นับจากพระพุทธองค์ปรินิพพาน ยังมีพระอรหันต์ทรงปฏิสัมภิทา คือพระอรหันต์ที่สิ้นกิเลสด้วย มีฤทธิ์มีเดช มีความสามารถพิเศษต่าง ๆ ด้วย 

คำว่า “สัทธรรมจักดำรงอยู่ได้ 1,000 ปี” มีความหมายอย่างนี้

อรรถกถายังขยายความต่อไปอีกว่า –

พอครบ 1,000 ปี ขึ้นพันปีที่ 2 พระอรหันต์ทรงปฏิสัมภิทาจะหมดไป จะมีแต่พระอรหันต์ที่สิ้นกิเลส แต่ไม่มีฤทธิ์มีเดชใด ๆ แปลว่าพันปีที่ 2 นี่พระอรหันต์ยังมีอยู่

พอขึ้นพันปีที่ 3 จะไม่มีพระอรหันต์ จะมีแต่พระอนาคามี คือพระอริยะที่รองจากพระอรหันต์ลงมา

พอขึ้นพันปีที่ 4 พระอนาคามีก็จะหมดไป มีแต่พระสกทาคามี คือพระอริยะที่รองจากพระอนาคามีลงมา

พอขึ้นพันปีที่ 5 พระสกทาคามีก็จะหมดไป มีแต่พระโสดาบัน คือพระอริยะที่รองจากพระสกทาคามีลงมา นับเป็นพระอริยะชั้นต่ำสุด

พอหมดพันปีที่ 5 พระโสดาบันก็หมด ต่อจากนั้นก็จะไม่มีพระอริยะอีกต่อไป หมายความว่า มนุษย์ที่มีอุตสาหะปฏิบัติธรรมจนได้บรรลุมรรคผลจะไม่มีอีกต่อไป

คติ “พระพุทธศาสนาห้าพันปี” มาจากคำอธิบายของอรรถกถาดังว่านี้ 

ที่มา: สมันตปาสาทิกา ภาค 3 หน้า 499

…………..

ดูก่อนภราดา!

: อย่ารอถึงพระพุทธศาสห้าพันปี

: ชีวิตยังมีวันนี้ลงมือปฏิบัติธรรม

#บาลีวันละคำ (5,000)

19-2-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้